ตอนที่ 431
บทที่ 431 ระหว่างสามีภรรยา
October 28, 2026
หลังจากชรรินเดินออกไป ภายในห้องคนไข้ก็จมอยู่ในความเงียบงัน
ท้ายที่สุดยังคงเป็นอารณีย์ที่ทำลายภาวะชะงักงัน: “ไปดูเธอหน่อยไป”
ต่อให้อารณีย์จะไม่ชอบชรรินยังไง แต่ในฐานะคนๆหนึ่งที่มีลูกสาว เธอก็เข้าใจดี ถ้าในวันนี้ รสิกาลูกสาวของตนเองต้องเปลี่ยนมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอคงทรมานใจมากแน่ๆ
ชรรินอาจจะทำตัวไม่น่ารัก แต่จากท่าทีของเธอในตอนนี้ก็เหมือนกับเด็กสาวที่กำลังเกรี้ยวกราดเพราะไม่ได้กินของหวานเท่านั้นเอง เธอขึ้นเสียงใส่พ่อของตนเอง เพราะปรารถนาว่าจะทำให้พ่อเอาใจใส่ตนเองมากขึ้นสักหน่อย
เด็กสาวประเภทนี้ ง้อง่าย เอาใจง่ายที่สุดแล้ว
จากที่เห็นในหลายปีนี้ กันต์ชัยเอาใจใส่อารณีย์กับรสิกามากกว่าจริงๆ เขากังวลว่าพวกเธอจะน้อยใจ แต่กลับเผลอเพิกเฉยความคิดในใจของลูกสาวตนเองไปโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้นตอนที่อารณีย์พูดประโยคนี้ออกมา กันต์ชัยจึงก้าวเท้าตามออกไปทันที
หลังจากรอให้กันต์ชัยเดินไป รสิกาถึงได้นั่งลง มองอารณีย์: “เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?”
“หมายความว่าไง?” อารณีย์ชำเลืองมองเธอ
รสิกาหัวเราะเบาๆ: “หนูคิดว่าแม่ไม่ชอบเธอซะอีก”
“แม่ไม่ชอบเธอจริงๆนั่นแหละ” สำหรับประเด็นที่ไม่ชอบชรรินนี่ อารณีย์ไม่ได้คิดจะปิดบัง “แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ลุงชัยของแกคงไม่สบายใจน่ะสิ”
แม้กันต์ชัยกับอารณีย์จะแต่งงานกันมาตั้งหลายปีถึงจะไม่มีลูก แต่พวกเขาก็รักกันดี เพื่ออีกฝ่ายแล้วต่างยอมอ่อนข้อให้แก่กันและกัน
หลายปีนี้เพราะความสัมพันธ์ระหว่างอารณีย์ กันต์ชัยจึงดีกับรสิกาเหมือนเธอเป็นลูกสาวแท้ๆของตนเองเลย
ดังนั้นอารณีย์ถึงได้ยอมถอยให้เขาเช่นกัน
บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่สื่อถึงกันทางใจระหว่างสามีภรรยาก็ได้นะ
ภายหลังระหว่างกันต์ชัยกันชรรินเกิดอะไรขึ้นรสิกาไม่ชัดเจนเท่าไหร่ เธอก็ไม่ได้ถามด้วย แต่ผลสุดท้ายดูเหมือนว่าชรรินจะยินยอมไปแล้ว
วันที่เธอไปเป็นวันที่อารณีย์ออกจากโรงพยาบาลพอดี รสิกาขับรถมาส่งอารณีย์ที่ตระกูลปิติภัทรไพศาล ตอนที่มาถึงชรรินเดินทางออกไปแล้ว ซึ่งธนพจน์เป็นคนไปส่งเธอที่สนามบิน
กันต์ชัยนั่งอยู่ในห้องรับแขกเพียงคนเดียว แผ่นหลังดูอ้างว้างอย่างเห็นได้ชัด
อารณีย์เดินเข้าไปนั่งข้างๆเขา ไม่ได้พูดอะไร แค่จับมือเขาไว้เบาๆ
รสิกายืนมองอยู่ไม่ไกลจากด้านหลังของพวกเขา แต่ไม่ได้เดินเข้าไปหา
ส่งลูกสาวไปด้วยตนเอง ตอนนี้ในใจของกันต์ชัยคงเจ็บปวดมากแน่ๆเลยสินะ
เพียงแต่ด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อไม่สามารถเลือกทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ เราควรจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา ต่อให้รสิกาไม่พูดกันต์ชัยก็คงเข้าใจดี
การจากไปของชรริน จริงๆแล้วเป็นผลดีต่อใครๆทั้งนั้น
อย่างน้อยเมื่อเธอไป รสิกาก็จะสามารถจดจ่ออยู่กับการจัดการเรื่องราวที่ฝั่งเมืองเอได้สักที
แจ็คโทรมาบอกรสิกา เรื่องที่ D มาถึงเมืองเอ และพวกเขาได้เจอกันแล้ว
ส่วนไฟล์พวกนั้นในคอมพิวเตอร์ของอีฟ D ก็กู้คืนมาแล้วเช่นกัน
ตอนที่รสิกาได้รู้ข่าวนี้ ความรู้สึกกลัดกลุ้มถึงได้เบาขึ้นเยอะเลย หลังจากเธอฝากทิมทิมไว้เรียบร้อยแล้วก็กลับเมืองเอตามลำพัง ตรงไปพบอีฟทันที
ตอนที่เจออีฟ ก็ได้เจอแฮกเกอร์ที่มีโค้ดเนมว่า D คนนั้นด้วย
D ไม่ค่อยเหมือนกับที่รสิกาจินตนาการเอาไว้ เธอคิดว่าแฮกเกอร์ต้องเป็นคนที่สวมแว่นตา ตัวผอมๆสูงๆ เป็นวัยรุ่นที่สีหน้าไม่ดีเท่าไหร่ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าคนตรงหน้าเธอ จะเป็นแค่เด็กผู้ชายที่ใส่ชุดนักเรียนคนหนึ่งเท่านั้น
“คุณก็คือคุณรสิกาสินะครับ” D ได้เจอกับรสิกา จึงยื่นมือออกไปพร้อมรอยยิ้ม “สวัสดีครับ ผม D ครับ”
“สวัสดีค่ะ” รสิกาค่อนข้างตกตะลึง แต่ก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“กำลังคิดว่าผมไม่เหมือนกับที่คุณจินตนาการเอาไว้ใช่ไหมครับ” D รู้สึกได้ถึงสายตาของรสิกา จึงถามขึ้นขำๆ