ตอนที่ 327
บทที่ 327 เพราะผมแต่งงานแล้วเหรอ
October 28, 2026
พออารณีย์เห็นว่าใบหน้าเธอดูเหมือนยากลำบาก ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดปากพร่ำบ่นขึ้นมา "แกดูแกซิ งานมันจะไปทำหมดง่าย ๆ ได้ที่ไหน ทำไมจะต้องไปเร่งเวลาด้วย"
"เวลาไม่พอแล้วค่ะ ช่วงนี้ก็เลยต้องลำบากสักหน่อย" รสิกาอุ้มทิมทิมไปนั่งลงบนโซฟา "เดี๋ยวผ่านช่วงนี้ก็จะดีขึ้นเองค่ะ"
อารณีย์เองก็รู้ว่าตัวเองเถียงเธอไม่ไหว จึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย จากนั้นก็ให้คนรับใช้เอาน้ำผึ้งมาให้เธอดื่มสักหน่อย
ทั้งสองคนพูดคุยกันไป คุยกันไปคุยกันมาก็คุยไปถึงเรื่องชรริน
และอารณีย์ก็เป็นคนที่เอ่ยถึงชื่อนี้ก่อน
"ชรรินจะออกจากคุกแล้ว" ในขณะที่พูดนั้นอารณีย์กำลังถือแก้วน้ำชาอยู่ และก้มหน้าอยู่เล็กน้อย จึงเห็นสีหน้าไม่ชัดว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ว่าในน้ำเสียงของเธอกลับแฝงความเย็นชาจาง ๆ เอาไว้เสี้ยวหนึ่ง
รสิกามองหน้าอารณีย์ทีหนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นว่า "ได้ยินติรณาบอกว่าเป็นวันที่สิบเดือนตุลา"
อารณีย์คำนวณเวลาอยู่ในใจครู่หนึ่ง "งั้นก็เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วนี่"
เวลาแค่กะพริบตาก็ผ่านไปแล้ว
"พอหล่อนออกมาแล้ว แม่ก็ไม่ต้องยอมหล่อนอย่างเมื่อก่อนอีกนะคะ" รสิกาพูดเสียงเรียบขึ้น "ตอนนั้นที่หล่อนทำเรื่องอย่างนั้นไป ลุงชัยต้องรู้ว่าในใจแม่จะต้องโกรธอยู่แล้ว ถ้าแม่ยังมีมารยาทและเกรงใจหล่อนอีก คาดว่าลุงชัยคงจะต้องคิดมากแน่ ๆ ค่ะ"
"ฉันรู้แล้ว" อารณีย์พยักหน้ารับคำไป
เธอไม่ได้อ่อนแออย่างที่รสิกาคิด เธอแข็งแกร่งมาครึ่งชีวิต ถึงแม้ว่าล้มลุกคลุกคลานกันเรื่องของรสิกามาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอย่างเธอจะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรเลย
.......
ตอนที่ออกมาจากบ้านตระกูลปิติภัทรไพศาลนั้น รสิกาเห็นความเสียใจได้อย่างชัดเจนจากดวงตาดำกลมโตคู่นั้นของทิมทิมเพียงแต่ว่าตอนนี้เธองานยุ่งมากจริง ๆ จึงไม่สามารถเอาเขามาไว้ข้างกายได้ ดังนั้นสุดท้ายรสิกาจึงทำได้แค่พยายามบังคับให้ตัวเองละเลยสายตาของทิมทิมไป แล้วนั่งรถจากไป
เธอนั่งรถกลับมาที่บ้านติรณาเลย ทีแรกอยากกลับไปวาดรูปออกแบบต่อ แต่ไม่รู้ทำไม พอมาถึงใต้ตึกแล้ว เธอก็เห็นสวนดอกไม้นั่นในเขตชุมชน แล้วใจก็เกิดสั่นไหวขึ้นมา
วันนี้เป็นฟ้าครึ้มวันหนึ่ง แต่ฝนไม่ตก อากาศเย็นสบาย ด้านนอกมียายที่พาหลานมาเที่ยวเล่นอยู่มากมาย หรือไม่ก็นั่งคุยกันอยู่ ดูไปแล้วดูมีความสุขมาก
รสิกาก้าวเดินออกไป พอตั้งสติกลับมาได้อีกครั้ง เธอก็เดินไปทางสวนดอกไม้ได้แล้ว
ในสวนดอกไม้มีเก้าอี้ยาวมากมาย รสิกาหาที่แห่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนแล้วนั่งลง
ดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่งตรงด้านหลังเธอมีกลิ่นหอมรุนแรง แต่รสิกาไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร รู้สึกแต่เพียงว่าสวยมาก
เธออดไม่ได้ที่จะหลับตาลงแล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา รู้สึกถึงลมเย็นที่พัดผ่านใบหน้าตัวเองไป
ในตอนที่เธอรู้สึกว่าตัวเองเกือบจะนอนหลับแล้วนั้น อยู่ ๆ โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเธอก็ดังขึ้นมากะทันหัน
รสิกาลืมตาขึ้นมา ก้มหน้าลงแล้วล้วงโทรศัพท์ออกมา ในตอนที่เธอเอาโทรศัพท์ออกมาแล้วเห็นชื่อที่แสดงบนนั้นแล้ว มุมปากก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมา
คือถนิต
"ฮัลโหล?" เธอรับโทรศัพท์ขึ้นอย่างเชื่องช้า "ช่วงสองวันนี้คุณไม่ยุ่งเหรอคะ?" ทำไมยังโทรศัพท์มาทุกวันได้
"อากาศที่เมืองซีเป็นยังไงบ้าง?" ถนิตถามขึ้นมา "ที่เมืองเอฝนตกแล้ว"
พอได้ยินว่าฝนตก รสิกาก็นึกถึงเรื่องที่ฝนตกหนักที่เมืองเอเมื่อหลายปีก่อนขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ "ฝนตกหนักไหมคะ?"
"ยังโอเค" ถนิตพูดเสียงเบาขึ้นมา "แต่ก็โชคดีแล้วที่คุณไม่อยู่"
รสิกาเป็นคนที่ไม่ชอบฝนตก เธอมักจะรู้สึกว่าตอนที่ฝนตกจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา
อย่างเช่นเรื่องที่ที่ถนิตเป็นไข้สูงเมื่อหลายปีก่อน แล้วก็บ้านเกิดของติรณาเกิดดินถล่มด้วย
"งั้นคุณไปทำงานก็ขับรถระวังหน่อยนะคะ" รสิกากัดริมฝีปากเล็กน้อย แล้วพูดออกไปแบบนี้ประโยคหนึ่ง
เหมือนถนิตจะหัวเราะออกมาสองคำ เสียงทุ้มนุ่มลึก "จะกลับมาเมื่อไหร่?"
"ยังพูดยากค่ะ" รสิกานวดหูตัวเองเล็กน้อย ใบหูรู้สึกร้อนขึ้นมาเล็กน้อย "ชุดแต่งงานของติรณายังออกแบบไม่เสร็จ คาดว่ายังต้องรออีกสักช่วงหนึ่งค่ะ"