ตอนที่ 335
บทที่ 335 ท่านเฉลิมสิทธิ์ไม่สบาย
October 28, 2026
ก่อนหน้านี้รสิกาก็เคยได้ยินนีรชาบอกว่า ถวัลย์กับนันท์นรีมีความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม เธอก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้พวกเขาสองคนกลับปรากฏออกมาด้วยกัน
พอถนิตมองเห็นความผิดปกติของรสิกา เขาก็ถามขึ้นว่า "มีอะไรเหรอ?"
"ฉันเห็นถวัลย์กับนันท์นรีค่ะ" รสิกาพูดเสียงเบาขึ้น ในขณะที่พูดสายตาของเธอหยุดอยู่ที่พวกนันท์นรีอยู่ตลอด
อาจจะเป็นเพราะว่าจดจ้องมากเกินไป ถวัลย์จึงเหมือนกับว่าจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เขาพูดอะไรกับนันท์นรีเล็กน้อย แล้วก็หันหน้ามามอง
รสิการีบเก็บสายตากลับมา แต่ก็ยังเหล่ตามองเขาอยู่
พอถนิตได้ยินชื่อคนสองคนนั้นแล้ว ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย "อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย"
"ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกค่ะ แต่ว่าถวัลย์เดินมาทางนี้แล้ว......" รสิกาเห็นถวัลย์พูดอะไรกับนันท์นรีเล็กน้อย จากนั้นนันท์นรีก็เดินตามพนักงานไปก่อน ส่วนตัวเขาก็เดินมาทางพวกเขาทั้งสองคน
"บังเอิญจังเลยนะ" ถวัลย์เดินมาถึงข้างโต๊ะของทั้งสองคน หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย แฝงความชั่วร้ายไว้เสี้ยวหนึ่ง "พวกคุณก็มากินข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอ"
น้ำเสียงของเขาฟังดูสนิทสนมอย่างกับได้เจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้วยังไงอย่างงั้น โดยไม่มีความอึดอัดใจอะไรเลยสักนิด
รสิกาไม่สนิทกับถวัลย์ แล้วเธอเองก็ไม่รู้ว่าระหว่างถนิตกับถวัลย์มีบุญคุณความแค้นกันอยู่มากเท่าไหร่ ดังนั้นสำหรับเรื่องนี้ เธอจึงไม่พูดแทรกอะไร ได้แต่ฟังถนิตพูดเท่านั้น
"นายมีธุระเหรอ?" ถนิตนั่งอยู่บนเก้าอี้ เงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างเรียบเฉย ในแววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา ถึงแม้ว่าจะนั่งอยู่ แต่พลังในตัวเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าถวัลย์เลยสักนิด
"ไม่มีธุระอะไร แค่มาทักทายหน่อยเท่านั้น" ถวัลย์เอามือข้างหนึ่งใส่ไว้ในกระเป๋า ทั้งตัวตั้งแต่บนยังล่างเต็มไปด้วยหล่อเหลาและดูดี "นันท์นรีก็มาเหมือนกันนะ นายจะไปดูสักหน่อยไหมล่ะ?"
ถนิตเก็บสายตากลับมา น้ำเสียงยังคงเย็นชาจนน่ากลัว "ไม่ต้องให้นายมาเป็นห่วงหรอก"
"ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องของพวกนาย แต่ถ้านายมีเวลาว่างละก็ กลับไปดูคุณปู่หน่อยนะ" ถวัลย์พูดขึ้นมาเบา ๆ
พอได้ยิน ถนิตก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างเยาะเย้ย "ทำไม จะมาทำตัวเป็นพี่ชายกับฉันแล้วเหรอ?"
ถวัลย์เอาก็ไม่ได้ใส่ใจท่าทีที่ถนิตมีต่อตัวเอง "นายจะทำอะไรฉันก็ไม่สนใจ แต่ไม่ว่ายังไงนั่นก็เป็นปู่ของนาย ช่วงนี้คุณปู่สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นายควรจะรู้ไว้นะ ที่ผ่านมาท่านสุขภาพดีมาตลอด"
คำพูดประโยคหลังนี้อยากจะบอกว่าที่ท่านเฉลิมสิทธิ์ป่วยนั้น เป็นเพราะถูกถนิตทำให้โมโหจนป่วย เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็ยังปกคลุมอยู่ในใจทุก ๆ คนยังไม่ได้ก้าวผ่านไป
รสิกาแอบกำมือเข้าหากันเล็กน้อย แล้วจ้องมองไปที่ถนิตที่อยู่ข้าง ๆ
เธอมองเห็นได้ชัดเจนมาก ในตอนที่ถวัลย์พูดว่าท่านเฉลิมสิทธิ์สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่นั้น ในดวงตาของเขามีความเป็นกังวลพาดผ่านไปเสี้ยวหนึ่ง
ไม่ว่าจะเกลียดมากแค่ไหน แต่พอได้ยินว่าคุณปู่สุขภาพไม่ดี ในใจถนิตก็ยังรู้สึกเป็นห่วงอยู่ดี
แต่ว่ารสิกาก็ไม่รู้สึกจิตใจเย็นวาบอะไร กลับรู้สึกว่าถนิตที่เป็นแบบนี้ ยิ่งดูมีชีวิตจิตใจมากยิ่งขึ้น
"พวกนายค่อย ๆ กินไปนะ ฉันไปก่อนล่ะ" คำพูดที่ถวัลย์อยากพูดก็พูดจบแล้ว เขาเองก็ไม่อยากอยู่ต่อไปอีก พอพูดกับทั้งสองคนไปแบบนี้ประโยคหนึ่งแล้วก็หมุนตัวจากไปเลย
พอเขาไปแล้ว ผู้คนรอบข้างมากมายที่มองมาทางโต๊ะพวกเขาในตอนแรก ก็เก็บสายตากลับไป เมื่อไม่มีเรื่องครึกครื้นอะไรแล้ว จะมาจดจ้องคนอื่นเขาอยู่อีกก็คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่
"ถนิตคะ?" ถวัลย์จากไปได้พักหนึ่งแล้ว แต่ถนิตยังเหมือนกับว่าคิดเรื่องอะไรอยู่อีก บนใบหน้าดูเคร่งขรึมเล็กน้อย รสิกาจึงอดไม่ได้ที่จะร้องเรียกชื่อเขาออกมาคำหนึ่ง
"หึ?" เขาเพิ่งจะรู้สึกตัวขึ้นมา "ทำไมเหรอ?"
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่คะ?" รสิกาถามขึ้นมา "กำลังคิดเรื่องที่ถวัลย์พูดเมื่อกี้เหรอคะ?"
ถึงแม้ว่าถนิตจะไม่อยากยอมรับต่อหน้ารสิกา แต่เขาก็กำลังคิดเรื่องที่ถวัลย์พูดเมื่อกี้อยู่จริง ๆ
ยังไงท่านเฉลิมสิทธิ์ก็อายุมากแล้ว ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็เริ่มมีประสิทธิภาพลดน้อยลงเจ็บ จะป่วยก็เป็นเรื่องธรรมดา
"ถ้าคุณเป็นกังวลละก็ ยังไงก็กลับไปดูสักหน่อยเถอะค่ะ" รสิกาพูดเสียงเบาออกมา
ใบหน้าของถนิตดูมีแววเป็นกังวล "แต่ว่าคุณ......."