ตอนที่ 392
บทที่ 392 หิมะแรกของปี
October 28, 2026
พอออกมาจากลิฟต์ ก็เห็นชรรินอยู่ข้างหน้าตรงที่ไม่ไกลนัก รสิกาก็ผ่อนฝีเท้าลงค่อย ๆ แล้วติดตามอยู่ข้างหลังเธอ
ท่าทางของเธอดูร้อนใจเล็กน้อย แต่มันก็ใช่อยู่ จู่ ๆ ที่ซ่อนตัวเด็กก็ถูกตำรวจพบเข้าอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว แน่นอนว่าต้องร้อนใจอยู่แล้ว
พอรสิกาเห็นเธอขึ้นรถไปแล้ว ตัวเองก็โบกรถได้คันหนึ่งแล้วให้คนขับรถขับตามอยู่ด้านหลังเธอไป
พอขึ้นรถมาได้ไม่นาน รสิกาก็ได้รับโทรศัพท์ที่ถนิตโทรเข้ามา
“คุณอยู่ไหน?” ในโทรศัพท์ เขาถามขึ้นมา
“ห่างจากโรงแรมออกมาช่วงหนึ่งค่ะ ตอนนี้กำลังไปตามทางออกนอกเมืองค่ะ” รสิกาตอบกลับไป
“แชร์ตำแหน่งมาให้ผม เดี๋ยวผมจะไปหาคุณ” ถนิตพูดขึ้นมา
“อ๋อ ได้ค่ะ” รสิกาเปิดตำแหน่งในโทรศัพท์ออก แล้วก็เอาโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง “ทางคุณ…… ไม่มีเรื่องอะไรใช่ไหมคะ?”
ตอนที่ออกมานั้น เห็นท่าทางของคมสันเหมือนว่าไม่ค่อยหวังดีเท่าไหร่ แล้วทำไมถึงได้สิ้นสุดกันเร็วขนาดนี้?
“อืม ไม่มีอะไร” เขาพูดขึ้นมา “คุณระวังตัวเองด้วยนะ อย่าตามใกล้เกินไปจนทำให้เธอรู้ตัวล่ะ”
“วางใจเถอะค่ะ ไม่มีปัญหาแน่นอน” รสิกายิ้มแล้วก็พูดขึ้นมา
ตอนนี้ชรรินยังไม่เห็นเธอ ถึงจะเห็นแล้ว ก็ทำอะไรเธอไม่ได้ ยังไงในใจเธอก็ค่อนข้างวางใจอยู่
ผ่านไปไม่นานรถก็ขับออกจากเมืองมาแล้ว และขับไปทางเขตชานเมือง ระหว่างทางรถดูน้อยลง ผ่านไปไม่นานชรรินก็รู้ตัวว่ารสิกาตามอยู่ข้างหลังแล้ว
โทรศัพท์ของรสิกาดังขึ้นมา เธอแทบจะเดาออกได้ว่าชรรินเป็นคนโทรเข้ามาเร็วมาก
รสิกากดรับสายโทรศัพท์ไป “ฮัลโหล”
“นี่ฉันประเมินเธอต่ำไปจริง ๆ” น้ำเสียงที่เยือกเย็นของชรรินดังลอยมาจากโทรศัพท์ “ถึงขนาดกล้าสะกดรอยตามฉันมาด้วย”
“ฉันแค่อยากหาเด็กให้เจอว่าอยู่ที่ไหนเท่านั้น” รสิกาพูดขึ้นมา
“เธอเป็นคนแจ้งตำรวจไม่ใช่เหรอ? เอ๊ะไม่...... ไม่ถูกซิ……” พอได้ยินรสิกาพูดแบบนี้ ชรรินก็นึกโทรศัพท์ที่โทรไปแจ้งตำรวจ คือเธอเป็นคนโทรไปซะอีก
แต่พอกลับมาคิดดูดี ๆ แล้ว รสิกาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กถูกซ่อนไว้ที่ไหน แล้วจะแจ้งตำรวจได้ยังไง
แต่ถ้าเกิดว่าไม่ใช่รสิกา งั้นจะเป็นใครไปได้ล่ะ?
“เธอยอมแพ้ซะเถอะ เรื่องนี้เธอล้มเหลวแล้ว” คำพูดของชรรินทำให้รสิการู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองได้ยินมาก่อนหน้านี้เป็นความจริงทั้งนั้น ตำรวจหาตัวเด็กเจอแล้วจริง ๆ
ในเมื่อตอนนี้ตำรวจรู้ที่ซ่อนของเด็กแล้ว ก็จะต้องช่วยออกมาได้แน่ ๆ
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ รถที่ขับอยู่จู่ ๆ ก็จอดลง แน่นอนว่ารถคันที่รสิกานั่งมาก็ต้องจอดตามไปด้วย
ร่างกายของรสิกาพุ่งไปด้านหน้าโดยอัตโนมัติ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งนั้น ชรรินก็ได้ลงมาจากรถคนข้างหน้าแล้ว เธอใส่เสื้อคลุมตัวยาวสีดำอยู่ จึงทำให้ร่างกายของเธอดูซูบผอมมาก วินาทีนี้กำลังจดจ้องมาที่รถคันที่รสิกานั่งอยู่ ด้วยสายตาเย็นชา
“คุณผู้หญิง?” คนขับรถที่อยู่ด้านหน้าไม่รู้จะทำยังไง จึงร้องเรียกรสิกาออกมาคำหนึ่ง
พอรสิกาตั้งสติกลับมาได้ ก็ควักกระเป๋าตังค์ออกมาจากกระเป๋าตัวเอง พอจ่ายค่ารถแล้ว ก็เปิดประตูลงไปจากรถไป
แล้วคนขับรถแท็กซี่ก็ได้ขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว
รสิกาก้าวเท้าเดินไปหาชรริน
ตอนนี้เป็นเข้าเดือนสิบเอ็ดแล้ว ห่างจากคราวก่อนที่เจอกันนั้น พวกเขาก็ไม่ได้เจอกันมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว
สีหน้าของชรรินดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่พอคิดดูแล้วมันก็ใช่ แผนการล้มเหลวไปแล้ว ใครจะไปมีสีหน้าที่ดูดีได้ล่ะ
“เธอหากำลังเสริมมาด้วยเหรอ?” พอรสิกาเดินไปหยุดลงไม่ห่างจากตรงหน้าชรรินมากนัก เธอก็เปิดปากพูดขึ้น และพูดอย่างเยาะเย้ยขึ้นมา
“กำลังเสริมเหรอ?” รสิกาหรี่ตาลงเล็กน้อย พออึ้งไปครู่หนึ่งแล้ว ถึงจะเข้าใจว่าคำพูดนี้ของเธอหมายความว่ายังไง
เธอกำลังพูดถึงคนที่แจ้งตำรวจคนนั้นละมั้ง
แต่ว่ารสิกาไม่คิดจะอธิบายหนอกว่า ตัวเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่แจ้งตำรวจคือใคร