ตอนที่ 2
บทที่ 2
September 18, 2026
บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงทันที
ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วระหว่างคนทั้งสามคน
โหลวซิงอิ๋นจ้องมองเหยียนเฟยฝาน ก่อนจะออกแรงเตะเก้าอี้ข้างตัวจนล้มคว่ำส่งเสียงดังสนั่นอีกครั้ง
กลิ่นอายรอบกายของเธอเต็มไปด้วยความดุดัน “คุณบอกแม่คุณไปสิว่าฉันตุ๋นซุปอะไรเป็นบ้าง?”
“เซี่ยอวี่อิงบอกว่าอยากกินซุปนกพิราบฝีมือฉัน เจตนาจงใจหาเรื่องชัดขนาดนี้คุณดูไม่ออกจริง ๆ หรือว่าคุณแกล้งลืมไปแล้วว่าฉันทำกับข้าวไม่เป็นเลยสักอย่าง!”
ทุกคำพูดเต็มไปด้วยโทสะ ทุกประโยคเชือดเฉือนราวกับใบมีด
โหลวซิงอิ๋นที่เพิ่งสูญเสียลูกไปอยู่ในสภาวะที่จิตใจบอบช้ำจนพร้อมจะระเบิดใส่ทุกคนที่เข้ามาสะกิด!
ตู้หลานเจินโกรธจนตัวสั่น “แก ฉันจะบอกแกให้นะ...”
เหยียนเฟยฝานเอ่ยเสียงเรียบด้วยใบหน้าจริงจัง “ทำไม่เป็นก็ไม่ต้องทำ ก็ให้คนใช้ทำแทนก็สิ้นเรื่อง จะอาละวาดอะไรขนาดนี้?”
น้ำเสียงและท่าทีที่มองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ของเขาปรากฏออกมาอีกครั้ง
โหลวซิงอิ๋น “...”
หัวใจของเธอเย็นเยียบจนถึงขีดสุด
ตู้หลานเจินแผดเสียงอย่างเหลืออด “ตระกูลเหยียนไปทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ซวยขนาดนี้ ตัวเองไม่มีปัญญาจะให้กำเนิดลูกสักคน พอคนอื่นเขามีก็ดันมาอาละวาดหาเรื่อง...”
“พอได้แล้ว!”
คำพูดของตู้หลานเจินยังไม่ทันจบ ก็ถูกเหยียนเฟยฝานเอ่ยขัดขึ้นด้วยเสียงต่ำ
ตู้หลานเจินยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ “ให้ท้ายเมียแกเข้าไปเถอะ!”
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าหมุนตัวจะเดินจากไป
แต่เพิ่งจะก้าวเท้า โหลวซิงอิ๋นก็โพล่งขึ้นมา “คุณนายเหยียน คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีปัญญามีลูก แต่ลูกที่ฉันท้องเมื่อสองปีก่อนถูกเซี่ยอวี่อิงขับรถชนจนแท้งไปต่างหากล่ะ!”
“อย่ามาทำสันดานแม่ผัวใจร้ายที่จ้องแต่จะจับผิด แล้วโยนขี้ให้ฉันว่าเป็นผู้หญิงไร้น้ำยาดีกว่าค่ะ”
โหลวซิงอิ๋นตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า โยนหน้ากาก สะใภ้ไร้น้ำยา ที่ตู้หลานเจินสวมให้เธอมาตลอดสองปีทิ้งไปอย่างไม่ไยดี
คำว่า คุณนายเหยียน ยิ่งตอกย้ำว่าเธอเริ่มขีดเส้นแบ่งระหว่างเธอกับคนพวกนี้อย่างชัดเจน
ตู้หลานเจินที่ได้ยินคำเหล่านั้นถึงกับหน้ามืดแทบเป็นลม “เกินไปแล้ว แกมันเกินไปจริง ๆ ”
หล่อนคิดจะกบฏอย่างนั้นเหรอ?
เธอโกรธจนแทบคลั่งที่โหลวซิงอิ๋นกล้าต่อปากต่อคำขนาดนี้
เมื่อทำอะไรไม่ได้ ผู้เป็นแม่จึงหันไปลงที่ลูกชาย “นี่น่ะเหรอผู้หญิงที่แกแต่งเข้ามา จัดการเมียแกให้ดีด้วยล่ะ!”
พูดจบตู้หลานเจินก็เดินกระฟัดกระเฟียดจากไป
เหยียนเฟยฝานมองโหลวซิงอิ๋นด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์เพราะคำว่า คุณนายเหยียน ที่หลุดออกมาจากปากเธอเมื่อครู่
ทว่าสุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไร และเลือกที่จะเดินตามแม่ออกไป
โหลวซิงอิ๋นมองตามหลังชายหนุ่มไปพลางรู้สึกสมเพชตัวเองยิ่งนัก
เธออาละวาดถึงขนาดนี้ เขาก็ยังเลือกที่จะไปหาผู้หญิงคนนั้น
สรุปแล้วเป็นเพราะพี่ชายจากไปเลยต้องทำหน้าที่เป็นน้องชายที่ดีดูแลพี่สะใภ้? หรือจริง ๆ แล้วเขาก็แค่อยากจะดูแลเซี่ยอวี่อิงเองกันแน่?
เมื่อทุกคนต่างเดินออกไปกันหมด ป้าหวังจึงเดินเข้าหาเธอเพื่อเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “คุณนายรองคะ สีหน้าไม่สู้ดีเลย ให้ป้าเรียกหมอมาตรวจหน่อยไหมคะ?”
ขนาดคนใช้ยังดูออกว่าเธออาการหนักและควรหาหมอ
แต่เหยียนเฟยฝานกลับ...
โหลวซิงอิ๋นโบกมือเป็นแสดงถึงการปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ป้าออกไปเถอะ”
ในยามที่อารมณ์เดือดพล่านเช่นนี้ เธอไม่อาจสะกดกลั้นความหงุดหงิดไว้ได้เลย
ป้าหวังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วถอยออกไปตามคำสั่ง
เมื่อเธอเหลือตัวคนเดียว ณ ห้องอาหารอันแสนกว้างใหญ่แห่งนี้ จู่ ๆ โทรศัพท์พลันสั่นครืดคราดขึ้นมา
เป็นสายจาก เจียงถัง เพื่อนสนิทของเธอนั่นเอง
เมื่อเห็นชื่อเพื่อนแสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ ความโกรธที่เอ่อล้มในใจก็เบาบางลงเล็กน้อย “ถังถัง”
“ฉันโทรหาแกทั้งบ่ายทำไมไม่รับสายเลย? เซี่ยอวี่อิงคลอดลูกแฝดแล้ว แกรู้เรื่องหรือยัง?”
โหลวซิงอิ๋นตอบราบเรียบ “รู้แล้ว เหยียนเฟยฝานไปเฝ้าคลอดน่ะ”
“แกรู้? แล้วแกยอมได้ไง? พี่สะใภ้คลอดลูก เขาไปเฝ้าในฐานะอะไร? คนตระกูลเหยียนมีตั้งเยอะแยะไม่พอให้เซี่ยอวี่อิงจิกหัวใช้หรือไง?”
เมื่อได้ยินว่าเหยียนเฟยฝานไปเฝ้าคลอดโดยไม่รู้จักวางตัวให้เหมาะสม เจียงถังก็เดือดแทนเพื่อนรักทันที
ตลอดครึ่งปี หลังจากการสูญเสียเหยียนเฟยหยวน
โหลวซิงอิ๋นต้องทนอึดอัดกับความไร้มารยาทของเซี่ยอวี่อิงมามากแค่ไหน
ในฐานะสามี เขาดูไม่ออกจริง ๆ หรือว่าเขาไม่สนความรู้สึกของภรรยาตัวเองเลยกันแน่?
โหลวซิงอิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาพอ ๆ กับแววตาในขณะนี้ “จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานเหมือนเหยียนเฟยหยวนอย่างกับแกะ มันช่วยเยียวยาจิตใจที่ซึมเศร้าของนังนั่นได้ดีนักนี่นา”
ครึ่งปีมานี้ ทางบ้านใหญ่มักจะใช้เหตุผลนี้โทรตามเหยียนเฟยฝานให้ออกไปจากข้างกายเธอเสมอไม่ใช่หรือ?
เพียงแค่เซี่ยอวี่อิงเริ่มคลุ้มคลั่ง บ้านใหญ่ก็จะรีบโทรหาเขาเป็นคนแรก
เจียงถังที่รู้เรื่องพวกนี้ดีอยู่แล้วยิ่งโมโหหนักขึ้น “ฉันว่าพวกคนตระกูลเหยียนสมองป่วยกันไปหมดแล้ว”
เซี่ยอวี่อิงยอมรับไม่ได้ที่สามีตาย พวกเขาก็เลยเอาเหยียนเฟยฝานไปวนเวียนอยู่ตรงหน้าเธอตลอดเวลา
เหยียนเฟยฝานมีเมียของตัวเองแล้ว แต่กลับไปเยียวยาหัวใจผู้หญิงคนอื่นเนี่ยนะ? มันใช้ได้ที่ไหนกัน?
โหลวซิงอิ๋น “ฉันเพิ่งแท้งลูกเมื่อตอนบ่าย ตอนที่แกโทรมาฉันยังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดอยู่เลย!”
เจียงถัง “...”
ไม่ใช่แล้ว นี่มัน...
เมื่อตั้งสติได้ เจียงถังก็แทบจะระเบิดออกมา
“แกแท้งลูก แต่เหยียนเฟยฝานไปเฝ้าพี่สะใภ้คลอดลูก? เขาเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? เขารู้เรื่องหรือเปล่า?”
เมียตัวเองผ่าตัดทำแท้ง แต่ตัวเองไปเฝ้าพี่สะใภ้คลอดลูก? เหยียนเฟยฝานนี่มันป่วยโรคทางสมองหรือเปล่า?
โหลวซิงอิ๋นหลับตาลงอย่างอ่อนล้า “แกขับรถมารับฉันหน่อยสิ”
เธอเหนื่อยเหลือเกิน
บัดนี้เธอรังเกียจทุกตารางนิ้วของคฤหาสน์แห่งนี้ แม้แต่อากาศที่หายใจเข้าไปก็ยังรู้สึกขยะแขยง
หลังจากวางสายจากเพื่อนสนิท
โหลวซิงอิ๋นเดินขึ้นไปข้างบน จัดเก็บข้าวของส่วนตัวด้วยความรวดเร็ว
รวมถึงของทุกอย่างที่เธอเคยซื้อให้เหยียนเฟยฝานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เธอก็ขนออกมาทั้งหมด
ป้าหวังเหลือบไปเห็นเธอที่กำลังแบกกองข้าวของมากมายออกมาเพื่อจุดไฟเผาที่บริเวณหน้าคฤหาสน์
เมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาห้าม “คุณนายรองทำอะไรคะเนี่ย? หยุดเผาเถอะค่ะ”
“ถ้าคุณผู้หญิงรู้เข้า จะหาว่าคุณนายทำเรื่องไม่เป็นมงคลอีกนะคะ”
แค่เรื่องพังโต๊ะเมื่อครู่ตู้หลานเจินก็โกรธจนแทบบ้า หากเห็นภาพนี้เข้าไม่รู้จะด่าทอไปถึงไหน
โหลวซิงอิ๋น “ไม่เป็นมงคลน่ะดีแล้ว ถ้าฉันมีมนต์ดำล่ะก็ ฉันจะแช่งให้คนตระกูลเหยียนตายกันให้หมดบ้าน!”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความแค้นเคืองอย่างถึงที่สุด
เธอพูดพลางกลับขึ้นไปบนห้อง