ตอนที่ 344
บทที่ 344 เธอสงบปากสงบคำเอาไว้จะดีที่สุด
October 28, 2026
"ช่างเถอะ..."
ท่านเฉลิมสิทธิ์ยังคงส่ายหน้า
นีรชาเพียงออกแรงกุมมือของเขาแน่นขึ้น "คุณปู่ เดี๋ยวคุณปู่ก็จะดีขึ้นนะคะ"
อันที่จริงเธอเองก็รู้ดีว่าพูดไปมันก็ไม่มีประโยชน์
เธอกล่าวออกไปไม่รู้ว่าปลอบใจท่านเฉลิมสิทธิ์ หรือเพียงเพื่อปลอบใจตัวเองกันแน่
ท่านเฉลิมสิทธิ์อาจจะหมดเรี่ยวแรง จึงไม่ได้ตอบนีรชากลับ เพียงแต่หลับตาลงช้าๆ
นีรชายังคงเป็นกังวลว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับท่าน ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าแม้แต่จะหลับตาลงเลยตลอดทั้งคืน
ตลอดจนถึงเวลาฟ้าสาง ตฤณเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบา
"คุณนี คุณไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะครับ" ตฤณกล่าวกับนีรชาเสียงเบา
นีรชาก็รู้สึกล้าขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน เธอจึงไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากที่เธอยิ้มให้ตฤณ ก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องท่านเฉลิมสิทธิ์ไป
เธอเดินกลับมาที่ห้องของตนเอง ล้มตัวลงนอนบนเตียงสักครูหนึ่งก็ไม่หลับ ก็เลยหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำสักหน่อย
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย นีรชาหยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรหาถนิต
"มีเรื่องอะไร!" ถนิตรับสายโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงแตรดังขึ้นอยู่ครั้งสองครั้ง
"พี่ถนิต พี่กลับมาแล้วเหรอ?" นีรชาถาม
"กำลังไปสนามบิน" ถนิตตอบ
"อย่างนั้นเหรอ..."
"เป็นอะไรไป!" ถนิตฟังออกว่ามีบางอย่างผิดปกติจากน้ำเสียงของเธอ
"อาการของคุณปู่...ไม่ค่อยดีเท่าไหร่" นีรชาเล่าเรื่องเมื่อคืนนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างให้ถนิตฟัง เมื่อพูดจนจบแล้วยังกล่าวเสริมอีกว่า "ฉันรู้สึกมาโดยตลอดว่าคุณปู่จะทนอีกไม่ไหวแล้ว"
"อย่าพูดไร้สาระ" ถนิตกล่าวเสียงเบา "ทำไมไม่พาท่านไปโรงพยาบาล!"
"คุณปู่ไม่ยอมไป" พูดมาถึงตรงนี้ นีรชาก็พลันรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ
เช่นเดียวกับถนิต ท่านเฉลิมสิทธิ์เองก็รู้สึกเกลียดโรงพยาบาลเข้ากระดูกดำเช่นกัน
เธอไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุของพ่อแม่ในตอนนั้นหรือเปล่า
อุบัติเหตุรถชนในครั้งนั้นรุนแรงมาก พ่อแม่ของเธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยื้อไว้เป็นเวลาสองสามชั่วโมงแต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้กลับมาอีก
ในตอนนั้นเธอยังเด็กมาก แต่เธอก็จำได้ว่าท่านเฉลิมสิทธิ์รับมือกับช่วงเวลานั้นอย่างไร
ตอนที่อยู่โรงพยาบาลท่านไม่ร้องไห้ออกมาสักหยด แต่พอกลับถึงบ้าน ท่านก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องทำงาน
แม้แต่ตอนที่นีรชาเดินผ่านห้องทำงานของท่าน เธอก็ยังได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญของท่านออกมาจากในห้อง
ท่านเฉลิมสิทธิ์ปลูกฝังจิรสินให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของตน ตระกูลวัชรเดชานนท์เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ขณะอยู่ในการดูแลของจิรสิน แต่ใครจะรู้ว่านักธุรกิจฝีมือดีคนนี้จะถูกสวรรค์พรากเอาไปเช่นนี้
ไม่เช่นนั้น เกรงว่าตระกูลวัชรเดชานนท์ในตอนนี้จะต้องยิ่งกว่ารุ่งโรจน์เสียอีก
นีรชารู้ว่าถนิตสงสัยมาโดยตลอดว่าอุบัติเหตุรถชนของพ่อแม่ในครั้งนั้น จะต้องมีคนอยู่เบื้องหลังเป็นแน่ และคนคนนั้นก็คือจิระศักดิ์
ทว่าถนิตกลับไม่เคยพูดเรื่องนี้ต่อหน้าท่านเฉลิมสิทธิ์เลย
"รอพี่กลับไปนะ" ถนิตเงียบอยู่นานก่อนจะพูดออกไป
"ค่ะ" นีรชาสูดลมหายใจ
ตอนนี้นอกจากการรอให้ถนิตกลับมา ก็คงไม่มีทางอื่นแล้ว
ไม่แน่ว่าถนิตอาจจะมีวิธีทำให้ท่านเฉลิมสิทธิ์ยอมไปโรงพยาบาลก็ได้
แม้ว่าการรักษาของแพทย์ประจำตระกูลจะมีประสิทธิภาพกว่าแพทย์ในโรงพยาบาลก็ตาม แต่หากเกิดอะไรขึ้นในยามฉุกเฉิน อย่างไรเสียการอยู่ในโรงพยาบาลก็สะดวกกว่า
แต่ในตอนนี้สิ่งที่นีรชาเป็นกังวลก็คือ