ตอนที่ 5
บทที่ 5
September 18, 2026
เมื่อนึกถึงโปรเจกต์เมืองหลงวานเต้าเฉิงที่ตัวเองอดหลับอดนอนทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบมานานหลายเดือน แววตาของโหลวซิงอิ๋นที่มองเหยียนเฟยฝานก็ยิ่งทวีความเยาะหยันและเย็นชามากขึ้น
บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงัดลงราวกับป่าช้า
ผ่านไปเกือบครึ่งนาที เหยียนเฟยฝานถึงได้เค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก “คุณหมายความว่ายังไง?”
“คุณจะฟ้องเธอเรื่องอะไร?”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า หมายศาล สองคำนี้ หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ
แววตาที่เขามองโหลวซิงอิ๋นในตอนนี้ หลงเหลือเพียงความเย็นยะเยือก ไร้ซึ่งความอาทรใด ๆ
“คุณคิดว่ายังไงล่ะ?” โหลวซิงอิ๋นมองเขาด้วยสายตาดูแคลน “เหยียนเฟยฝาน ข่าวที่ว่างานดีไซน์ของฉันถูกคัดออกจากโปรเจกต์ท่องเที่ยวเมืองหลงวานเต้าเฉิง คุณเองไม่ใช่เหรอที่เป็นคนส่งข่าวนี้มาให้ฉัน?”
“ตกลงว่าดีไซน์ของฉันถูกคัดออก หรือเป็นเพราะฉันถูกคุณคัดออกกันแน่?”
อากาศรอบตัวเงียบกริบลงโดยสมบูรณ์
หลงเหลือเพียงเสียงลมและเสียงฝนด้านนอกหน้าต่าง แต่มันกลับไม่สามารถช่วยชะล้างความอึดอัดในใจนี้ได้เลย!
โหลวซิงอิ๋นเหลือบมองมือของเหยียนเฟยฝานที่ยังคงยึดขอบประตูไว้แน่น “ปล่อยได้หรือยัง?”
ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานแข็งทื่อ
เขาเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดูอึดอัด “เรื่องนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดนะ”
โหลวซิงอิ๋น “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแหละ เก็บคำพูดของคุณเอาไว้ไปคุยกับผู้พิพากษาในวันขึ้นศาลเถอะ”
เหยียนเฟยฝาน “โหลวซิงอิ๋น!”
“ปล่อย!”
“เป็นคนครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ ทำไมต้องทำเรื่องให้มันลามปามถึงขนาดนี้ด้วย?”
โหลวซิงอิ๋น “...”
ความรู้สึกผิดหวังจนรู้สึกใจที่ชาด้านมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ?
“คนครอบครัวเดียวกัน... เหอะ!”
เขาไม่ได้คิดแม้แต่จะหยิบยื่นคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้แก่เธอ หรือหากจะพูดให้ถูก บางทีมันอาจเป็นเพราะเขาเองไม่มีคำอธิบายใดเหลืออยู่ในมือแล้วต่างหาก!
แต่การหยิบยกคำว่า คนครอบครัวเดียวกัน มาอ้างในตอนนี้ มันช่างน่าขยะแขยงจนแทบทนไม่ได้
โหลวซิงอิ๋นออกแรงดันประตูให้ปิดลงอีกครั้ง ทว่าเหยียนเฟยฝานก็ขืนแรงไว้สุดกำลัง
“คุณฟ้องเธอไม่ได้นะ ตอนนี้เธอเพิ่งจะคลอดลูก!”
โหลวซิงอิ๋น “...”
เพิ่งจะคลอดลูก คำนี้ ช่างเป็นคำพูดที่ซาบซึ้งเหลือเกิน
หัวใจของเธอแหลกสลายไปพร้อมกับลูกทั้งสองคนที่จากไปเพราะผู้หญิงคนนั้น แต่เขามันคนตาบอด ไม่เคยเชื่อเลยว่าเธอเคยมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในครรภ์ คิดเพียงว่าเธอแผลงฤทธิ์ปั้นน้ำเป็นตัวไปวัน ๆ
กลับกัน พอเธอคิดจะเอาผิดเซี่ยอวี่อิงตามกฎหมาย เขากลับเดือดเนื้อร้อนใจเสียจนออกนอกหน้า!
โหลวซิงอิ๋นหลับตาลงข่มความโกรธ ก่อนจะวาดเท้าถีบเข้าใส่เหยียนเฟยฝานสุดแรงอีกครั้ง
ครั้งนี้เหยียนเฟยฝานระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว สัญชาตญาณสั่งให้เขาเผลอปล่อยมือจากขอบประตูเพื่อเบี่ยงตัวหลบลูกถีบนั้น
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เหยียนเฟยฝานยังไม่ทันได้ตั้งหลัก ประตูก็ถูกเหวี่ยงปิดกระแทกหน้าเขาดังสนั่น ปัง
“โหลวซิงอิ๋น เปิดประตู! เรามีเรื่องต้องคุยกัน!”
เหยียนเฟยฝานทุบประตูอย่างบ้าคลั่ง
โหลวซิงอิ๋นยืนพิงประตูด้วยใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง เธอทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว “ไปคุยกับทนายของฉันเถอะ”
เหยียนเฟยฝานที่อยู่ข้างนอก เมื่อได้ยินคำว่า ทนาย ก็รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
โหลวซิงอิ๋นเดินเข้าห้องนอนพร้อมทั้งล็อกประตูทันที
เธอมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อตัดขาดจากเสียงรบกวนภายนอก
ไม่รู้ว่าเสียงกริ่งและเสียงทุบประตูนั้นดังอยู่นานแค่ไหนกว่าจะเงียบลง
โหลวซิงอิ๋นหลับไปอย่างงัวเงีย ด้วยร่างกายที่อ่อนแอทำให้เธอฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งกลางดึก เธอถูกเขย่าตัวให้ตื่น
“ซิงอิ๋น ซิงอิ๋น”
โหลวซิงอิ๋นรู้สึกเหมือนร่างกายถูกจับไปแช่ตู้เย็น สลับกับถูกโยนลงในกองไฟ
เธอลืมตาขึ้นอย่างมึนงง ภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาคือใบหน้าของเจียงถัง
“ถังถัง”
“แกตัวร้อนจี๋เลย ไปโรงพยาบาลกันนะ”
น้ำเสียงของเจียงถังเต็มไปด้วยความกังวล
เจียงถังรู้สึกไม่สบายใจจึงต้องรีบพาแม่บ้านมาที่นี่เพื่อช่วยดูแลโหลวซิงอิ๋นช่วงกลางดึก
ยังดีที่เธอตัดสินใจมา
ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยให้โหลวซิงอิ๋นไข้ขึ้นสูงถึงเช้า มีหวังสมองคงถูกเผาจนเป็นธุลีไปแล้วมั้ง?
โทรศัพท์ของเจียงถังสั่น ครืดคราด ไม่หยุด ซึ่งไม่ต้องเดาว่าเป็นสายของใคร แน่นอนว่าคือเหยียนเฟยฝานนั่นเอง
เธอกดรับด้วยความรำคาญใจสุดขีด
หลังจากประคองโหลวซิงอิ๋นขึ้นรถแล้วเธอจึงเอ่ยกับคนในสาย “มีอะไรอีก?!”