ตอนที่ 389
บทที่ 389 จะต้องหาเด็กให้เจอเร็วที่สุด
October 28, 2026
พอกรานต์ที่อยู่ทางปลายสายได้ยินคำพูดประโยคนี้เข้าก็นิ่งอึ้งไปเลย แล้วเหมือนผ่านไปพักหนึ่งแล้วถึงจะตั้งสติกลับมาได้ “งั้น..…. งั้นถ้าคุณต้องการอะไร ก็โทรหาผมได้ตลาดเลย ไม่ต้องเกรงใจนะครับ”
ก็ใช่นะซิ……เกิดเรื่องกับทิมทิม แน่นอนว่าถนิตก็ต้องเป็นคนมาจัดการอยู่แล้ว
ในเมื่อ ถนิตเป็นพ่อของทิมทิมนี่……
ส่วนเขานั้น……อย่างมากสุดเขาก็เป็นแค่เพื่อนของรสิกาเท่านั้น
น้ำเสียงของกรานต์ฟังดูขมขื่นเล็กน้อย พอรสิกาได้ยินเสียงเขา ก็เหมือนว่าเป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เธออ้าปากออกเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
ทั้งสองต่างก็ไม่ได้วางไปสาย พอผ่านไปครู่หนึ่ง รสิกากำลังจะรวบรวมความกล้าขึ้นมาอะไรสักประโยค แต่ก็ยังไม่ทันได้เปิดปากพูด ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง แล้วก็แย่งโทรศัพท์ไปจากมือเธอเลย
รสิกาตกใจจนสะดุ้ง พอหันหน้าไปก็เห็นถนิตยืนอยู่ข้างหลังตัวเอง ส่วนโทรศัพท์ที่เธอกำลังโทรศัพท์อยู่นั้น กลับถูกเขาปิดเครื่องไปเลย จากนั้นก็โยนกลับมาใส่มือเธอ
รสิการีบรับเอาไว้ทันที จนเกือบตกพื้นไปเลย “คุณทำอะไรคะเนี่ย?”
“คุณกับเขามีเรื่องต้องคุยกันมากขนาดนั้นเลยเหรอ?” ถนิตเหล่ตามองเธอทีหนึ่ง
“ก็เขาเป็นห่วงทิมทิมนี่คะ” รสิกาขมวดคิ้วพูดขึ้นมา
“ทิมทิมเป็นลูกชายของผม มีผมเป็นห่วงคนเดียวก็พอแล้ว” ถนิตพูดเสียงเรียบขึ้นมา
“ทีแรกที่ทิมทิมได้เข้าโรงเรียน ก็เพราะเขาเป็นคนช่วยเหลือ ตอนนี้พอเด็กเกิดเรื่องขึ้นมาในโรงเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้วซิคะ” รสิกาพูดขึ้นมา
“คุณว่าอะไรนะ?”
พอได้รสิกาพูดว่าที่ทิมทิมสามารถเข้าเรียนได้ เป็นเพราะความช่วยเหลือจากกรานต์ ดวงตาของถนิตก็หรี่ลงมา
รสิกาเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอหลุดปากไป แต่เธอก็ยังพยายามสงบนิ่ง แล้วพูดขึ้นมาว่า “ก็ตอนนั้นฉันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ แล้วทิมทิมต้องเข้าโรงเรียน แต่ว่าเอกสารส่วนตัวต่าง ๆ ในประเทศยังไม่ครบ ทางโรงเรียนก็เลยยังไม่ยอมให้เข้าเรียน ถึงได้ไปขอให้กรานต์ช่วยเหลือ”
“คุณยังเรียกแบบสนิทสนมขนาดนั้นอีก?” ถนิตพูดขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์
“พวกเรารู้จักกันมาตั้งหลายปี เขาก็เป็นเหมือนน้องชายฉัน ฉันเรียกชื่อเขาจะเป็นอะไรไปคะ?” รสิกาถามขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
“งั้นทำไมคุณถึงไม่มาหาผมล่ะ?” ในใจถนิตยังคงไม่ชอบใจอยู่บ้าง
“ขอร้องล่ะ ในตอนนั้นพวกเรายังไม่ได้คืนดีกันเลยนะคะ” รสิกากลอกตาไปทีหนึ่ง “ถ้าฉันไปหาคุณ คุณจะต้องหาโอกาสมาทำให้ฉันลำบากอีกแน่ ๆ”
“ผม…...” ถนิตถูกเธอสกัดจนพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายก็กำหมัดไว้แน่นแล้วก็หมุนตัวเดินเข้าไปในบ้าน
ตอนแรกรสิกากะว่าจะเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ แล้วโทรหากรานต์อีกครั้งเพื่อบอกเรื่องที่ตัวเองอยู่ ๆ ก็สายตัดไปเมื่อกี้ แต่ว่าก็นึกถึงว่าถ้าตัวเองโทรออกไปจริง ๆ ละก็ งั้นถนิตก็คงจะต้องโกรธอีกแน่นอน
พอครุ่นคิดไปครู่หนึ่งแล้ว รสิกาก็เก็บโทรศัพท์ไปเลย แล้วก็เดินเข้าบ้านไป
“คุณโกรธอะไรอีกแล้วคะ ฉันกับกรานต์เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น”
“แต่ผมว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น” ถนิตพูดเสียงต่ำขึ้นมา
“เขาไม่มีทางชอบฉันหรอกค่ะ ฉันอายุเยอะกว่าเขาตั้งเยอะ” รสิกาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมเขา “แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ฉันยังมีลูกด้วย ถึงเขาจะชอบฉัน คนในครอบครัวเขาก็ไม่มีทางยอมรับหรอกค่ะ”
“งั้นทำไมคุณถึงไม่แต่งงานกับผมล่ะ?” ถนิตลากคำพูดกลับมาที่หัวข้อนี้อีกแล้ว
รสิการู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย “ตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาพูดเรื่องนี้ จัดการเรื่องของพวกชรรินไปให้ได้ก่อนดีกว่านะคะ”
พอพูดถึงชรริน ถนิตก็ไม่พูดอะไรแล้วจริง ๆ เพียงแต่ว่าสีหน้าของเขาก็ยังดูไม่ค่อยดีเลยเท่านั้น
รสิกาเกลี้ยกล่อมเขาอยู่นาน ถึงจะกล่อมจนเขาหายโกรธ พอส่งเขากลับไปแล้ว เธอก็เดินกลับมาที่ห้องรับแขก แล้วก็ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาทีหนึ่ง
แต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ กลับทำให้ใจของรสิกาเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมาเสี้ยวหนึ่ง
เธอคิดกับกรานต์เป็นแค่น้องชายตัวเองมาตลอด ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ติรณาจะเอาพวกเขาสองคนไปแซวเล่น แต่เธอก็แค่ขำ ๆ ไม่พูดอะไรเลย
แต่ว่าที่คุยโทรศัพท์กันเมื่อกี้นี้ กลับทำให้รสิการู้สึกถึงความผิดปกติ