ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 เปลี่ยนไป
September 18, 2026
“ทำการค้า? เจ้าสนใจจริงๆรึ”
พี่ใหญ่ทำตาโต แค่สอนน้องสาวดีดลูกคิดนางยังไม่เอา ท่านพ่อท่านแม่ส่งไปเรียนสำนักศึกษาหญิง นางก็ร้องไห้จะเป็นจะตาย สุดท้ายต้องเชิญอาจารย์มาสอนที่บ้าน ยังดีที่เจ้าสามรักการเรียนเลยช่วยสอนน้องเล็กอ่านออกเขียนได้ ไม่เช่นนั้นแม้แต่ชื่อตนเองยังเขียนไม่ได้ ทำอย่างไรได้เล่า คนในบ้านมีใครทนเห็นน้ำตาของชิงหว่านได้ที่ไหน บิดารักใคร่มารดาเพียงหนึ่งเดียว ไม่รับหญิงอื่นมาเป็นทั้งภรรยารองหรืออนุ ท่านพ่อท่านแม่อยากได้บุตรสาวสักคน แต่หลังจากเขาเกิดก็คลอดลูกชายมาสองคน หลังจากนั้นก็แท้งบุตรไปหนึ่งครั้ง ไม่คิดว่าจะมีบุตรได้อีก กระทั่งมารดาตั้งครรภ์อีกครั้งก็คลอดบุตรสาวสมใจ พวกเขาเป็นพี่ชายเอ็นดูรักใคร่น้องเล็กสุดหัวใจ เห็นตั้งแต่นางอยู่ในครรภ์มารดาจนกระทั่งนางเกิดและเติบโต นางเป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงามทำให้พวกเขาไม่มีใครทนเห็นนางต้องเสียใจหรือทุกข์ใจได้เลยสักครั้ง ซึ่งนั้นทำให้นางติดนิสัยเอาแต่ใจไปสักเล็กน้อย
“จริงสิ” หญิงสาวพยักหน้ายืนยันแล้วทำปากยื่นใส่ “พี่ใหญ่ไม่เชื่อข้าหรือ?”
“เชื่อๆ พี่ย่อมเชื่อเจ้าอยู่แล้ว”
พี่รองกับพี่สามลอบสบตากัน แค่ข้ามคืนน้องเล็กก็เปลี่ยนไป แต่คืนที่นางข้ามผ่านนั้นผ่านความเป็นความตายมา นางอาจคิดได้แล้วจริงๆ พวกเขาจึงไม่คิดสงสัยเป็นอื่นอีก
มีเพียงชิงหว่านที่ครุ่นคิดทบทวนสิ่งที่ตนเองทำลงไปในชาติก่อน กี่ครอบครัวที่ล่มสลาย กี่ชีวิตต้องดับสูญเพียงสร้างบันไดให้คนผู้นั้นก้าวเดินขึ้นไปสู่ตำแหน่งรัชทายาท แม้แต่ชื่อนางยังไม่อยากพูดถึง หญิงสาวลอบถอนหายใจเบาๆ กับความโง่เขลาของตนเอง ชีวิตที่เพียบพร้อมในชาตินี้นางจะทะนุถนอมไว้อย่างดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอำนาจทางการเมืองเหล่านั้นอีกแล้ว
เรื่องเพียงคนผู้หนึ่งที่นางต้องเข้าใกล้ ซ่งอวี้หาน ผู้บัญชาการสำนักประจิมหน่วย ผู้รับคำสั่งโดยตรงจากฮ่องเต้ สำนักประจิมตั้งขึ้นเพิ่มเติมเพื่อคอยตรวจสอบและสอดส่ององครักษ์เสื้อแพรและสำนักบูรพาอีกทอดหนึ่ง มีอำนาจในการสังหารผู้ที่เป็นภัยได้ทันที ผู้อื่นว่าเขาเหี้ยมโหดตัดสินเฉียบขาด แต่วาระสุดท้ายของชีวิต นางเห็นแววตาอ่อนโยนของเขา
สำนักประจิม
อาชาสีนิลวิ่งฝ่าสายฝนในความมืดจวบจนมาหยุดที่จวนสกุลซ่ง บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มเหลือบดำลงจากหลังม้าแล้วก้าวเข้าไปในจวน สายฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ได้ทำให้เขาใส่ใจนัก พ่อบ้านป๋ออันออกมาต้อนรับแล้วก็ขมวดคิ้วยุ่งเหยิง
“ฝนตกหนักเช่นนี้ เหตุใดนายท่านมิรอให้ฝนเบาบางก่อนค่อยกลับขอรับ”
“อาการเคอชุนเป็นอย่างไร” ซ่งอวี้หานถามขณะปลดเสื้อคลุมออกจากร่างส่งให้พ่อบ้านรับไว้
“เชิญท่านหมอมาตรวจและทำแผลให้ แต่เพราะพิษไข้จึงยังไม่ได้สติขอรับ บ่าวให้พักที่เรือนเล็กขอรับ” พ่อบ้านรายงานแล้วพูดขึ้น “บ่าวให้คนเตรียมน้ำอุ่น ใต้เท้าโปรดรอสักครู่”
“ข้าจะไปดูเขาก่อน”
เสื้อผ้าเปียกแค่นี้ไม่ได้ส่งผลอันใดกับเขานัก ร่างสูงก้าวเท้ายาวๆ ไปยังเรือนรับรองหลังเล็ก