ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 พี่ชายทั้งสาม
September 18, 2026
“คุณหนู คุณชายรองมาเยี่ยมเจ้าค่ะ”
“รีบเชิญ”
ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีเขาสวมชุดสีเขียวใบไผ่ดูเรียบง่ายและสงบนิ่ง เขาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทำให้ใบหน้ายิ่งอ่อนโยนลง เขานั่งที่เก้าอี้กลมข้างเตียงนอนของน้องสาว แล้วยกมือขึ้นอังหน้าผากของนาง ทั้งสี่หน้าและแววตาเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย
ชาติก่อนนางไม่เคยมีครอบครัว เอ่อ จะเรียกอย่างนั้นก็ไม่ถูกนัก ครอบครัวของนางคือหญิงคณิกาที่หอระบำจันทร์ ซึ่งเป็นหอนางโลมอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ภายนอกเหมือนรักใคร่กันอย่างพี่สาวน้องสาว ภายในแก่งแย่งกันขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง นางอายุมากที่สุดแต่ยังครองตำแหน่งได้นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว ทั้งเสน่ห์เล่ห์มารยาทล้วนต้องฝึกฝนเรียนรู้ ควบคู่กับศิลปะทุกแขนง เพลงพิณ วาดภาพ เดินหมากล้อม ชงชารวมทั้งเตรียมกำยาน คำว่าเชี่ยวชาญนั้นไม่เกินเลยสักนิด
“ดีจริง ไข้ลดแล้ว” เจียงเจิ้งฮ่าวค่อยโล่งใจขึ้น
“ข้าก็บอกพี่รองแล้ว ว่าข้าดีขึ้นแล้วจริงๆ” นางยิ้มน้อยๆ ชีวิตในชาติก่อนก่อกรรมไว้มากไม่คิดว่าจะมีคุณงามความดีหลงเหลือได้มาอยู่ในครอบครัวที่ดีพร้อมเช่นนี้ได้ สงสารก็แต่แม่นางน้อยเจ้าของร่างที่อ้อนด้อยประสบการณ์ชีวิตจึงหุนหันคิดสั้น แม้คิดได้ก็ไม่ทันการณ์ดวงวิญญาณไปสู่แดนปรโลกแล้ว
“ดีขึ้นอย่างไรเจ้าก็ต้องดื่มยาบำรุง ร่างกายสตรีไม่เหมือนบุรุษ ต้องขับไอเย็นออกให้หมด หากปล่อยไว้เรื้อรังวันข้างหน้าเจ้าจะลำบาก”
“ลำบากเรื่องใดหรือ?” นางแสร้งถามด้วยสีหน้าใสซื่อ ทำตัวให้สมกับตนเองอายุสิบห้าเพิ่งผ่านพิธีปักปิ่นมาไม่กี่เดือนทำตัวเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาผู้หนึ่ง
“ก็...เอ่อ...สตรีร่างกายเย็นจะทำให้มีลูกยาก แต่เจ้าไม่ต้องกลัวนะ พี่รองจะบำรุงเจ้าให้แข็งแรงเอง”
หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วพูดเสียงแผ่วเบา “ข้าเป็นเช่นนี้แล้ว เกรงว่าชีวิตนี้จะไม่ออกเรือน”
“เจ้าอายุยังน้อย อย่าคิดมากไป” เขาตบหลังมือของนางเบาๆ “ห้ามคิดสั้นอีก แม้วันข้างหน้าเจอเรื่องเลวร้ายใดก็จงรักษาชีวิตไว้ ไม่ว่าอย่างไรเจ้ายังมีท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่สามแล้วก็พี่รองคนนี้”
“ถูกต้องๆ หว่านวานยังมีพี่สามอยู่ หากเจ้าไม่แต่งงาน พี่ก็ไม่แต่งงาน เราอยู่เป็นพี่น้องกันไปชั่วชีวิต”
เจียงเจิ้งหย่วนสวมชุดสีฟ้าครามดูราวกับบัณฑิตหนุ่ม แต่แววตาเต็มไปด้วยความร่าเริง ขี้เล่นและซุกซน เขาอายุสิบแปดปี สนใจศาสตร์ศิลปะทุกแขนง แต่จะเรียกว่าเชี่ยวชาญนั้นก็ไม่เชิงนัก เจ้าร่างสูงโปร่งพูดก่อนที่จะเดินเข้ามาถึง เขานั่งริมเตียงไม่สนใจมารยาท อย่างไรก็น้องสาวของเขา ที่เขาอุ้มมาตั้งแต่เกิด
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น แม้ใบหน้ายังซีดเซียวอยู่และน้ำเสียงยังแหบแห้งแต่เมื่อนางยิ้ม แววตากลับเป็นประกายเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต
“ได้อย่างไรเล่า พี่รองกับพี่สามต้องแต่งงานแล้วก็มีลูก หว่านวานจะช่วยพี่ชายเลี้ยงลูกเอง”
“ก่อนจะมีลูกก็ต้องหาภรรยาให้ได้เสียก่อน” เป็นน้ำเสียงสุขุมของพี่ใหญ่หรือเจียงเจิ้งเหวินเดินตามเข้ามา เขาสวมชุดสีน้ำเงินเข้มเหลือบดำ คาดเข็มขัดหยกห้อยจี้ประจำตระกูลเตรียมตัวจะออกไปตรวจร้านค้าชานเมือง แต่แวะมาดูน้องสาวคนเดียวก่อนซึ่งเขาทำเช่นนี้เป็นประจำตั้งแต่นางยังเล็กกว่านี้