ตอนที่ 386
บทที่ 386 ค่าเสียหาย
October 28, 2026
พอเห็นสภาพทิมทิมดูไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใจที่ตื่นตระหนกอยู่ของผู้อำนวยการถึงได้วางลงได้สักที
แล้วก็นั่งไปอีกพักหนึ่ง ผู้อำนวยการถึงได้ลุกขึ้นแล้วจากไป
พอรสิกาส่งผู้อำนวยการออกไปแล้ว ก็ปิดประตูลง แล้วหันหน้ามามองค้อนใส่ทิมทิมทีหนึ่ง “ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่า ที่หนูทำเรื่องแบบนี้ออกมา จะนำความตื่นตระหนกมาให้คนอื่น”
ทิมทิมเกาหัวเล็กน้อย บนใบหน้าแฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิด “แม่ครับ ผมสำนึกผิดจริง ๆ แล้วครับ”
ตอนนั้นเขาเอาแต่คิดว่าจะทำยังไงถึงจะให้อนิญญามาตกกับได้ แต่ลืมไปเลยว่าถ้าพวกเขารู้เรื่องเข้า ในใจจะเป็นกังวลมากแค่ไหน
“เรื่องราวในครั้งนี้ ถือว่าเป็นบทเรียนครั้งหนึ่งให้หนู ดูซิว่าครั้งหน้าหนูจะยังกล้าทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้อีกไหม” รสิกาเดินมาตรงหน้าเขา แล้วยกมือขึ้นมาจิ้มหน้าผากเขาเล็กน้อย
แล้วทิมทิมก็หัวเราะแหะ ๆ ออกมาสองคำ
*
รสิกาไม่ได้สนใจทางอนิญญาอีกเลย พอผ่านไปสองวันแล้วถึงได้รับโทรศัพท์จากทางสถานีตำรวจ บอกว่าเรื่องผู้ร้ายค้ามนุษย์ของอนิญญานั้นเป็นเรื่องโกหก เป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น สำหรับเรื่องที่ลักพาตัวเด็กก็เพราะเป็นความแค้นส่วนตัว ถ้าจะให้เรื่องคลี่คลายละก็ ต้องให้รสิกามาที่สถานีตำรวจเที่ยวหนึ่ง
ถึงแม้ว่าตำรวจจะไม่ได้พูดให้ชัดเจน แต่รสิกาก็พอจะฟังออกแล้วว่าตอนที่ตำรวจพูดออกมานั้น น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความโกรธเคืองเล็กน้อย
ระหว่างรสิกากับอนิญญาเป็นคนรู้จักกันอยู่แล้ว แล้วทั้งสองคนก็มีการขัดแย้งกันต่าง ๆ นานามาก่อนแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่รสิกาไปที่สถานีตำรวจนั้น มีโอกาสที่จะบอกความสัมพันธ์ของตัวเองกับอนิญญาให้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยบอกพูดสักคำ จนทำให้ต่อมาปริมาณงานของตำรวจต้องเพิ่มมากขึ้น พอตอนนี้พวกเขารู้เรื่องแล้ว ในใจก็ต้องไม่ชอบใจอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่ายังไงรสิกาก็มีความสัมพันธ์กับถนิตอยู่ ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นความสัมพันธ์อะไร แต่ดูจากท่าทีของถนิตในวันนั้นแล้ว จะต้องลึกซึ้งมากแน่ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าใจของตำรวจจะไม่ชอบใจมากแค่ไหน ก็ได้แต่ข่มความรู้สึกนี้ไว้ในก้นบึ้งหัวใจเท่านั้น
พอรสิกาวางสายจากตำรวจแล้ว ก็ออกจากสตูดิโอ แล้วไปที่สถานีตำรวจ
เรื่องของอนิญญาอยู่ ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายขนาดนี้ รสิกาเองก็สงสัยว่าเป็นเพราะอะไร
เหมือนกับก่อนหน้านี้ ที่ประวัติของอนิญญาถูกคนแก้ไขไปยังไงอย่างงั้น ไม่ว่าถนิตจะไปตรวจสอบยังไง ก็ตรวจไม่เจอว่าถูกแก้ไปได้ยังไง
สุดท้ายตรวจสอบได้แค่ร่องรอยที่แฮ็กเกอร์เคยแฮ็กเข้าไปเท่านั้น แต่ว่าแฮ็กเกอร์คนนั้นเข้าออกไม่ทิ้งร่องรอยอะไรเลยไว้เลย แค่สามารถจับทางได้เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่กลับไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่าเขาเป็นใคร
รสิการู้สึกแปลกใจว่า ครั้งนี้อนิญญาสามารถหลบหนีไปจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ได้ยังไง
พอมาถึงสถานีตำรวจ รสิกาก็ผลักประตูเข้าไป
พอมีตำรวจมองเห็นเธอ ก็เดินมาหา “คุณรสิกา คุณมาแล้วเหรอ”
“สวัสดีค่ะ” รสิกาพยักหน้าเล็กน้อย
“เชิญตามผมมาครับ” ตำรวจพารสิกาเข้าไปในห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง
แล้วในห้องนั้นมีอนิญญากำลังนั่งอยู่
ห่างกับการเจอกันเมื่อครั้งที่แล้วเพิ่งจะผ่านมาแค่ไม่กี่วัน แต่ว่าดูจากสภาพของอนิญญาแล้ว ที่คุมขังอยู่หลายวันนี้น่าจะมีความเป็นอยู่ที่ไม่เลว เพราะว่าไม่ได้ดูเหี่ยวเฉากว่าเมื่อหลายวันก่อนเลย
พอเห็นรสิกามาแล้ว อนิญญาก็เบ้ปากขึ้นอย่างเยาะเย้ย แต่กลับไม่พูดอะไร
“เชิญนั่งครับ” ตำรวจทำท่าเชิญรสิกานั่งไปทีหนึ่ง
รสิกาตอบรับเล็กน้อยแล้วก็นั่งลง เธอนั่งตรงกันข้ามกับอนิญญา
ตำรวจบอกว่าตอนนี้เรื่องนี้ต้องให้พวกเธอสองคนมาตกลงกันเอง ว่าจะไกล่เกลี่ยกันเองหรือว่าจะฟ้องร้อง
แน่นอนว่าไม่ต้องถึงขั้นฟ้องร้องกันหรอก ทิมทิมไม่ได้รับบาดเจ็บ และไม่ได้ถูกอนิญญาพาตัวไปด้วย ดังนั้นจึงสามารถไกล่เกลี่ยกันเองได้
“ฉันประเมินเธอต่ำไปจริง ๆ ด้วย” รสิกาจ้องมองไปที่อนิญญา แล้วพูดเรียบ ๆ ขึ้นมา
แม้แต่ข้อมูลในประวัติที่สำคัญแบบนั้นก็ยังถูกแก้ไขได้ ดูท่าตอนนี้พวกอนิญญาก็ต่อกรยากอยู่เหมือนกัน