ตอนที่ 491
บทที่ 491 เธอเจ็บหรือเปล่า
October 28, 2026
สิ้นเดือนพฤศจิกายนแล้ว ลมหนาวราวกับจะพัดไหวให้คนเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจเสียอย่างนั้น
นีรชาสวมชุดผู้ป่วยอยู่ในห้องคนไข้เดี่ยว เพราะความหนาวเย็น เธอจึงสวมเสื้อคลุมข้างนอกและสวมหมวกไหมพรมไว้บนหัว ร่างผอมแห้งไปทั้งตัวราวกับเป็นคนละคน เธอนั่งบนเตียงผู้ป่วยกำลังคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้
และแม้ว่าหมอจะผลักประตูเข้าไปแล้ว เธอก็ยังไม่ตอบสนอง
เพียงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน รสิกากลับรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองไม่รู้จักเธอเสียอย่างนั้น
หลายวันมานี้เธออยู่ที่นี่ยังไงกัน? ทำไมตัวเธอเองถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ได้?
อาจเป็นเพราะเริ่มมีคนจำนวนมากอยู่ในห้องคนไข้ ในตอนนั้นเองนีรชาจึงสังเกตเห็น เธอหันศีรษะแล้วหันสายตาไปมอง
วินาทีที่เห็นถนิตและรสิกา เธอก็ตกตะลึงเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วในวินาทีต่อมารอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็เบ่งบานด้วยความโล่งใจ
เธอรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะมา ทว่ามันเร็วกว่าที่เธอคาดไว้ตั้งสองสามวัน
“นีรชา……”รสิกามองไปที่ใบหน้าซูบผอมของเธอ แล้วจึงเรียกชื่อของเธอ ขณะที่เรียกเธอได้ยินเสียงของตนเองเจือด้วยเสียงสะอื้นเล็กน้อย เธอรีบปิดปากเอาไว้อีกครั้ง ไม่กล้าแม้แต่จะพูดอะไรออกมาสักคำ
ตรงกันข้ามใบหน้าของนีรชากลับปรากฏรอยยิ้มบาง ไม่เห็นความโศกเศร้าเลยแม้แต่น้อย “พี่ พี่มาแล้ว”
นีรชาได้นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่จะกลับมาพบกันอีกครั้งกับถนิตอีกครั้ง แต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นแบบตอนนี้
เธอยังคงเห็นความโกรธจากใบหน้าของถนิต กลับกันหากเป็นเธอ เธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน
ถนิตนิ่งเงียบ ทว่าเขากลับค่อยๆ เดินไปที่หน้าเตียงคนไข้และยืนอยู่ตรงหน้าของ
นีรชา
ใบหน้าของเธอ ใบหน้านั้นที่แตกต่างจากในความทรงจำของเธออย่างสิ้นเชิง หากไม่ใช่เพราะดวงตาคู่นั้น แม้แต่ถนิตเองก็คงจะไม่เชื่อว่าเป็นน้องสาวของตนที่ประสบอุบัติเหตุในตอนแรก และมันมีความรุนแรงเสียจนต้องเปลี่ยนใบหน้าของเธอ……
นีรชาเป็นคนที่ภูมิอกภูมิใจในความงามของเธอตั้งแต่ยังเด็ก และไม่มีใครที่จะรักความสวยความงามมากไปกว่าเธอ
แต่เป็นเพราะผู้ชายคนนั้น ใบหน้าของเธอจึงได้เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้…
นิ้วมือของถนิตที่สั่นไหวเล็กน้อยค่อยๆ ลูบบนใบหน้าของนีรชา
ใบหน้าของเธอนี้ต้องผ่านการผ่าตัดกระดูกมานับไม่ถ้วน เธอในตอนนั้นคงได้รับความเจ็บปวดมากแน่
“เจ็บไหม?”เสียงทุ้มต่ำอันแหบแห้งของถนิตดังขึ้น ในน้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะมีความเจ็บปวดมากมายบีบคั้นอยู่อย่างนับไม่ถ้วน และยังตำหนิตนเองอย่างหนักอีกด้วย
หลังจากที่พ่อแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุ เขาเคยสาบานไว้ว่าจะปกป้องน้องสาวของตน แต่สุดท้ายเขากลับปล่อยให้เธอประสบกับเรื่องเจ็บปวดเช่นนี้
เป็นเขาที่ละทิ้งหน้าที่ของพี่ชาย
“ไม่เจ็บ……” เมื่อนีรชาได้ยินประโยคนั้นของถนิต ดวงตาที่เดิมทีมีความยิ้มแย้มปรากฏอยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาในทันที
เธอกุมมือถนิตเอาไว้แน่นและฝังใบหน้าของเธอไว้ในฝ่ามือของเขา น้ำตาทั้งหมดก็ไหลลงสู่มือของเขา
มันร้อนผ่าวและแผดเผาราวกับว่าได้เผาหัวใจของเขา
“พี่... ฉันขอโทษ”นีรชากล่าวเสียงเบาเจือสะอื้น “ขอโทษ…”
เสียงร้องไห้อันแผ่วเบาของเธอดังก้องไปทั่วทั้งห้องคนไข้ เมื่อได้ยินหัวใจของรสิกาก็ปวดร้าวขึ้นมาทันใด เธอรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก
เธอรู้ว่ากว่าหนึ่งปีมานี้ในใจของนีรชาเจ็บปวดเพียงใด และรู้ถึงความรู้สึกผิดและความยืนหยัดของเธอด้วย เพียงแต่รสิกาไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้เลย
บนโลกใบนี้ไม่มีหรอกการเข้าถึงความรู้สึกจริงๆ ของผู้อื่น แม้ว่าเธอจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดของนีรชาแต่เธอก็ไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกเจ็บที่แท้จริงในใจของเธอได้
นีรชาจับมือถนิตเอาไว้และร้องไห้เป็นเวลานานเหมือนเรือหลงทางซึ่งในที่สุดก็ล่องมาถึงท่าเรือที่ปลอดภัย เธอร้องไห้จบหลับไปในอ้อมกอดของถนิต ในตอนที่เธอผล็อยหลับไป น้ำตาที่ปลายหางตาของเธอก็ยังคงอยู่
ถนิตวางนีรชาลงบนเตียงอย่างเบามือ เขาห่มผ้าให้เธอย่างระมัดระวังและอ่อนโยน แล้วจึงตามแพทย์ออกไปจากห้องผู้ป่วย
ที่ด้านนอก เมื่อเห็นเขาออกมา รสิกาซึ่งคุยกับหมอมาได้สักพักจึงถามเขาว่า “เธอเป็นยังไงบ้าง?”