ตอนที่ 8
บทที่ 8
September 18, 2026
“ถ้าข้าจับได้นะ ข้าจะอัดมันให้ฟันร่วงหมดปากเลย”
เพราะโกรธมากเกินไป หลังจากเข้ามานางก็ไม่ได้เหลือบมองไปทางโม่จิ่นยวนเลยแม้แต่น้อย
โม่จิ่นยวนได้ยินดังนั้น ลูกกระเดือกที่ดูเย้ายวนก็ขยับขึ้นลงเล็กน้อย กลืนคำพูดที่คิดจะพูดเมื่อครู่กลับลงไปในทันที
เขามองไปที่ซากแกนสาลี่ที่กินเหลือซึ่งห่อด้วยผ้าวางไว้ข้างเตียง รีบใช้จิตสำนึกเก็บมันเข้าไปในมิติ
มู่หนิงที่กำลังโมโหอยู่แล้ว สัมผัสได้ว่าในมิติมีของเพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหัน ก็นึกว่าเจ้าหัวขโมยที่แอบกินเมื่อครู่ รู้จักตอบแทนด้วยการใส่ของกลับเข้ามาบ้างแล้ว
พอสัมผัสได้ว่าเป็นซากแกนสาลี่ที่กินเหลือ ใบหน้าของนางก็พลันเขียวคล้ำ
มู่หนิงโกรธจนตบโต๊ะเสียงดังปัง “เกินไปแล้ว เกินไปจริง ๆ ”
โม่จิ่นยวนเพิ่งจะลุกขึ้น ก็ได้ยินเสียงนางบ่นพึมพำด้วยความเกรี้ยวกราด
อาจเป็นเพราะรู้ตัวว่าผิด แม้แต่เขาที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน ในชั่วขณะนี้ก็ยังรู้สึกใจคอไม่ดีอยู่บ้าง
โม่จิ่นยวนปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เดินเข้ามาอย่างใจเย็น นั่งลงข้าง ๆ นางแล้วเอ่ยปลอบ “อย่าโกรธไปเลย โกรธมากไม่ดีต่อร่างกาย เจ้าชอบกินสาลี่ ต่อไปข้าจะหาเงินมาซื้อสาลี่ให้เจ้ากินทุกวัน”
“เหตุใดข้าถึงได้กลิ่นสาลี่หอม ๆ จากตัวท่านล่ะ?”
จมูกของมู่หนิงไวเป็นพิเศษ ทันทีที่โม่จิ่นยวนเอ่ยปาก นางก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นของสาลี่หอมทันที
โม่จิ่นยวนตกใจจนรีบตักข้าวเข้าปากคำหนึ่ง แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกล่าวว่า “เจ้าคงจะโกรธมากเกินไป จนเกิดภาพหลอนขึ้นมาแล้ว บนตัวข้าจะมีกลิ่นสาลี่หอมได้อย่างไร”
พูดจบเขาก็ตักข้าวเข้าปากอีกคำ เพื่อกลบเกลื่อนกลิ่นที่เกิดจากการแอบกินสาลี่หอมเมื่อครู่
วิธีนี้ได้ผลดีอย่างยิ่ง
พอมู่หนิงได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ก็ไม่ได้กลิ่นสาลี่หอมอีกต่อไป
“ก็จริง ท่านเป็นคนเจ็บ นอนอยู่บนเตียง จะมีกลิ่นสาลี่หอมได้อย่างไร”
ไอ้คนชั่ว ทำนางโกรธจนประสาทหลอนไปหมดแล้ว
ช่างเถอะ ขอแค่คนที่ใช้มิติร่วมกับนางอย่าทำอะไรเกินไปนัก แค่กินผลไม้กับของกินเล่นไปบ้างก็ยังพอรับได้
โชคดีที่ในมิติของนางกักตุนสาลี่หอมไว้หลายร้อยลัง มิฉะนั้นหากถูกกินไปหลายลูก คืนนี้คงโกรธจนนอนไม่หลับเป็นแน่
ตอนค่ำ มู่หนิงเรียกทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อปรึกษาหารือและกำชับเป็นพิเศษ
นางบอกทุกคนว่า หากพรุ่งนี้ราชโองการเนรเทศของฮ่องเต้มาถึง ทุกคนจะต้องแสดงสีหน้าตกตะลึงและโกรธแค้นออกมา ห้ามแสดงท่าทีว่ายอมรับเพราะรู้สาเหตุล่วงหน้าแล้ว เช่นนี้จะทำให้ถูกสงสัยได้ง่ายมาก
วันรุ่งขึ้น
เป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้จริง ๆ
คนในจวนแม่ทัพยังคงกินอาหารเช้ากันอยู่ หัวหน้าขันทีที่อยู่ข้างกายของฮ่องเต้และแม่ทัพใหญ่คนใหม่ก็นำทหารทางการกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามา
“ท่านแม่ทัพ ฮูหยินผู้เฒ่า แย่แล้วขอรับ จวนแม่ทัพถูกทหารทางการล้อมไว้หมดแล้ว”
บ่าวรับใช้วิ่งเข้ามารายงานอย่างตื่นตระหนก
ทุกคนสบตากัน ในใจรู้สึกหนักอึ้งอย่างมาก
สิ่งที่ควรจะมา ในที่สุดก็มาจนได้
คนตระกูลโม่เพิ่งจะมาถึงห้องโถงใหญ่ ก็ถูกแม่ทัพใหญ่คนใหม่สั่งให้คนควบคุมตัวไว้ “คุกเข่าลงให้หมด นี่คือราชโองการยึดทรัพย์สิน!”
“โม่จิ่นยวนรับราชโองการ”
ทันทีที่หัวหน้าขันทีนำราชโองการออกมา ทุกคนก็คุกเข่าลงจนหมด รวมทั้งโม่จิ่นยวนด้วย
เพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย โม่จิ่นยวนจงใจแสร้งทำท่าทางอ่อนแออย่างมาก ถูกพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองประคองออกมารับราชโองการ
“ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
“กระหม่อม รับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”
โม่จิ่นยวนพยุงร่างกายที่อ่อนแอของตนขึ้น ใบหน้าซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาก็ยังเบาจนน่าสงสาร
หัวหน้าขันทีเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง เห็นท่าทางร่อแร่ใกล้ตายของเขา มุมปากก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มประกาศราชโองการ
“จากการสืบสวนอย่างละเอียด แม่ทัพเจิ้นกั๋วโม่จิ่นยวนขโมยของในท้องพระคลัง กระด้างกระเดื่องต่อเบื้องบน มีใจคิดก่อกบฏ