ตอนที่ 277
บทที่ 277 ความใส่ใจของเขา
October 28, 2026
รสิกายิ้มเล็กน้อยแล้วก็ไม่พูดอะไร ตอนนี้พอมีทิมทิมแล้ว เธอก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะหาใครอีกคน
อารณีย์ดูออกว่ารสิกาไม่ได้สนใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ทีแรกนึกว่าพวกเขาสองแม่ลูกจะสามารถนอนค้างที่นี่ได้สักคืน แต่คิดไม่ถึงว่าพอกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วก็จากไปเลย
อารณีย์ยังอยากจะให้พวกเขาอยู่ต่ออีกสักหน่อย แต่รสิกาข่มเสียงต่ำไว้แล้วบอกกับเธอว่าจะไปที่สุสานสักรอบ เธอก็พูดอะไรไม่ออกแล้ว
กันต์ชัยกับธนพจน์ยืนอยู่ตรงจุดที่ไม่ไกลเท่าไหร่ แล้วพวกเธอก็พยายามข่มเสียงให้เบา พวกเขาจึงไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเธอพูดกัน
"จากไปตั้งนานขนาดนี้ ต้องไปเยี่ยมพ่อสักหน่อยแล้ว" รสิกาพูดขึ้นมาตามความเป็นจริง
อารณีย์นิ่งอึ้งไปเลยชั่วขณะแล้วไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
"พรุ่งนี้จะไปเจอเพื่อนอีกหลายคน วันมะรืนก็จะเตรียมตัวกลับเมืองเอแล้วค่ะ" รสิกาพูดขึ้นมา "เดี๋ยวถ้าจัดบ้านเรียบร้อยแล้ว ค่อยเชิญแม่ไปเที่ยวเล่นนะคะ"
พอได้ยินว่าเธอจะไปวันมะรืนนี้แล้ว ดวงตาของอารณีย์ก็แดงขึ้นมา "ทำไมเร็วขนาดนี้ล่ะ? นี่แกเพิ่งจะกลับมากี่วันเอง......"
"เสียเวลางานไปตั้งหลายวันแล้วค่ะ" รสิกาถอนหายใจออกมา "ไปกลับสองเมืองก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง อยากเจอกันเมื่อไหร่ก็ได้เจอกันทั้งนั้นแหละค่ะ"
อารณีย์ยังขอบตาแดงอยู่และไม่พูดอะไร น่าจะเป็นเพราะว่ากลัวตัวเองเปิดปากพูดแล้วก็จะมีเสียงสะอื้นออกมา
ภาพอารณีย์ในวินาทีนี้เข้ามาสู่สายตารสิกา เธอถึงได้อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าอารณีย์แก่ขึ้นเยอะแล้ว ตรงรากผมก็มีผมหงอกขึ้นมาไม่น้อยแล้ว
ไม่ใช่แค่อารณีย์เท่านั้น แม้แต่กันต์ชัยที่ยืนอยู่ตรงที่ไม่ไกลนักก็มีสภาพแก่ลงเยอะแล้ว
ในใจรสิการู้สึกขมขื่นขึ้นมาเล็กน้อย
"หนูไปแล้วนะคะ" รถที่เรียกไว้มาถึงพอดี รสิกาจึงบอกกับอารณีย์ออกไป
"งั้น......ระหว่างทางระวังตัวด้วยนะ" ถึงอารณีย์จะไม่อยากให้ไปแค่ไหน แต่ในวินาทีนี้ก็ได้แต่มองรสิกาจากไปเท่านั้น
รสิกาฟุบหน้าอยู่ที่หน้าต่าง ยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปโบกลาให้อารณีย์แล้วถึงกลับมานั่งลง แล้วจ้องมองดวงตาที่หรี่ลงของรสิกา
"แม่ครับ ถ้าแม่เสียดายแล้วไม่อยากจากไป พวกเราอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อยก็ได้นะครับ" ทิมทิมพูดขึ้นมา
"ไม่อยากไปเหรอ?" รสิกาเงยหน้าขึ้นมา มองหน้าเขาทีหนึ่ง "แม่ไม่อยากไปที่ไหนกัน"
เมื่อกี้ทิมทิมนึกว่ารสิกากำลังเสียใจอยู่ แต่ตอนนี้กลับพบว่าในดวงตาของรสิกาดูใสสะอาด ไม่มีคราบน้ำตาเลยสักนิด
"ผมนึกว่าแม่ไม่อยากไปซะอีก" ทิมทิมทำปากจู๋แล้วพูดออกมาประโยคหนึ่ง
รสิกาขยี้หัวของทิมทิมเล็กน้อย แล้วพูดเสียงต่ำขึ้นว่า "เสียดายนั้นก็พอมีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ว่าไม่อยากไป"
เธอก็แค่อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเวลาที่ตัวเองอยู่เป็นเพื่อนอารณีย์นั้นน้อยเกินไป ความรู้สึกนี้ทำให้เธอรู้สึกผิดหน่อยก็เท่านั้น
รสิการู้สึกตัวเองน่าจะเป็นคนที่มีนิสัยเฉื่อยชามาตั้งแต่กำเนิด เพราะฉะนั้นตอนนั้นที่เธอจากไปถึงได้ไปแบบง่ายดายขนาดนั้น
......
ตอนที่ไปถึงสุสานเป็นเวลาบ่ายสองแล้ว รสิกาพาทิมทิมมายืนอยู่ที่สุสานไปพักหนึ่ง คนดูแลสุสานก็เดินมาหา
ถึงแม้ว่ารสิกาจะจดจำใบหน้าคนไม่ค่อยได้ แต่ก็ยังคุ้นเคยกับใบหน้าคนดูแลคนนี้มาก คนดูแลคนนี้อายุมากแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นคนเดิมกับคนเมื่อห้าปีที่แล้ว
"คุณรสิกา ในที่สุดคุณก็มาสักที" น้ำเสียงของคนดูแลกลายเป็นแหบแห้งและขรึมลงเล็กน้อย แต่ว่ารอยยิ้มบนใบหน้ายังคงจริงใจอยู่ "ไม่เจอกันห้าปีเลย ยังสบายดีไหมครับ?"
"ฉันสบายดีค่ะ แล้วคุณละคะเป็นยังไงบ้าง?" รสิกานึกว่าเขาเกษียณไปซะแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยังอยู่ที่นี่อีก
"ก็เป็นแบบนี้แหละ คนแก่แล้ว" คนดูแลยิ้มแล้วพูดขึ้นมา "นี่ลูกคุณเหรอครับ?"