ตอนที่ 390
บทที่ 390 คมสัน
October 28, 2026
เพียงแต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีที่อยู่ของชรริน แล้วก็ไม่รู้ว่าตกลงเธอเอาเด็กไปขังไว้ที่ไหน ถ้าจะหาให้เจอภายในสิบสองชั่วโมง มันไม่มีทางเป็นไปได้ด้วยซ้ำ
แต่ว่าตอนนี้รสิกาเองก็ไม่ได้เป็นกังวลมากนัก ถ้าเกิดเวลานี้ในวันพรุ่งนี้ ยังหาไม่เจอละก็ เธอมีวิธีที่จะทำให้ชรรินฆ่าเด็กคนนั้นไม่ได้อยู่
เธอจ้องมองบันทึกเสียงในโทรศัพท์ที่เพิ่งบันทึกได้เมื่อกี้ ใจที่หนักอึ้งก็ค่อย ๆ ดีขึ้นมาหน่อย
ถนิตเองก็เห็นบันทึกเสียงบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอแล้ว และหรี่ตาลง จากนั้นก็ยิ้มขึ้นมา “คุณนี่ฉลาดจริง ๆ”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ” รสิกาทำเสียงหึออกมาคำหนึ่ง “เอาละค่ะ ตอนนี้มาคิดดูก่อนดีกว่าว่าจะตามหาเด็กคนนั้นให้เจอได้ยังไง”
“เมื่อกี้ตอนที่คุณคุยโทรศัพท์ ผมได้ให้ผู้ช่วยแจ็คติดตามสัญญาณโทรศัพท์ไปแล้ว” ถนิตเอาก็ชูโทรศัพท์ของตัวเองใส่เธอเล็กน้อย
รอยยิ้มของรสิกาดูลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น “งั้นฉันคงจะวางใจได้แล้วใช่ไหมคะ”
“แค่มีตำแหน่งของเธอในตอนนี้ แต่เด็กจะอยู่ด้วยหรือเปล่านั้น ยังพูดยาก” ถนิตพูดขึ้นมา
“มันก็ใช่อยู่” รสิกาเข้าใจดี
“คาดเข็มขัดให้เรียบร้อย พวกเราควรออกเดินทางกันได้แล้ว” ถนิตขับรถออก แล้วก็ตักเตือนรสิกาไปคำหนึ่ง
รสิกาพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็คาดเข็มขัดให้เรียบร้อย
เรื่องมันเร่งด่วน ตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องไปที่ที่ติดตามสัญญาได้ ถึงแม้ว่าจะหาเด็กจากที่นั่นไม่เจอ แต่ว่าหาใครสักคนในพวกชรรินเจอก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน
รสิกาโทรศัพท์หาทิมทิมไปสายหนึ่ง สอบถามเขาว่าอยู่ที่บ้านอดิภาเป็นยังไงบ้าง
“แม่ครับ ผมสบายดีครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ทิมทิมพูดขึ้นมาในโทรศัพท์
“งั้นก็ดี หนูอย่าออกไปวิ่งไปเรื่อยนะ แล้วก็อย่างสร้างความวุ่นวายให้น้าอดิภาด้วย” รสิกาพูดขึ้นมา
“รู้แล้วครับ” ทิมทิมพูดขึ้นมา
ดีที่ทิมทิมเป็นเด็กเชื่อฟังมาตลอด รสิกาเองก็ไม่ได้เป็นกังวลมากเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นจึงพูดไปสองสามประโยคแล้วก็วางสายไป
ส่วนทิมทิมหลังจากที่วางสายแล้ว ก็คุยกับเพื่อนตัวเองที่ชื่อDว่าต่อไป
เรื่องของครูผู้หญิงคนนั้น เมื่อเช้าก่อนที่รสิกาจะออกจากบ้านได้เล่าให้ทิมทิมฟังแล้ว ดังนั้นทิมทิมมาอยู่ที่บ้านอดิภา ก็ไม่ได้อยู่ว่าง ๆ เพราะต้องหาภาพกล้องวงจรปิดตรงแถวที่ลูกสาวของครูผู้หญิงคนนั้นหายตัวไปพร้อมกับD
ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้Dลำบากเลย
ในภาพกล้องวงจรปิดมีรถตู้สองคันมาจับตัวลูกสาวของครูผู้หญิงไป จากนั้นก็ขับรถมุ่งตรงออกไปจากเขตเมือง พอออกไปจากเขตเมืองแล้ว ก็ค่อนข้างหายาก แต่พวกเขาต้องไม่ได้พาเด็กออกไปไกลนักแน่ น่าจะอยู่ในเขตรอบ ๆ เมืองแน่นอน
……
ทางด้านนี้ พวกถนิตติดตามไปตามที่อยู่ สุดท้ายก็มาจอดอยู่ที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง
รสิกาลงจากรถ แล้วเงยหน้าขึ้นมองโรงแรมนี้เล็กน้อย ดูแล้วก็ไม่แต่งต่างกับโรงแรมคอสโมมากเท่าไหร่ ล้วนเป็นโรงแรมห้าดาว และที่สำคัญคุณภาพก็น่าจะไม่แตกต่างกับโรงแรมคอสโมมากเท่าไหร่
“โรงแรมโซเฟีย……” เธออ่านชื่อออกมา “คิดไม่ถึงว่าพวกเธอจะมาอยู่ที่นี่ได้”
รอไปครู่หนึ่งก็ไม่ได้ยินเสียงถนิต รสิกาหันหน้าไปกำลังจะถามเขา แต่กลับเห็นบนใบหน้าเขาแฝงไว้ด้วยความหนักหน่วงเสี้ยวหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยเห็นเขามีท่าทีแบบนี้ออกมาเลย พอตอนนี้มาเห็นโรงแรมโซเฟียเข้า เขากลับเหมือนกับว่ามีความตกตะลึงเล็กน้อย
“คุณเป็นอะไรไปคะ” รสิกาถามขึ้นมา
“คมสัน เดชบดินทร์” เขาขมวดคิ้วขึ้นมา “โรงแรมโซเฟียเป็นโรงแรมในเครือตระกูลเดชบดินทร์”
“ตระกูลเดชบดินทร์?” รสิกาไม่เข้าใจ “เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเดชบดินทร์เหรอคะ?”
“ตอนนั้นตอนที่มาเปิดสาขาที่เมืองเอ ได้มีความแค้นกับตระกูลเดชบดินทร์เอาไว้” ถนิตพูดขึ้นมา “ที่ดินผืนนั้น ตระกูลเดชบดินทร์ก็อยากได้เหมือนกัน”
แต่สุดท้ายกลับถูกถนิตเก็บเข้ามาไว้ในกระเป๋า
ถึงเขากับคมสันจะไม่เคยได้เจอกันอีกหลังจากนั้น แต่การสบตาครั้งเดียวในตอนนั้น เขาก็รู้แล้วว่า ระหว่างพวกเขาได้มีความแค้นต่อกันแล้ว
ถึงแม้จะพูดว่าเรื่องในโลกธุรกิจเป็นแบบนี้ มีแพ้มีชนะ แต่ว่าการมีศัตรูเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน สำหรับถนิตแล้วยังไงก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี