ตอนที่ 3
บทที่ 3
October 6, 2026
ด้านหลังชายสวมหน้ากากมีองครักษ์ชุดดำสวมหน้ากากผียืนอยู่สองคน หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง
แม้ว่าพวกเขาจะสวมหน้ากากกันทุกคน แต่อวิ๋นชิงเฉินก็สัมผัสได้ถึงแววตาอันเย็นชาและหวาดระแวงที่พุ่งออกมาจากใต้หน้ากากของพวกเขา
ชายคนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือว่าจะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นนักฆ่า?
“ข้าถามเจ้าอยู่นะ?” องครักษ์อีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ชักกระบี่ออกมาอีกครั้ง พาดจ่อที่ไว้คอของอวิ๋นชิงเฉิน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
อวิ๋นชิงเฉินก้มตัวลง สำรวจดูอาการบาดเจ็บบนร่างกายของตน เธอถึงได้พบว่าอาการบาดเจ็บบนร่างของเธอก็ไม่ได้เบาไปกว่าของชายสวมหน้ากากเลย ในรอยแผลเฆี่ยนนั่นยังมีหนามฝังอยู่ภายในอีกด้วย
เธอร้องครางออกมาเบา ๆ เธอยกมุมริมฝีปากขึ้นน้อย ๆ พูดเสียงเย็นว่า "ด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้ของข้า ยังจะมีแรงไปตามฆ่าพวกเจ้าได้งั้นเหรอ?"
ชายสวมหน้ากากจ้องมองมาที่เธอนิ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
อวิ๋นชิงเฉินรู้ดีว่าขอเพียงเธอสามารถทำให้ชายตรงหน้าเชื่อเธอได้ องครักษ์อีกสองคนก็จะไม่มีทางทำร้ายเธอแน่นอน ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับสายตาอันเฉียบคมของชายคนนั้น และพูดว่า "แล้วคุณชายคิดว่าอย่างไร?”
ดวงตาของชายคนนั้นเฉียบคมและเต็มไปด้วยความเยือกเย็น หากอวิ๋นชิงเฉินมีจิตไม่แข็งพอ เธอก็คงไม่สามารถต้านทานสายตาเย็นชานั้นของชายที่จ้องมองมาที่เธอได้ แต่เธอรู้ว่าในเวลานี้หากเธออยากจะมีชีวิตรอด เธอจะต้องยืนยันกับเขาด้วยความมั่นใจ ว่าตัวเธอไม่มีภัยคุกคามใด ๆ ต่อเขา
สายลมเย็นแห่งฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านป่าส่งเสียงดังซู่ซ่า ทำให้บริเวณรอยแผลของอวิ๋นชิงเฉินรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด แต่เธอกลับกัดฟันแน่นไม่ยอมร้องออกมาสักคำ เหงื่อเย็นบนหน้าผากของเธอไหลลงมาผ่านใบหน้าและซึมหายไปที่คอเสื้อ ในขณะนี้เส้นด้ายที่ขึงอยู่ในใจของเธอยังแน่นตึง ไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย
ไม่นาน จู่ ๆ ชายคนนั้นก็ยกมือขึ้นและโบกมือเบา ๆ
องครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาหิ้วตัวเธอขึ้นมาอีกครั้งและโยนเธอลงที่ใต้ต้นไม้ต้นเล็กอีกต้นที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นเขาก็พูดเตือนเธอด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "ถ้าข้าพบว่าเจ้าคิดปองร้ายนายท่านแม้แต่นิดเดียว ข้าจะฆ่าเจ้าซะ เจ้าอยู่ตรงนี้ไปนิ่ง ๆ เสียดี ๆ”