ตอนที่ 383
บทที่ 383 การลักพาตัวเด็ก
October 28, 2026
รสิการู้สึกว่าช่วงนี้ทิมทิมทำตัวแปลก ๆ แต่ว่าแปลกตรงไหนนั้น เธอก็พูดไม่ออก
เขายังคงเชื่อฟังเหมือนเดิม แล้วก็ไม่ได้เกิดเรื่องอะไร แต่รสิกามักจะรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนกับว่ากำลังจะเกิดเรื่องขึ้นมาแล้วยังไงอย่างงั้น
พอกินข้าวเสร็จแล้ว ทิมทิมก็ลุกขึ้นไปจากโต๊ะ กำลังจะเดินไปที่ห้องนอน พอเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินรสิกาพูดขึ้นมาว่า “ทิมทิม?”
ฝีเท้าของทิมทิมหยุดลง “อะไรเหรอครับ แม่?”
“ช่วงนี้การเรียกของหนูเป็นยังไงบ้าง?” รสิกาเอากระดาษขึ้นมาเช็ดปากเล็กน้อย
“ก็ไม่เลวครับ” ทิมทิมตอบออกมาอย่างง่ายดาย
เรื่องทางด้านการเรียนนั้น เขาสอบได้ที่หนึ่งมาตลอด สำหรับเขาแล้วเรื่องที่ยากที่สุดก็คือทำให้ตกจากที่หนึ่ง
“งั้นการคบหากันเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างจ๊ะ?” ตอนนี้ปัญหาที่รสิกาเป็นกังวลอยู่ก็ยังเป็นปัญหานี้ เพราะว่าทิมทิมฉลาดและรู้เรื่องมากเกินไป เหมือนกับว่าจะไม่มีเพื่อนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันเลย อยู่ที่บ้านก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงเพื่อนนักเรียนของตัวเองเลย
“ก็ไม่เลวครับ” เขายังคงตอบมาสี่คำนี้
“จริงเหรอ?” รสิการู้สึกสงสัย
“จริงครับ” ทิมทิมพูดขึ้นมา “แม่ครับ อยู่ ๆ แม่ก็มาถามผมเรื่องนี้ทำไมครับ?”
รสิกาไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ หรือเธอจะบอกว่า เป็นเพราะว่าในใจของตัวเองคิดมากไปอย่างเดียวเท่านั้น?
ถามไปตั้งนานก็ไม่ได้คำตอบอย่างที่ตัวเองต้องการ เธอจึงได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่มีอะไรแล้ว หนูไปเล่นเถอะจ้ะ”
รสิกายังคงรู้สึกแปลก ๆ อยากจะโทรศัพท์ไปถามครูที่โรงเรียนสักหน่อย แต่ตอนนี้ก็เป็นเวลาเลิกงานแล้ว ครูก็มีชีวิตส่วนตัวของตัวเอง จู่ ๆ เธอโทรศัพท์ไปจะต้องเป็นการรบกวนคนอื่นแน่ ๆ ดังนั้นรสิกาจึงได้อดทนไว้ รอวันพรุ่งนี้ตอนที่ส่งทิมทิมไปที่โรงเรียนค่อยถามครูดีกว่า
ทั้งคืนผ่านไปอย่างเงียบสงัด
วันที่สอง รสิกาตื่นมาทำอาหารตั้งแต่เช้า ตอนที่ทิมทิมตื่นนอน รสิกาก็ทำอาหารเช้าเสร็จพอดี พอไปช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างหน้าแปรงฟันแล้ว สองแม่ลูกก็มากินอาหารเช้าพร้อมกัน
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ รสิกาก็ขับรถไปส่งทิมทิมที่โรงเรียน
แต่ว่าครั้งนี้ รสิกาได้ลงจากรถแล้วก็เดินไปส่งทิมทิมจนถึงหน้าประตูโรงเรียน พอเห็นคุณครูแล้ว เธอถึงได้หยุดลง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณครู” รสิกากล่าวทักทายกับครูประจำชั้นของทิมทิม
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณผู้ปกครอง” ครูประจำชั้นตอบกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่ง
รสิกากำลังจะสอบถามเรื่องในช่วงนี้ของทิมทิมกับครูประจำชั้น แต่ยังไม่ทันได้เปิดปากพูดก็เห็นทิมทิมยืนอยู่ข้าง ๆ ยังไม่เดินเข้าไปข้างใน
“ทิมทิม ทำไมหนูยังไม่เข้าไปอีก?” รสิกาถามเขาขึ้นมา
“อ๋อ ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละครับ” พอทิมทิมเห็นว่าแผนการแอบฟังของตัวเองพังแล้ว จึงได้แต่เบ้ปากเล็กน้อย จากนั้นก็ก้าวเดินเข้าประตูโรงเรียนไป
พอเขาเดินไปไกลแล้ว รสิกาถึงจะถามครูประจำชั้นขึ้นว่า “คุณครูคะ ฉันอยากถามอะไรหน่อยค่ะ ช่วงนี้อยู่ในโรงเรียนเจ้าเด็กทิมทิมทำตัวเป็นยังไงบ้างคะ? ได้ก่อเรื่องอะไรหรือเปล่า? เพราะว่าปกติฉันค่อนข้างงานยุ่ง ก็เลยไม่ค่อยได้คุยเรื่องในโรงเรียนกับเขาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง”
“ทิมทิมเป็นเด็กที่เชื่อฟังมากค่ะ” พอได้ยินรสิกาถามแบบนี้ ใบหน้าของครูประจำชั้นก็มีรอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นมาทันที “เขาฉลาดมาก แล้วก็มีมารยาทมาก ไม่เคยสร้างความวุ่นวายให้ครูเลย คุณผู้ปกครองไม่ต้องเป็นกังวลหรอกนะคะ”
“จริงเหรอคะ?” ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกตัวเองและรู้จักดีพอ แต่รสิกาก็รู้สึกว่าช่วงนี้ทิมทิมดูแปลก ๆ ก็เลยอยากทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้นอีกหน่อย
“ก็ต้องเป็นความจริงซิคะ” พอครูประจำชั้นพูดถึงทิมทิม ไม่ว่าจะจุดไหนก็มีแต่คำชื่นชม “ทิมทิมเป็นเด็กที่ฉลาดและรู้เรื่องมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาในระยะทำงานหลายปีมานี้เลยค่ะ”
“ถ้าเกิดว่าเป็นแบบนี้จริง ๆ ก็ดีมากเลยค่ะ” ครูประจำชั้นพูดมาจนถึงขนาดนี้แล้ว ถึงรสิกาจะไม่วางใจยังไง ก็ต้องข่มความกังวลในใจลงไปได้แล้ว
ก่อนหน้านี้เธอกลัวว่าชรรินจะทำอะไรกับลูก แต่ว่าระวังตัวมานานขนาดนี้ ชรรินก็ยังไม่เคลื่อนไหวอะไรอีก ตัวเธอเองก็เริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองได้ตกหล่นเรื่องอะไรไปหรือเปล่า
รสิกาเริ่มตกสู่ภวังค์ จนครูประจำชั้นร้องเรียกเธอ ถึงได้ตั้งสติกลับมาได้ “งั้นฉันไปก่อนนะคะ คุณครูทำงานต่อเถอะค่ะ”