ตอนที่ 413
บทที่ 413 ในห้องนั้น
October 28, 2026
เดิมทีสุขภาพท่านเฉลิมสิทธิ์ก็ไม่ดีอยู่แล้ว แต่ตอนเขาไม่อยู่โรงพยาบาล จิระศักดิ์และถวัลย์ก็ไม่ค่อยกล้าเคลื่อนไหวอะไร ทำได้แค่ประพฤติตัวเรียบร้อยเชื่อฟังคำพูดท่านเฉลิมสิทธิ์
แต่พอเขาอยู่โรงพยาบาล เหล่าผู้สอดแนมที่ถนิตให้ไปอยู่ที่ตระกูลวัชรเดชานนท์ก็เริ่มเกิดการตอบสนอง จิระศักดิ์และลูกชายดูเหมือนจะเริ่มแผนการร้ายอะไรบางอย่าง
“นายกลับประเทศเถอะ”
ขณะที่ถนิตยืนสูบบุหรี่ที่ระเบียง เสียงรสิกาก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
เขาหันศีรษะกลับไป “อะไร?”
“ฉันบอกว่า นายกลับประเทศไปจัดการเรื่องปู่นายเถอะ” รสิกายืนด้านหลังเขาไม่ไกล ด้วยสีหน้าซีดลง “ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อตามหาที่อยู่นีรชา”
“ไม่ได้” ถนิตปฏิเสธโดยไม่คิดเลย “ฉันจะไม่ทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียว”
“แล้วปู่นายจะทำยังไง?” ดวงตารสิกาแดง “ถ้านายไม่กลับไป จะต้องเกิดเหตุการณ์แบบคราวที่แล้วแน่”
รสิกาชื่นชมกลอุบายของท่านเฉลิมสิทธิ์จริงๆ แต่ในฐานะชายชราคนหนึ่งที่โดนโจมตีครั้งใหญ่แล้ว มันก็ยากมากที่จะคงสติไว้ได้
เธอคิดว่าพวกถวัลย์ก็คงกำลังใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้อยู่ ตอนนี้ถนิตกำลังวุ่นวายกับทางด้านฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับพวกเขา
“ฉันจะให้คนช่วย” ถนิตกัดฟัน
“นายรู้ดีกว่าฉัน เรื่องในประเทศนอกจากนายก็ไม่มีใครทำได้” รสิกาเดินไปข้างหน้าช้าๆ คว้าคอเสื้อถนิตไว้ ช่วยเขาจัดระเบียบมันสักหน่อย “กลับไปเถอะ นายไม่อยากเสียไปอีกคนหรอกใช่ไหม”
ตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ ถนิตสูบบุหรี่ไปเยอะมาก ในใจเขาก็กำลังคิดมากสับสนอยู่ คิดมากสับสนว่าตัวเองควรทำยังไงดี
เขาไม่อยากปล่อยไปเลยทั้งสองฝั่ง แต่เขาต้องเลือกฝั่งเดียว
และสิ่งที่เขาต้องเลือกตอนนี้ ต้องเป็นภายในประเทศ
สถานการณ์ในประเทศนอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้
สำหรับทางด้านนี้……ตอนนี้สิ่งที่รสิกาต้องทำก็แค่ตามหานีรชาเท่านั้น เธอคิดว่าตราบใดที่ตัวเองมุ่งมั่นต่อไป ต้องมีสักวันที่หานีรชาเจอ และสามารถตามเจอว่าโลล่าซ่อนนีรชาไว้ที่ไหน
และหลังจากตอนนี้ใจเย็นลงแล้ว รสิกาก็ค่อยๆ เข้าใจว่าโลล่าไม่กล้าให้นีรชาตายอย่างแน่นอน
คนตายมีผลกระทบมากกว่าคนเป็นเยอะเลย
ดังนั้นในสถานการณ์ปัจจุบัน รสิกาไม่กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของนีรชาเลย
“เธออยู่คนเดียวได้ไหม?” ผ่านไปนานมาก ก่อนถนิตจะยกมือขึ้นกอดรสิกา แล้วถามเสียงทุ้ม
“ได้อยู่แล้ว” รสิกายกมุมปากขึ้น “ฉันพึ่งพาตัวเองเก่งมาก”
“ถ้าเจอปัญหาอะไร ให้คุยกับฉันก่อน ไม่ต้องเข้มแข็งจนทำให้ฉันเป็นห่วง” ถนิตพูด
“รู้แล้ว” คำพูดนี้รสิกาไม่ได้ปลอบโยนเขา
อายุเท่านี้แล้ว ความกังวลก็เยอะขึ้น เธอหวงแหนชีวิตตัวเองกว่าเมื่อก่อนเช่นกัน
เธอไม่อยากให้ทิมทิมเสียแม่ไปตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้
ถนิตออกจากฝรั่งเศสในวันรุ่งขึ้น ตอนแรกรสิกาจะไปส่งเขาที่สนามบิน แต่ถูกเขาห้ามไว้ให้อยู่พักผ่อนที่โรงแรม
รสิกาไม่มีทางเลือก ต้องเชื่อฟังเขาเท่านั้น แต่หลังจากเขาไปได้ไม่นาน ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปหาโลล่า
โลล่ากับบรู๊คไม่ได้วางแผนจัดงานแต่ง แค่เชิญญาติและผองเพื่อนมากินข้าวที่บ้าน
ทะเบียนสมรสที่แอนเนเวย์ต้องการมาโดยตลอด พวกเขาก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว
ซึ่งก็หมายความว่า โลล่าในตอนนี้ คือภรรยาบรู๊คถูกต้องตามกฎหมาย
รสิกาไม่ได้เจอบรู๊คอีกตั้งแต่วันนั้น เธอคิดว่าในใจตัวเองยังเคืองเขาอยู่
……
เดิมทีแล้วรสิกาตั้งใจจะไปโรงพยาบาลเพื่อหาโลล่า แต่เธอเพิ่งนั่งรถมาถึงประตูโรงพยาบาล ยังไม่ทันลงจากรถก็เห็นโลล่าขับรถตัวเองออกจากโรงพยาบาลไปด้วยสีหน้าตื่นตกใจ