ตอนที่ 3
บทที่ 3
September 18, 2026
เจียงถังตั้งใจจะพาโหลวซิงอิ๋นกลับบ้านของตัวเอง
ทว่าโหลวซิงอิ๋นยืนกรานจะกลับไปอวี่ชิ่งไถที่ถนนซิงเหอ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่เธอแอบซื้อไว้เมื่อสามเดือนก่อน
นั่นแสดงให้เห็นว่า ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เธอเตรียมพร้อมที่จะเดินออกมาจากพันธนาการของเหยียนเฟยฝานมานานแล้ว...
เจียงถัง “ฉันบอกให้ไปอยู่ด้วยกันก็ไม่ไป ตอนนี้แกต้องการคนดูแลนะ แล้วห้องนี้แกไปซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เจียงถังบ่นไปพลางหาผ้าห่มมาคลุมตัวให้โหลวซิงอิ๋น
ก่อนจะเดินเข้าครัวไปต้มข้าวต้มให้เพื่อน
โหลวซิงอิ๋นกระชับผ้าห่มเข้าหาตัว “เดือนที่สองหลังจากที่เหยียนเฟยหยวนตาย”
ซื้อตั้งแต่เดือนที่สองเลยเหรอ? นั่นมันก็นานมากแล้วนะ
เจียงถัง “แสดงว่าตอนนั้นแกก็คิดจะหย่ากับเหยียนเฟยฝานแล้วงั้นสิ?”
โหลวซิงอิ๋นตอบรับ อืม สั้น ๆ ในลำคอด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเอนกายลงนอนบนโซฟา
ในเดือนที่เหยียนเฟยหยวนเสียชีวิต เหยียนเฟยฝานแทบจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านใหญ่ตลอดเวลา เขาแทบไม่กลับบ้านเลย
หรือต่อให้กลับมา เขาก็จะถูกโทรศัพท์จากบ้านใหญ่เรียกตัวออกไปเพียงเพราะเซี่ยอวี่อิงคลุ้มคลั่ง
ความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ที่บิดเบี้ยวขนาดนี้ ใครจะไปทนไหว?
ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็สั่นขึ้น
เป็นเบอร์จากทางคฤหาสน์หลังนั้นนั่นเอง โหลวซิงอิ๋นกดตัดสายทิ้งโดยไม่เสียเวลาคิด พร้อมทั้งกดบล็อกเบอร์ทันทีเพื่อตัดปัญหา!
วินาทีต่อมา โทรศัพท์ของเจียงถังก็ดังขึ้น เป็นสายจากเหยียนเฟยฝาน
เธอรับสายด้วยน้ำเสียงจิกกัด “พี่สะใภ้ไม่ต้องให้นายเฝ้าแล้วหรือไง?”
“ส่งสายให้โหลวซิงอิ๋นหน่อย”
เสียงทุ้มต่ำของเหยียนเฟยฝานดังมาจากปลายสาย
เขาเพิ่งรู้เรื่องตอนไปถึงโรงพยาบาลและได้รับโทรศัพท์จากป้าหวังว่าโหลวซิงอิ๋นหนีไปแล้ว
หลังจากนั้นจึงรีบบึ่งกลับมาที่คฤหาสน์ ทว่าทันทีที่ถึงหน้าประตูก็เห็นรอยไหม้เป็นวงกว้างบนหินประดับผนัง
ป้าหวังบอกว่าเป็นฝีมือของโหลวซิงอิ๋น
ข้าวของของเธอในตู้เสื้อผ้าหายไปหมด รวมถึงของที่เธอเคยซื้อให้เขาก็ไม่เหลือสักชิ้น!
เธอเผามันวอดวายไปหมดแล้ว
เธอจะเอายังไงกันแน่? วันนี้อาละวาดไม่จบไม่สิ้นเลยหรือไง?!
เจียงถังหัวเราะเยาะอย่างมีจริต “พี่สะใภ้เพิ่งคลอดร่างกายยังอ่อนแอ นายควรจะทุ่มเทเวลาไปดูแลเธอให้มากสิ จะมาตามหาซิงอิ๋นทำไม ซิงอิ๋นเป็นอะไรกับนายงั้นเหรอ?”
“เจียงถัง!”
ยามนี้โทสะของเหยียนเฟยฝานก็เริ่มจะทะลุขีดจำกัดแล้วเช่นกัน...
เจียงถังเหลือบมองโหลวซิงอิ๋นที่กำลังจ้องหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ได้สนใจว่าเธอกำลังคุยกับใคร
เจียงถังจึงถือโทรศัพท์เลี่ยงเข้าครัวไปแล้วปิดประตู “เหยียนเฟยฝาน ฉันว่านายมีปัญหาทางสมองนะ”
“ยัยเซี่ยอวี่อิงนั่นเห็นนายเป็นตัวแทนเหยียนเฟยหยวน หรืออยากให้นายที่มีหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ๆ ไปรับช่วงต่อเป็นผัวเธอ นายดูไม่ออกจริง ๆ เหรอ?”
“นายเองก็เถอะ แทนที่จะรู้จักวางตัว กลับวิ่งรนหาที่เข้าไปประเคนตัวให้ถึงที่! ตอนนี้คนทั้งเมืองกั่งเฉิงเขาซุบซิบนินทากันถึงไหนต่อไหน นายไม่รู้จริง ๆ หรือว่าแกล้งหูหนวกตาบอดกันแน่?”
เจียงถังโมโหจนตัวสั่น
เซี่ยอวี่อิงหน้าด้านไม่พอ คนตระกูลเหยียนทั้งบ้านยังให้ท้าย แถมเหยียนเฟยฝานก็ยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีอีก
เหยียนเฟยฝานกัดฟันพูด “ผมบอกว่า ให้โหลวซิงอิ๋นรับสาย!”
เพราะโหลวซิงอิ๋นอาละวาดไม่หยุด ความอดทนของเขาจึงมลายหายสิ้น เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเจียงถังอีก
เจียงถัง “เธอเพิ่งแท้งลูก ห้ามโมโหเด็ดขาด ขืนคุยกับนายตอนนี้มีแต่จะแย่ลง!”
“ถ้าเป็นสามีที่ดีไม่ได้ ก็อย่าอยู่ให้เป็นเสนียดชีวิตคนอื่นเลย ในเมื่อพี่สะใภ้นายต้องการนายขนาดนั้น ก็ไปอยู่ดูแลกันไปจนตายเลยไป!”
ในเมื่อเหยียนเฟยฝานไม่สามารถโอบกอดหัวใจเพื่อนเธอได้ เจียงถังคนนี้ก็จะเป็นคนเติมเต็มหัวใจดวงน้อยดวงนั้นเอง
เมื่อนึกถึงที่โหลวซิงอิ๋นบอกว่า วันนี้เซี่ยอวี่อิงจงใจผลัก