ตอนที่ 283
บทที่ 283 เอาขนไก่มาอ้างเป็นลูกธนู เอาอำนาจคนอื่นมาใช้
October 28, 2026
"ไปดูงานที่อื่นแล้ว" ชัยเดชพูดขึ้นมา "อยู่ ๆ ก็ตัดสินใจไปดูงานที่อื่น แล้วก็ไม่บอกด้วยนะว่าไปไหน"
พอได้ยินคำพูดนี้ รสิกาก็โกรธจนหน้าแดงขึ้นมา
นี่ต้องเป็นเพราะหลบหน้าเธอแน่ ๆ! ไม่งั้นอยู่ ๆ จะไปดูงานที่อื่นทำไม!
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่?" พอเข้าไปในลิฟต์แล้ว ชัยเดชก็เห็นใบหน้ารสิกามีท่าทีอย่างกับว่าจะกินเนื้อคนจากเงาสะท้อนของประตูลิฟต์
"ไม่มีอะไรค่ะ!" รสิกากัดฟันพูดขึ้นมา
เธอเริ่มรู้สึกเสียใจว่าทำไมเมื่อวานไม่กัดให้มันรุนแรงกว่านี้หน่อย
"ท่าทีของคุณตอนนี้อย่างกับว่าจะกัดคนเลย" ชัยเดชพูดออกมาตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
รสิกาเหล่ตามองเขาทีหนึ่ง จากใบหน้าของเขาสามารถมองเห็นแววหวาดระแวง แล้วเธอก็พูดขึ้นมาอย่างดูถูกเล็กน้อย "ไม่ได้จะกัดคุณสักหน่อย คุณจะกลัวไปทำไม?"
ชัยเดชกลอกตาใส่เธอทีหนึ่ง "อย่ามาทำร้ายคนบริสุทธิ์ไปทั่วซิ นี่ผมมาเพื่อช่วยคุณเลยนะ"
รสิกาทำเสียงชิออกมาคำหนึ่ง อย่างไม่อยากจะเชื่อ
ลิฟต์มาหยุดลงที่ชั้นบนสุด ชัยเดชเดินอยู่ข้างหน้า นำทางรสิกาเดินไปทางห้องทำงานประธานใหญ่
พอเลขาของถนิตเห็นเขา ก็รีบลุกขึ้นมาทักทายว่า "รองประธาน"
ชัยเดชสะบัดมือเล็กน้อย "ทำงานของคุณต่อไปเถอะ ผมแค่เข้าไปเอาของหน่อย"
"ได้ค่ะ" เลขาพยักหน้าเล็กน้อย
พอได้ยินคำสรรพนามที่เลขาเรียกเขา รสิกาก็อดไม่ได้ที่จะถามเสียงต่ำขึ้นมาว่า "ทำไมเธอถึงเรียกคุณว่ารองประธานล่ะ?"
"ทำไม เรียกไม่ได้หรือไง?" ชัยเดชพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย แฝงไว้ด้วยความขบขันเล็กน้อย "ตอนนี้บริษัทผมเป็นบริษัทลูกภายใต้คอสโมกรุ๊ป และเป็นที่รักของประธานใหญ่ ก็เลยเลื่อนขั้นผมให้เป็นรองประธาน"
พอรสิกาได้ยินคำพูดของเขา แล้วก็อดไม่ได้ที่จะทำปากจู๋ขึ้นมาเล็กน้อย
ห้าปีมานี้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายจริง แต่ก็ไม่แปลกที่คอสโมกรุ๊ปจะเติบโตได้เร็วขนาดนี้
สำหรับชัยเดชแล้ว ห้องทำงานประธานใหญ่นั้นเขาคุ้นเคยมาก เขาไปเอาของของรสิกาออกมาจากตู้ด้วยความชำนาญทาง แล้วยื่นให้กับเธอ "ทำไมของของคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้? น่าแปลกจริง ๆ" เมื่อเช้าได้รับโทรศัพท์จากถนิตสั่งให้เขามาเอาของให้รสิกา จนถึงตอนนี้แล้วเขาก็ยังมีใบหน้ามึนงงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
รสิกากระตุกมุมปากเล็กน้อย แล้วรับกระเป๋าไปสะพายไว้ให้เรียบร้อย "งั้นฉันไปก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ"
"เอ่อ......" ชัยเดชคิดไม่ถึงว่าเธอเอาของเสร็จแล้วก็จะไปเลย จึงรีบร้องเรียกเธอไว้ "นั่งก่อนซิ มาคุยกันหน่อย"
ถ้านี่คือคำพูดที่ผู้ชายทั่วไปพูดกับรสิกา เธอคงจะจากไปโดยไม่เหลียวมามองสักนิดแน่
แต่ว่าอีกฝ่ายคือชัยเดช เธอรู้ว่าท่าทางภายนอกที่ดูกวน ๆ ของเขาเก็บซ่อนความจริงจังเอาไว้
"ยังมีเรื่องอะไรอีกคะ?" เธอนั่งลงไป แล้วถามขึ้นมา
"เมื่อวานถนิตไปหาคุณมาใช่ไหม?" เขานั่งลงตรงฝั่งตรงข้างรสิกาด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่ง แล้วถามขึ้นมา
รสิกากลอกตาใส่เขาทีหนึ่ง "เรื่องนี้คุณยังต้องมาถามอีกเหรอ?"
ถ้าถนิตไม่ไปหาเธอ แล้วกระเป๋าเธอจะมาตกอยู่ในรถเขาได้ยังไง?
แต่ว่าเป็นกังวลมาทั้งคืนกลัวว่าวันนี้ตัวเองกับถนิตมาเจอกันซึ่ง ๆ หน้าแล้ว จะทำให้เกิดความขัดแย้งต่าง ๆ นานาขึ้นมา แต่คิดไม่ถึงว่านอกจากทำสงครามน้ำลายกันในข้อความเมื่อเช้าไปรอบหนึ่งแล้ว พวกเขากลับไม่ได้เจอหน้ากันด้วยซ้ำ
ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าในใจนั้นมีความผิดหวังมากกว่า หรือว่ารู้สึกดีใจมากกว่า
"ถ้าให้ผมพูดนะ พวกคุณสองคนทรมานกันไปทรมานกันมา มันมีความหมายอะไรกัน" ชัยเดชเริ่มเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านความรักขึ้นมา "ทั้ง ๆ ที่รักกันจะเป็นจะตาย แต่กลับเอาแต่ปิดกันไว้ไม่ยอมพูดออกมา มันมีความหมายตรงไหนกัน"
รสิกากลอกตาใส่เขาอีกครั้ง "ใครไปรักกันจะเป็นจะตายกับเขาหึ? คุณพูดจาให้มันดี ๆ หน่อยนะ"
"ถ้าคุณไม่รักเขา แล้วจะคลอดลูกของเขาออกมาทำไม?" ชัยเดชหรี่ตาลง แล้วพูดเสียงเรียบออกมา
รสิการู้สึกหมดคำพูดไปชั่วขณะ ผ่านไปครู่ใหญ่แล้วถึงพูดขึ้นมาว่า "ฉันคลอดลูกแล้วจะทำไม คลอดลูกออกมาอยู่เป็นเพื่อนคนหนึ่งไม่ได้เหรอ?"
ชัยเดชพึมพำขึ้นว่า "แสดง แสดงต่อไปเถอะ"