ตอนที่ 79
บทที่ 79 แบกไม่ไหว
October 28, 2026
รสิกาพยักหน้ายืนยัน: "ก็ใช่น่ะสิ"
นีรชาไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไป ทำได้เพียงสารภาพออกมา : "เอาล่ะ ฉันยอมรับก็ได้ พี่ชายของฉันบอกให้ฉันลากพี่มาที่นี่เองแหละ"
"ทำไมกัน?" รสิกากลืนน้ำลาย "ทำไมเขาถึงให้ฉันมาที่บ้านของแกล่ะ?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน" นีรชายักไหล่แล้วมองดูเวลา "พี่ชายของฉันอาจจะกลับมาแล้ว พี่รอถามเขาเองเถอะ"
เมื่อได้ยินว่าถนิตกำลังจะกลับมา รสิกาก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วจะเดินออกไป แต่ยังไม่ทันที่เธอจะลุกขึ้น ไหล่ของเธอก็ถูกนีรชากดให้นั่งลง
"พี่รุ้ง จะกลัวอะไรกัน พี่ชายฉันไม่กินพี่หรอก"
รสิกานึกตำหนิในใจ : ไม่กินคนสิแปลก เขากินแล้วไม่คายกระดูกออกมาต่างหาก!
แต่ตอนนี้ รสิกายิ่งอยากรู้เหลือเกินว่า ถนิตให้เธอมาทำอะไรที่นี่?
เธอนั่งพิงโซฟาครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หูของเธอยังคงได้ยินเสียงพูดจ้อแจ้ของนีรชา เสียงอันเพราะพริ้มของเธอ ทำให้คนฟังรู้สึกเสนาะหู เมื่อรสิกาฟังแล้วเธอก็รู้สึกง่วงขึ้นมา เธอจึงผล็อยหลับบนโซฟาไปโดยปริยาย
นีรชาพูดยังไม่ทันจบดี ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะได้ยินเสียงลมหายใจจากบุคคลที่อยู่ด้านข้าง เธอหันศีรษะไปมองเห็นรสิกา จึงพบว่าอีกฝ่ายกำลังหลับอยู่บนโซฟา เธอยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
"พี่คงจะเหนื่อยมากเลยสินะ" นีรชาส่ายหัวไปมา เธอเดินไปที่โซฟาหยิบผ้าห่มผืนบางๆมาห่มให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ
ตอนที่รสิกาหลับ คิ้วของเธอยังคงขมวด ราวกับว่าเธอยังคงกังวลกับเรื่องบางอย่างอยู่
นีรชานึกถึงการประเมินของรสิกาในเมืองซี ผู้คนต่างบอกว่าเธอเป็นนักออกแบบที่อายุน้อย อีกทั้งยังเป็นลูกศิษย์ของบรู๊คอีกด้วย ผู้คนนับไม่ถ้วนอิจฉาในโชคชะตาของเธอ แต่ไม่มีใครนึกไปถึงเบื้อหลังความพยายามของเธอที่มีมากกว่าคนอื่นหลายเท่าเลย
คนที่กำลังดื่มน้ำเท่านั้นที่รู้ว่าน้ำเย็นหรือร้อน
นีรชาหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน แม้ว่าเธอจะหยุดเรียน แต่เธอก็ทิ้งการเรียนไปไม่ได้
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ถนิตก็กลับมา เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามา รสิกาก็ตื่นจากความฝัน เหงื่อของเธอผลุดขึ้น ใบหน้าซีดเผือดของเธอ
"พี่รุ้ง พี่กำลังฝันร้ายอยู่หรือเปล่า?" นีรชากำลังจะลุกขึ้นไปหา เธอหันไปเห็นหน้าที่ซีดเผือกของรสิกา เลยถามอย่างกังวล
"ฉันไม่ได้เป็นอะไร......" รสิกาส่ายหัว หอบอย่างแรง เธอใช้มือที่เย็นยะเยือกปิดหน้าผากของเธอเอาไว้ และเมื่อเธอวางมันลงอีกครั้ง ฝ่ามือของเธอก็ชื้นไปด้วยเหงื่อ
"พี่แทน พี่กลับมาแล้ว!" นีรชายื่นกระดาษทิชชู่ให้กับเธอ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอเห็นถนิตกำลังเดินไปที่ห้องนั่งเล่นพลางคลายเนคไทออก
เมื่อรสิกาได้ยินชื่อนี้ เธอก็รีบลุกพรวดขึ้นจากโซฟาแล้วหันไปทางเขา
วันนี้ถนิตสวมสูทสีดำที่ทำขึ้นอย่างประณีตทำให้ร่างสูงของเขาที่สูงอยู่แล้วดูสูงตะหง่านขึ้นไปอีก เขาปลดเนคไทออกแล้วถือมันไว้ในมือของเขา มันทำให้ดูเหมือนว่าเขามีกลิ่นอายของพวกวัยทำงานที่ประสบความสำเร็จอยู่ในตัว
"คุณโอเคไหม?" ถนิตเดินเข้ามาหาเธอแล้วถาม
"ไม่...ไม่เป็นไร" รสิกาพยายามสงบสติอารมณ์ไว้ให้ดีที่สุด "เอาล่ะ ในเมื่อคุณกลับมาแล้ว งั้นฉันขอกลับก่อนนะ"
พูดจบ รสิกาก็รีบก้มลงหยิบกระเป๋าที่เธอวางไว้บนโซฟา แต่ก่อนที่มือของเธอจะเอื้อมไปถึง ก็มีมือใหญ่อีกมือหนึ่งคว้ากระเป๋าของเธอแล้วหันหลังเดินไปที่ห้องนอน พร้อมกับพูด : " เข้ามากับผม"
น้ำเสียงแบบนี้ขัดไม่ได้เลยจริงๆ
รสิกาจ้องไปที่แผ่นหลังของถนิตอย่างว่างเปล่า เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังจะทำอะไร จนกระทั่งนีรชาผลักให้เธอเดินตามเขาไป
ภายในห้องนอน ทันทีที่รสิกาเดินเข้ามา เธอก็เห็นถนิตถอดเสื้อสูทออกแล้วโยนมันลงบนเตียง พลางมือก็ปลดกระดุม จากนั้นเขาก็ถกแขนเสื้อขึ้นไปไว้ที่ข้อแขน มือคู่นั้นของเขาช่างงดงามราวกับภาพที่แกะสลักออกมา ซึ่งทำให้ผู้คนหลงไหลได้ง่ายๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่รสิกามองดูมือของถนิตอย่างตั้งใจ ต้องบอกว่ามือของเขานั้นสวยมาก
ดูเหมือนจะว่าสวยกว่ามือเธอเสียด้วยซ้ำ
รสิกาก้มศีรษะลงเพื่อแแอบดูนิ้วเรียวยาวของเขา