ตอนที่ 12
บทที่ 12
October 6, 2026
รถม้ามุ่งตรงไปที่หน้าประตูพระราชวัง เหมียวซูหนิงที่ถูกทิ้งลงกลางทาง ตอนนี้กำลังรู้สึกหน้าชาเป็นอย่างมาก ประโยคสุดท้ายของอวิ๋นชิงเฉินทำให้นางโกรธแทบกระอักเลือด
ยายเด็กชิงเฉินคนนั้น...กลายเป็นคนพูดจาเฉียบแหลมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
เหมียวซูหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อาจเป็นเพราะช่วงนี้อวิ๋นชิงเฉินถูกบีบบังคับมากเกินไปหน่อย เธอจึงได้กล้าขัดคำสั่งนางแบบนี้ ดูเหมือนว่าเมื่อกลับไปถึงจวนราชครู จะต้องอบรมมารยาทให้เธอใหม่เสียแล้ว
ทันทีที่ทั้งสามคนมาถึงประตูพระราชวัง และคุกเข่าลงได้ไม่นาน ก็ได้ยินพระราชโองการเรียกพบของฝ่าบาทดังขึ้น
ก้าวเข้าไปในพระราชวังครั้งแรก อวิ๋นชิงห้วนถูกดึงดูดด้วยหลังคาทอง ประตูแดง และมังกรสองตัวที่ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรงดงามบนชายคาตรงหน้า
อวิ๋นชิงเฉินเดินก้มหน้างุด ๆ ไม่มีกระจิตกระใจที่จะชื่นชมพระราชวังผนังแดงกระเบื้องเหลืองที่หรูหราแห่งนี้สักนิด
เมื่อเธอมาถึงท้องพระโรงชิงหลง ก็พบว่ามีเหล่าขุนนางทั้งพลเรือนและทหารหลายร้อยคนยืนอยู่ทั้งสองข้างของห้องท้องพระโรง
การมาถึงของพ่อลูกตระกูลอวิ๋น ทำให้เกิดคำวิพากย์วิจารณ์มากมายดังขึ้นในเหล่าขุนนางทั้งการพลเรือนและการทหาร แน่นอนว่าเป็นคำวิจารณ์ที่ไม่น่าฟังนัก
ราชครูอวิ๋นยิ่งฟังยิ่งรู้สึกโมโหมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาไม่กล้าจะโวยวายออกมาท่ามกลางฝูงชนอีก
เมื่อมาถึงหน้าท้องพระโรง ราชครูอวิ๋นก็รีบคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นชิงเฉินและอวิ๋นชิงห้วนต่างก็คุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพ
“กระหม่อม (หม่อมฉัน) ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
ในท้องพระโรงนอกจากเสียงพูดคุยวิพากย์วิจารณ์ของเหล่าขุนนางแล้ว อวิ๋นชิงเฉินยังได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาดดังมาจากคนที่นั่งอยู่เหนือศีรษะของเธอ เป็นเสียงแฝงไปด้วยความโกรธขึง
ฝ่าบาทเซวียนหยวนไม่รีบร้อนที่จะบอกให้คนด้านล่างลุกขึ้นยืน เขาเหลือบไปมองผู้หญิงสองคนที่อยู่ด้านหลังราชครูอวิ๋นด้วยแววตาสงบนิ่ง แต่เขารู้สึกสงสัยเล็กน้อยว่าคนแบบไหนที่จะมีหน้าตาเหมือนกันทุกประการ
“ข้าได้รู้เหตุการณ์วันนี้จากองค์รัชทายาทแล้ว” ฝ่าบาทเซวียนหยวนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก
ราชครูอวิ๋นรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของจักรพรรดิซวนหยวน จึงรีบพูดขึ้นว่า "กระหม่อมสั่งสอนลูกสาวได้ไม่ดีเอง ขอฝ่าบาทได้โปรดลงโทษด้วย"
“แน่นอนว่าจะต้องลงโทษอยู่แล้ว ใครคืออวิ๋นชิงเฉิน ลุกขึ้นยืน”