ตอนที่ 276
บทที่ 276 เจอกับคนตระกูลปิติภัทรไพศาล
October 28, 2026
"นี่คือทิมทิมใช่ไหม" อารณีย์ลูบหัวทิมทิมเบา ๆ แล้วพูดเสียงอ่อนโยนขึ้นมา
รสิกาบอกเรื่องที่มีทิมทิมไปล่วงหน้าแล้ว ถึงแม้ว่าในใจอารณีย์จะยังมีความสงสัยต่อเรื่องที่มีทิมทิมอยู่ แต่พอตอนนี้ได้เห็นเขาแล้ว ในใจก็เหลือแต่ความปรามปลื้มใจ
"สวัสดีครับคุณยาย" ทิมทิมเอ่ยทักทายขึ้นมาอย่างปากหวาน แค่เรียกคุณยายคำเดียวก็ทำให้ใจของอารณีย์เบิกบานขึ้นมาราวกับดอกไม้บาน
"ทิมทิมเป็นเด็กดีจริง ๆ" อารณีย์อดไม่ได้ที่จะอุ้มตัวเขาขึ้นมา
"แม่คะ แม่อย่าอุ้มเขาเลยค่ะ เขาน้ำหนักตัวไม่ใช่เบา ๆ แล้ว" รสิกาเป็นกังวลว่าอารณีย์จะอุ้มทิมทิมไม่ไหวจนทำให้ตัวเองบาดเจ็บไป จึงรีบห้ามปรามขึ้นมา
"เดี๋ยวฉันอุ้มเอง"
อารณีย์ยังไม่ทันได้พูดอะไร น้ำเสียงของกันต์ชัยก็ดังขึ้นจากด้านหลังพวกเขาสองคนแล้ว
มือของรสิกาที่กำลังจะยื่นไปรับทิมทิมค้างไปครู่หนึ่ง
อารณีย์มองหน้ารสิกาทีหนึ่ง พอเห็นว่าเธอไม่มีอะไรผิดปกติแล้ว ถึงได้ยื่นตัวทิมทิมไปให้กับกันต์ชัย
"ทิมทิม ต้องทักทายผู้ใหญ่ยังไงหึ?" รสิกาพูดเสียงเบาขึ้นมา
"สวัส้ครับคุณตา" ทิมทิมตั้งสติขึ้นมาได้ทันที แล้วก็เป็นฝ่ายยื่นมือไปกอดคอกันต์ชัยไว้ แล้วเรียกออกมาคำหนึ่ง
เรียกออกมาคำนี้ ทำให้ใจของกันต์ชัยอ่อนยวบไปเลย "เป็นเด็กดีจริง ๆ"
"เข้าไปกันเถอะ" พออารณีย์เห็นภาพนี้ ดวงตาก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย
กันต์ชัยอุ้มทิมทิมเอาไว้แล้วเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับธนพจน์ อารณีย์กับรสิกาเดินค่อนข้างช้าไปเล็กน้อย
"เด็กคนนี้ เป็นลูกของถนิตใช่ไหม?" อารณีย์ถามขึ้นมาเสียงเบา
"ค่ะ เป็นลูกของเขาค่ะ" รสิกาไม่ได้ปิดบังอารณีย์
"งั้นถนิตรู้เรื่องไหม?" อารณีย์รู้สึกเป็นกังวล "พวกแกจากกันไปตั้งนานขนาดนี้แล้ว ถ้าเขารู้เรื่องเด็กคนนี้ขึ้นมา จะมาขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกหรือเปล่า?"
สถานะของถนิตในเมืองซีตอนนี้ ถึงจะเป็นตระกูลปิติภัทรไพศาลก็ไม่มีทางอยู่ในสายตาเขาได้ ถ้าเกิดเขาจะเอาสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกขึ้นมา คาดว่าตระกูลปิติภัทรไพศาลคงจะไม่มีทางช่วยอะไรได้เลย
"เขารู้เรื่องแล้วค่ะ ส่วนปัญหาเรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก ตอนนี้ยังไม่ได้พูดอะไรค่ะ" รสิการู้ว่าในใจของอารณีย์กำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ "แม่คะ แม่อย่ากังวลเลยนะคะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกค่ะ"
"นี่ยังไม่เรียกว่าเรื่องใหญ่อีกเหรอ" อารณีย์ขมวดคิ้วขึ้นมา แล้วพูดขึ้นมาอย่างไม่เห็นด้วย "ตอนนี้พวกเธอกลับมาแล้ว ยังพักอยู่ที่บ้านติรณาอีกหรือเปล่า? ทำไมถึงไม่กลับมาอยู่ที่นี่ล่ะ?"
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ หัวคิ้วของรสิกาก็ขมวดขึ้นมาเล็กน้อย และฝีเท้าก็หยุดลง
"ทำไมเหรอ?" อารณีย์ถามขึ้น
"แม่ค่ะ หนูตัดสินใจว่าจะปักหลักอยู่กับลูกที่เมืองเอแล้วค่ะ" รสิกาเพียงแค่พูดขึ้นมา
"อะไรนะ?" อารณีย์อึ้งไปครู่หนึ่ง "ทำไมล่ะ? เมืองเอไกลซะขนาดนั้น......"
"งานหนูอยู่ทางนั้นค่ะ" รสิกาพูดขึ้นมา "บ้านก็ซื้อเสร็จแล้ว โรงเรียนของทิมทิมก็ติดต่อไว้ที่นั่นแล้วค่ะ"
อารณีย์รู้ไม่ว่าตัวเองจะเกลี้ยกล่อมยังไง รสิกาก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่ไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นรสิกาก็แค่มาบอกผลหลังจากที่ตัดสินไปแล้วให้เธอทราบเท่านั้น
ถึงแม้ว่าจะผ่านไปห้าปีแล้ว แต่นิสัยของรสิกา ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน
ในใจอารณีย์รู้สึกขมขื่นขึ้นมาเล็กน้อย "แกดูตัวแกซิ ไปทีหนึ่งก็ไปตั้งหลายปี ไม่ส่งข่าวอะไรมาเลยสักนิด พอกลับมาแล้วทำไมยังต้องไปอยู่ที่เมืองเออีก......"
"แม่คะ นี่เป็นการตัดสินใจของหนูเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับแม่หรอกนะคะ" รสิกากลัวว่าเธอจะคิดมากไป
อารณีย์ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาทางหางตา "ถ้าเกิดว่าแกยังโกรธฉันอยู่ในใจ ฉันก็ไม่โทษแกหรอก"
"พูดอะไรกันคะ" รสิการู้สึกเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย แล้วกุมมืออารณีย์ไว้ และพูดเสียงเบาขึ้นว่า "หนูบอกแล้วไงคะ ว่าไม่เกี่ยวอะไรกับแม่ และไม่เกี่ยวอะไรกับตระกูลปิติภัทรไพศาลด้วย ที่หนูไม่กลับมาที่เมืองซี ก็เพราะไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของทางนี้อีก"
เรื่องราวพวกนั้นของตระกูลวัชรเดชานนท์และตระกูลสิทธิอัศวกุล ถึงจะผ่านมาห้าปีจนถึงตอนนี้ก็ยังจัดการได้ไม่หมดสักที รสิกาไม่อยากให้ชีวิตตัวเองกลับไปเป็นเหมือนเมื่อห้าปีก่อน ตอนนี้มีทิมทิมแล้ว เธอไม่อยากให้ทิมทิมต้องมาเจอกับเรื่องพวกนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย
"จริงเหรอ?" พออารณีย์ได้ยินคำพูดเธอ ก็ถามขึ้นมาประโยคหนึ่งอย่างไม่แน่ใจ