ตอนที่ 76
บทที่ 76 เธอเป็นชู้เหรอ
October 28, 2026
เธอแสดงสีหน้าออกมาอย่างเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์เดือดพล่านที่ควรมี ราวกับว่าเป็นแค่คนเดินผ่านมาไม่ได้เป็นเจ้าทุกข์อย่างไรอย่างนั้น ซึ่งมันนิ่งมากเกินไป
ตำรวจมองตามสายตารสิกาเข้าไป เมื่อเห็นสภาพข้างในก็พากันขมวดคิ้วโดยไม่ได้นัดหมาย
"พวกคุณเข้าไปถ่ายรูปไว้"ตำรวจหันไปบอกคนข้างหลังตัวเอง จากนั้นก็ถามรสิกาว่า "คุณรสิกา ได้เช็คหรือยังครับว่ามีของมีค่าสูญหายหรือเปล่า?"
"สตูดิโอเราไม่มีตู้เซฟ ขนาดฝ่ายการเงินยังรวมอยู่กับฝ่ายบัญชีเลย ของมีค่าในสตูดิโอก็มีแต่แบบร่างพวกนี้แหละค่ะ"รสิกาเหลือบมอง แล้วยิ้มออกมานิ่งๆ "แต่ว่าคุณก็เห็น ว่าแบบร่างถูกทำลายทิ้งหมดแล้ว แทบจะขายไม่ได้เลยสักอัน"
ตำรวจเข้าใจ "ดังนั้นก็ตัดสินได้ว่าผู้ก่อเหตุมีความแค้นส่วนตัว"
"ฉันหวังว่าจะสามารถเคลียร์คดีนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากต้องการหลักฐานอะไรในการเคลียร์คดีฉันก็จะให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่ว่าสตูดิโอของฉันก็ต้องได้เปิดทำการ" รสิการู้ว่าข้อเรียกร้องของตัวเองมันดูมากไปหน่อย แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ "ขอโทษจริงๆค่ะ มันมีหลายงานที่พวกฉันจำเป็นต้องทำที่สตูดิโอ"
ตำรวจพยักหน้าอย่างเข้าใจ "พวกเราจะพยายามเคลียร์คดีนี้ให้เร็วที่สุด เพียงแต่ว่าตอนนี้ ผมต้องการให้คุณเอ่ยรายชื่อผู้ต้องสงสัยมา อีกสักครู่ผมจะให้ลูกน้องไปดูกล้องวงจรปิดให้"
"ได้ค่ะ"รสิกาพยักหน้า
จากนั้นเธอก็เอ่ยชื่อคนที่เธอสงสัยทั้งสามคนให้ทางตำรวจ แต่เมื่อเขาได้ยินชื่อสาวิตรีและนันท์นรี ก็นิ่งอึ้งไปเล็กน้อย
"คุณรสิกา แน่ใจนะครับว่าไม่ได้บอกชื่อผิด?"
"แน่ใจค่ะ"รสิกาเอ่ยขึ้น "นันท์นรี คุณหนูตระกูลสิทธิอัศวกุล ไม่นานก่อนหน้านี้เพิ่งออกพาดหัวข่าว ส่วนสาวิตรี ก็ดาราที่กำลังโด่งดังในเมืองซีคนนั้นแหละค่ะ"
ตำรวจพูดขึ้น "ในเมื่อคุณรู้อยู่แล้ว คุณเองก็น่าจะรู้ใช่ไหม ว่าทำไมพวกเธอถึงทำอย่างนี้?"
คำพูดของตำรวจทำให้รสิการู้สึกไม่ชอบใจ โทนเสียงของเธอจึงเปลี่ยนเป็นไม่ดีเท่าไหร่ "ยังไม่ทันได้สืบคุณก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้แล้วเหรอ คิดว่าฉันจะลงทุนพังสตูดิโอตัวเองเพื่อใส่ร้ายพวกเธอหรือไง?!"
ตำรวจขมวดคิ้ว "คุณรสิกา ควบคุมอารมณ์ด้วยครับ"
รสิกาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กดข่มเพลิงโกรธและอารมณ์วู่วามภายในใจเอาไว้ จากนั้นก็ยกมือส่งสัญญาณบอกตำรวจว่าสักครู่ แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาติรณา
"ว่าไงนะ?! แกบอกว่าสตูดิโอถูกทำลายข้าวของอย่างนั้นเหรอ?!"เมื่อติรณาได้ยินก็อุทานอย่างตกใจ "เกิดอะไรขึ้น?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" รสิกาเอ่ยขึ้น "คงเป็นการแก้แค้นส่วนตัว"
"ไม่สิ ใครมันโรคจิตถึงขนาดมาพังสตูดิโอของแกแบบนี้!"น้ำเสียงของติรณาเปลี่ยนไป "แกรออยู่นั่นแหละ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!"
"ฉันสงสัยว่าจะเป็นพวกนันท์นรี" รสิกาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ไม่นานก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งผิดใจกับสาวิตรีมา เพราะงั้นสาวิตรีก็ถือว่าน่าสงสัย"
เมื่อได้ยินรสิกาไล่รายชื่อออกมา ติรณาก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "เพื่อนฉันนี่สุดยอดไปเลย ผิดใจกับใครไม่ว่าดันไปผิดใจกับผู้หญิงที่น่ากลัวติดอันดับในเมืองซีอย่างสองคนนั้น"
"ไม่แน่อาจจะฟ้อง ถึงตอนนั้นแกช่วยหาทนายฝีมือดีๆให้ฉันสักคนหน่อยนะ"
"ได้ เรื่องนี้ปล่อยให้ฉันจัดการได้เลย"
แม้ติรณาจะคิดว่า การฟ้องร้องชนะนันท์นรีกับสาวิตรีไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เพราะเพื่อนของตัวเองได้รับความไม่เป็นธรรม ต่อให้ยากแค่ไหนก็ต้องฝืนทำต่อไป
หลังจากวางสายกับติรณา รสิกาก็หันหลังเตรียมเดินกลับเข้าไปในสตูดิโอ เพียงแต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตูก็ได้ยินเสียงตำรวจดังมาจากข้างใน แม้ว่าจะพยายามพูดเสียงเบาแล้ว แต่รสิกาก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
"ไม่หรอกมั้ง? หัวหน้า คุณบอกว่าคุณรสิกาอะไรนั่นคิดว่านันท์นรีกับสาวิตรีพังสตูดิโอของเธอเนี่ยนะ?" ตำรวจหญิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงประหลาดใจ "ถึงคุณคนนี้จะเป็นนักออกแบบที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง แต่ฉันคิดว่านันท์นรีกับสาวิตรีมีชื่อเสียงมากกว่าอีก ไม่เห็นจำเป็นต้องมาพังสตูดิโอของเธอให้มันยุ่งยากแบบนี้เลย"
"เธอคงไม่ได้เป็นโรคคิดไปเองหรอกใช่ไหม?"ตำรวจวัยละอ่อนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา