ตอนที่ 5
ตอนที่5 ผ่านมาเจ็ดวัน
September 18, 2026
มีพี่ชายเป็นหมอ อาการของเด็กสาวดีวันดีคืน ผ่านมาเจ็ดวันร่างกายก็ฟื้นตัวเต็มที่ เจียงชิงหว่านที่ใช้ชีวิตแค่ในห้องนอนรู้สึกเบื่อหน่ายประดาแล้ว เมื่อพี่รองมอบถ้วยยาชุดสุดท้ายให้ นางก็ดีใจแทบหลั่งน้ำตา
เจียงเจิ้งฮ่าวยิ้มเอ็นดูยื่นมือไปลูบผมน้องสาวเบาๆ “อย่างไรก็อย่าออกไปถูกแดดถูกลมมากนัก”
“ใครว่าล่ะ ควรถูกแดดถูกลมบ้างต่างหาก” ชิงหว่านยื่นปากใส่ “อยู่แต่ในห้อง ข้าจะกลายเป็นผักเหี่ยวๆอยู่แล้ว”
“พูดจาไม่น่าฟังเลย” เขาส่ายหน้าแต่มุมปากมีรอยยิ้ม “เจ้าแข็งแรงดีก็ไปกินข้าวกับท่านพ่อท่านแม่บ้าง”
ชิงหว่านเลิกคิ้วประหลาดใจ ตั้งแต่ฟื้นมาในร่างนี้นางยังไม่ได้ก้าวเท้าออกไปจากห้องนี้เลย แต่ท่านพ่อกับท่านแม่ก็มาเยี่ยมทุกวัน
“ที่ผ่านมาข้าไม่ได้กินข้าวกับท่านพ่อท่านแม่หรือเจ้าคะ”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วประหลาดใจ แต่หลายวันมานี้เห็นได้ชัดว่ามีบางเรื่องราวที่นางสับสนหรือจำไม่ได้ จากที่เคยอ่านบันทึกตำราแพทย์มาเป็นไปได้ว่าเกิดจากการจมน้ำหรือเพราะพบเรื่องสะเทือนใจมากเกินรับได้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ยอมรับที่นางถามแปลกๆ เช่นนี้ได้
“ก็เจ้าตื่นสาย ตื่นเมื่อใดก็กินเมื่อนั้น พวกเราตามใจเจ้าจึงไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันนัก แต่เจ้าก็เห็นตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นท่านพ่อท่านแม่เป็นห่วงเจ้ามาก หากเป็นไปได้ เจ้าไปกินข้าวกับท่านแม่ท่านเถิดนะ”
“ได้เจ้าค่ะ” ชิงหว่านคลี่ยิ้มสดใส เรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเลย เด็กสาวที่เติบโตมาท่ามกลางคนรักและเอาใจก็กลายเป็นคนเอาแต่ใจตนเองได้ นางที่เคยเป็นคณิกามาก่อนผ่านโลกมามากพบเจอผู้คนหลากหลายย่อมเข้าใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ ในชาติก่อนนางเป็นเพียงเด็กกำพร้าต้องเพียรทำทุกสิ่งเพื่อ ‘ถูกรัก’ ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลยสักคราเดียว
เห็นน้องสาวรู้ความก็ได้แต่ยิ้ม เจียงเจิ้งฮ่าวลุกขึ้นยืนแล้วพูดขึ้น “พี่ต้องไปโรงหมอแล้ว ถ้าเจ้าไม่อยากต้องดื่มยาขมๆ อีก ก็อย่าดื้อรั้น เชื่อฟังที่พี่เตือน”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ พี่รองรีบไปทำงานเถิด” ชิงหว่านยิ้มจนดวงตาเป็นประกาย ระหว่างที่ได้แต่นั่งๆนอนๆ ก็พอรู้มาบ้างว่า พี่รองหรือเจียงเจิ้งฮ่าวเป็นหมอหนุ่มอนาคตไกล มีปณิธานสูงส่ง เขาไปตรวจชาวบ้านที่เจ็บป่วยที่โรงหมออี้เหรินถัง เดิมทีเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์กับท่านหมออี้ เพราะชื่นชมท่านหมอที่อุทิศตนเพื่อช่วยชีวิตชาวบ้านที่ยากจน หลังจากศึกษาอยู่หลายปีตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นหมอที่ได้รับความนับถือผู้หนึ่งเลยทีเดียว
หญิงสาวส่งยิ้มให้พี่ชายคนรองจนลับสายตาแล้วจึงเรียกสาวใช้เข้ามา
“ ชุนจี้ ช่วยเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ข้าหน่อย” นางอยากออกไปเดินเล่นชมตระกูลเจียงเสียหน่อย และที่สำคัญต้องไปคาวระท่านพ่อท่านแม่ด้วย”
ชุนจี้เป็นสาวใช้อายุสิบแปดปี แต่ท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ชิงหว่านได้แต่พยายามฉีกยิ้มอย่างเป็นธรรมดาเพราะเจ้าของร่างนี้เคยดุด่าทำร้ายสาวใช้ผู้นี้บ่อยครั้ง ชุนจีถูกมารดาขายเป็นสาวใช้ตั้งแต่ห้าปีก่อน ต่อให้ออกไปจากสกุลเจียงก็ไม่มีที่อื่นให้ไป เมื่อถูกเจียงชิงหว่านทำร้ายอย่างไรก็ได้แต่ก้มหน้าอดทน ชิงหว่านจึงพยายามทำดีกับชุนจี้ให้มาก แต่จะให้จู่ๆ เปลี่ยนนิสัยไปทันทีก็เกรงว่าคนรอบข้างตกใจ จึงพยายามค่อยเป็นค่อยไป แก้ไขไปที่ละเรื่อง