ตอนที่ 422
บทที่ 422 เกี่ยวกับการคลอดลูก
October 28, 2026
ชรรินเองก็มองเห็นรสิกา แต่ปฏิกิริยาไม่มากเท่าเธอ หลังจากนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ยกริมฝีปากขึ้นหัวเราะเสียงเย็น
“ฉันนึกว่าเธอจะไม่กล้ามาซะอีก” เธอกล่าวราวกับประชดประชัน
รสิกาขมวดคิ้ว ไม่อยากจะสนใจเธอ จึงเดินผ่านเธอเข้าไปในห้องรับแขก
“เธอคิดว่าเด่นชัยเป็นคนจะยอมให้ตัวเองเสียเปรียบอย่างนั้นเหรอ?”
รสิกาก้าวเดินไปเพียงแค่สองก้าว ก็ได้ยินชรรินกล่าวขึ้น
ฝีเท้าของเธอพลันหยุดลงที่เดิม หลังจากนั้นจึงหันหน้ากลับมามองชรริน “เธอพูดอะไร?”
ชรรินยิ้มอย่างภาคภูมิ “เรื่องอีฟครั้งที่แล้ว ภาพลักษณ์ของเด่นชัยเสียหาย เธอคิดเหรอว่าเขาจะปล่อยพวกเธอไปจริงๆ”
รสิกากัดฟัน ขมวดคิ้วแน่น ไม่ได้กล่าวอะไร
ชรรินกล่าวต่อ “ฉันรู้ว่าเธอจะต้องคิดว่าถ้ามีกรานต์กับเขาอยู่ ทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่เธอคิดว่าเด่นชัยที่อยู่เมืองเอหลายปีขนาดนั้นจะไร้ความสามารถอย่างนั้นเหรอ?”
ใช่ รสิกาลืมการมีอยู่ของเด่นชัยไปนานแล้ว เธอคิดว่าเรื่องนั้นจะคลี่คลาย แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างเด่นชัยน่ะเหรอที่จะยอมเสียเปรียบ?
ชรรินคงจะพอใจมากที่ได้เห็นสีหน้าของรสิกาที่แสดงออก เธอหัวเราะเสียงเรียบ และเดินจากไปอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์
รสิกายืนนิ่งอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง เธอถึงจะกลับมารู้สึกตัวด้วยกายที่แข็งทื่อไปทั้งร่าง เธอยกมือขึ้นลูบใบหน้าอันเย็นชาของตน หลังจากลูบหน้าด้วยความร้อนแล้ว เธอก็ฝืนบังคับให้บนใบหน้าตนแต้มด้วยรอยยิ้มแล้วค่อยๆ เดินไปที่ห้องรับแขก
อาหารมื้อค่ำวันส่งท้ายนี้อาจถึงคราวทานไม่สงบเสียแล้ว
*
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ครอบครัวของพวกเขาก็นั่งรอบๆ ห้องรับแขก ดูงานเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ออกอากาศทางทีวี แน่นอนว่ามีคนที่กำลังดูอยู่ไม่มากเท่าไหร่ ที่มากก็คงจะเป็นแผนการทำงานประจำปีของรสิกาและธนิต
หลังจากที่อารณีย์ได้ยินมาว่าธนิตจะอยู่ที่เมืองซี และรสิกากลับจะไปอยู่เมืองเอ เธอก็ไม่เห็นด้วยนัก “พวกลูกสองคนอยู่แยกกันคนละที่ งั้นทิมทิมก็ได้อยู่แค่กับรุ้งคนเดียวสิ จะทำแบบนี้ได้ยังไงกัน”
เธอเองก็มองออกว่าความสัมพันธ์ระหว่างธนิตและทิมทิมค่อนข้างแปลก จะบอกว่าพวกเขาเป็นเหมือนพ่อลูกกันก็ไม่เชิง จะบอกว่าไม่เหมือน ทว่าทิมทิมก็ยอมรับการที่ธนิตปฏิบัติต่อเขาทุกอย่างทั้งหมด ไม่มีการปฏิเสธ
พ่อลูกควรจะอยู่ด้วยกัน หากแยกกันในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ มาเจอกันอีกครั้ง ความสนิทสนมที่บ่มเพาะกันมาก็กลัวว่าจะหมดไป
“สตูดิโออยู่ในเมืองเอ ฉันก็ต้องไปอยู่ที่นั่น” รสิกากล่าวอย่างหมดหนทาง
แม้ว่าเธอจะรู้ดีว่านี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดี แต่เมื่อมองในปัจจุบัน ก็คงจะต้องให้เป็นไปแบบนี้
“แม่ว่า ลูกกลับมาก็ได้แล้ว”อารณีย์โพล่งออกมา “ลูกกลัวว่าพวกเราจะเลี้ยงลูกไม่ไหวเหรอ?”
ไม่ต้องพูดถึงบ้านตระกูลปิติภัทรไพศาลเลย แค่ธนิตคนเดียวก็ยังมีมากมายเหลือเฟือที่จะดูแลเธอด้วยซ้ำ
“ไม่ได้” อย่างไรก็ตาม รสิกาปฏิเสธข้อเสนอของอารณีย์โดยแทบไม่ต้องคิด
เธอเคยเห็นแม่บ้านที่อยู่บ้านตลอดเวลาหลายคน สุดท้ายก็ถูกทิ้งขว้างและหย่าร้าง แม้ว่าเธอจะไม่เชื่อว่าธนิตจะทำอย่างนั้น เธอก็ไม่ต้องการเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาอาศัยผู้ชาย
อาชีพนี้ของเธอกว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ เด็ดขาด
การปฏิเสธของเธอทำให้อารณีย์รู้สึกหมดหนทาง เธอทำได้เพียงหันหน้าไปมองธนิต หวังว่าเขาจะช่วยพูดอะไรบ้าง
ธนิตได้รับสัญญาณจากอารณีย์ เขายิ้มอ่อนให้เธอ จากนั้นจึงพูดว่า “ผมสนับสนุนรสิกา ขอแค่เพียงเธอต้องการ ผมก็จะสนับสนุนทุกเรื่อง”
เขารู้ดีว่าในใจของรสิกากำลังคิดอะไรอยู่ เขาคิดว่า ในเมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว เช่นนั้นสิ่งที่เขาควรจะทำไม่ใช่ขัดขวางเธอ แต่ควรจะสนับสนุนเธออย่างไม่มีเงื่อนไขต่างหาก