ตอนที่ 5
บทที่ 5
September 18, 2026
“ใต้เท้า! พวกข้าน้อยได้ตรวจค้นอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบจริง ๆ ขอรับ”
ผู้ใต้บังคับบัญชาตอบกลับอย่างหนักแน่นอีกครั้ง
เจ้ากรมเฉินขมวดคิ้ว มองไปยังสตรีหลายคนที่เฝ้าอยู่ข้างกายโม่จิ่นยวนด้วยความสงสัย
เขาที่รู้เรื่องราวเบื้องหลังอยู่แล้ว จึงสงสัยขึ้นมาทันทีว่าคนตระกูลโม่อาจจะค้นพบอะไรบางอย่าง แล้วย้ายของออกไปก่อนที่พวกเขาจะมาตรวจค้น
แต่ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้
มู่หนิงลุกขึ้น ทำท่าทางเป็นห่วงโม่จิ่นยวนอย่างมาก เอ่ยถามอย่างร้อนรน “เจ้ากรมเฉิน ในเมื่อตรวจไม่พบของจากท้องพระคลัง เช่นนั้นพวกเราสามารถไปเชิญหมอมารักษาท่านแม่ทัพได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่น้อย ตอนนี้เพียงแค่อยากให้หมอมาดูอาการบาดเจ็บของบุตรชาย ไม่รอให้เจ้ากรมเฉินเอ่ยปาก นางก็เริ่มสั่งการสาวใช้และบ่าวชายข้างกาย “รีบไปเชิญหมอ ไปเชิญหมอที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงมาให้หมดทุกคน”
“บังอาจ หากไม่ได้รับอนุญาตจากฝ่าบาท ห้ามใครไปเชิญหมอทั้งนั้น”
เจ้ากรมเฉินไม่อนุญาตให้คนออกจากจวน
เขามองไปยังกลุ่มแม่ม่ายของตระกูลโม่ มุมปากยกยิ้มอย่างเย็นชา “แม้ว่าคนของเราจะไม่พบหลักฐานในจวน แต่ก็ยากที่จะรับประกันว่าพวกเจ้าไม่ได้ยักย้ายของไปก่อน ดังนั้นเรื่องนี้ ข้าต้องรีบกลับวังไปรายงานฝ่าบาท รอจนสืบสวนความจริงได้แน่ชัดแล้ว ถึงจะเชิญหมอให้แม่ทัพโม่ได้”
“ท่าน... พวกท่าน...”
ฮูหยินผู้เฒ่าโม่อยากจะพูดว่าพวกเขารังแกคนเกินไปแล้ว แต่เพราะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ทนรับความกระทบกระเทือนนี้ไม่ไหว จึงเป็นลมสิ้นสติไป
“ท่านแม่”
พี่สามและพี่สี่อยู่ใกล้นางที่สุด รีบเข้าไปประคองนางไว้ก่อนที่จะล้มลง
“เหอะ~”
เจ้ากรมเฉินแค่นเสียงอย่างเย้ยหยัน กล่าวว่า “อย่าคิดว่าแกล้งเป็นลมแล้วจะส่งคนไปเชิญหมอได้ ตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่คลี่คลาย ใครก็ห้ามก้าวออกจากจวนแม่ทัพแม้แต่ครึ่งก้าว”
“พวกเจ้าอยู่ที่นี่ เฝ้าคนในจวนแม่ทัพไว้ให้ดี”
เขามองไปยังทหารทางการที่พามาแล้วออกคำสั่ง จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
“เร็วเข้า รีบพาท่านแม่และน้องเจ็ดไปที่เรือนข้าง”
พอเขาจากไป หยางซูหว่านก็สั่งให้คนหามคนไปยังเรือนข้าง
“พวกเจ้าออกไปให้หมดเถิด ที่นี่พวกเราจะดูแลเอง”
บ่าวชายเพิ่งจะหามฮูหยินผู้เฒ่าโม่และโม่จิ่นยวนกลับมาถึงเรือนข้าง มู่หนิงก็ให้พวกเขาออกไป และหยิบขวดยาที่บรรจุของเหลวออกมาจากมิติอย่างรวดเร็ว เปิดฝาขวดแล้วยื่นให้นางดม
เพื่อไม่ให้พี่สะใภ้ทั้งสองที่อยู่ข้าง ๆ สงสัย นางจึงแกล้งทำเป็นล้วงออกมาจากแขนเสื้อ
“น้องเจ็ด! นั่นเจ้าเอาของอะไรออกมาหรือ?”
พี่สะใภ้ห้าโจวชิงอี๋ เอ่ยถามอย่างสงสัย
“ยาที่ทำให้ท่านแม่ฟื้นขึ้นมาได้เจ้าค่ะ”
มู่หนิงเพิ่งอธิบายจบ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ลืมตาขึ้นแล้ว
“ท่านแม่ฟื้นแล้ว”
พี่ห้าและพี่สามเห็นภาพนี้ ก็ตกตะลึงในประสิทธิภาพยาของมู่หนิงเป็นอย่างมาก จากนั้นก็ก้าวเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง “ท่านแม่! เมื่อครู่ท่านเป็นลมไป น้องเจ็ดเป็นคนใช้ยาปลุกท่านขึ้นมา ตอนนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง? ไม่สบายตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ”
พี่สะใภ้ใหญ่นึกสงสัยยาที่มู่หนิงหยิบออกมาอย่างกะทันหันอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าโม่ฟื้นแล้ว นางก็เลยไม่ได้ซักถามอะไร
“ข้าไม่เป็นไร จิ่นยวนล่ะ เขาเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลังจากฮูหยินผู้เฒ่าโม่ฟื้นขึ้นมา เห็นว่าตนนอนอยู่บนเตียง ก็รีบพลิกตัวจะลงไปดูโม่จิ่นยวนทันที
“ท่านแม่ อย่าเพิ่งตื่นเต้นเจ้าค่ะ พวกเราไปดูเขาพร้อมกัน”
มู่หนิงส่งสัญญาณบอกนางว่าอย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป จงใจให้ทุกคนไปด้วยกันที่ห้องหอของโม่จิ่นยวนกับนาง