ตอนที่ 356
บทที่ 356 อีกคน
October 28, 2026
“แค่แกทิ้งสิทธิ์มรดกตระกูลวัชรเดชานนท์ ฉันจะปล่อยนีรชาไป”
ครุ่นคิดอยู่นาน ถวัลย์ก็พูดแบบนี้ออกไป
นี่คือจุดประสงค์ของเขา เพื่อตระกูลวัชรเดชานนท์ เขาทำได้ทุกวิถีทาง
แค่ถวัลย์ไม่รู้ สำหรับถนิตแล้วตระกูลวัชรเดชานนท์ไม่ได้มีความน่าดึงดูดใดๆ บางทีตระกูลวัชรเดชานนท์อาจจะเป็นความน่าหลงใหลในสายตาพวกถวัลย์ คือสิ่งที่ต้องครอบครองไว้ในมือ แต่สำหรับถนิตแล้ว มันไม่อยู่ในสายตาเขาเลย
“ปู่ยังไม่ตาย ผลสรุปสุดท้ายของพินัยกรรมจะเป็นยังไง แกกับฉันตัดสินไม่ได้” ถนิตพูด “เรื่องที่แกวางยาพิษปู่ คิดจริงๆ เหรอว่าเขาไม่รู้?”
“วางยาพิษ?” ถวัลย์ยิ้ม “ใครบอกแก ว่าฉันวางยาพิษ?”
ถนิตหรี่ตา “ไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใครได้?”
“ไม่ใช่ฉัน ก็ยังมีคนอื่นอยู่แล้ว” จู่ๆ ถวัลย์ก็ยกยิ้มเย็นยะเยือก
……
สำหรับการหายตัวไปของนีรชาท่านเฉลิมสิทธิ์ยังไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครบอกเขา และไม่มีใครกล้าบอกเขา
และตอนนี้ท่านเฉลิมสิทธิ์ยังคงคิดเกี่ยวกับสิ่งที่นีรชาพูดเมื่อวานก่อนไป
นีรชาบอกว่า เพราะเขาเป็นปู่เธอ ถึงแม้ว่าเขาจะทำร้ายถนิตพวกเขาก็เกลียดเขาไม่ได้หรอก แต่เธอไม่ตำหนิเขาไม่ได้
เดิมทีแล้วถนิตมีสุขภาพที่แข็งแรง ถ้าไม่ใช่เพราะท่านเฉลิมสิทธิ์ ตอนนี้จะมีโรคเรื้อรังมากขนาดนั้นได้ยังไง
ท่านเฉลิมสิทธิ์ไม่เคยคิดเลยว่าหลานสาวที่ตัวเองมองเป็นเด็กมาโดยตลอดจะพูดแบบนี้ออกมา เขาเริ่มคิดทบทวนแล้วว่าตอนแรกตัวเองทำเกินไปจริงๆ ใช่ไหม?
เมื่อประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออก เขาก็ตอบสนองด้วยการเงยหน้ามองไปที่หน้าประตู เขานึกว่าคนที่เข้ามาจะเป็นนีรชา ไม่คิดว่าคนที่เข้ามาจะเป็นนันท์นรี
ในมือเธอถือกล่องเก็บความร้อนอยู่
“คุณปู่” นันท์นรีเรียกเขาเบาๆ “สุขภาพดีขึ้นไหมคะ?”
ช่วงที่ท่านเฉลิมสิทธิ์อยู่โรงพยาบาลนันท์นรีไม่เคยมาเยี่ยมเลย เธอมาแล้วต้องถูกนีรชาไล่ออกไปแน่ๆ
“เธอมาทำไม?” ท่าทีของท่านเฉลิมสิทธิ์ที่มีต่อนันท์นรีค่อนข้างเย็นชา ไม่สนิทสนมเหมือนเมื่อก่อนเลย
นันท์นรีเม้มปาก มุมปากวาดยิ้มจางๆ “คุณปู่ป่วย ฉันในฐานะหลานสะใภ้ ก็ควรมาเยี่ยมสิคะ”
“นีรชาล่ะ?” ท่านเฉลิมสิทธิ์ถามทันที “ทำไมหล่อนไม่มา?”
เขามีบางอย่างอยากคุยกับนีรชา
“หล่อนบอกว่าหล่อนไม่อยากมา” นันท์นรีขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ไม่อยากมา……” ได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าท่านเฉลิมสิทธิ์ก็เกิดความจิตตกเพิ่มขึ้น
นันท์นรีค่อยๆ เดินไปข้างเตียง วางกล่องเก็บความร้อนในมือไว้ที่โต๊ะหัวเตียง จากนั้นก็เปิดมัน นำซุปด้านในออกมา “ปู่คะ คุณดื่มซุปไก่บำรุงร่างกายก่อนนะคะ”
ซุปไก่นั้นต้มจนเข้มข้นหอมกรุ่น เพิ่งเปิดฝาออกก็ได้กลิ่นหอม
นันท์นรียื่นชามไปที่มือท่านเฉลิมสิทธิ์ “คุณผอมลงมาก ต้องบำรุงร่างกายให้ดีจะได้ชนะโรคภัยไข้เจ็บนะคะ”
ระหว่างที่เธอพูดก็คำนึงถึงท่านเฉลิมสิทธิ์ พยายามสมบทบาทหลานสะใภ้อย่างแท้จริง