ตอนที่ 7
ตอนที่7 ร้านผ้าไหมสูจิ่น
September 18, 2026
เดิมทีเจียงเจิ้งเหวินคิดว่าน้องสาวคนสนใจเรื่องการค้าชั่วครู่ชั่วยาม แต่เมื่อเขาอธิบายกิจการของสกุลเจียงแล้ว เจียงชิงหว่านก็ให้ความสนใจศึกษาอย่างละเอียด และเป็นฝ่ายให้คำแนะนำเขาในบ้างเรื่อง
“ถ้าพี่ใหญ่บอกว่าบ้านเราไม่ขาดแคลนเงินทอง หว่านวานคิดว่าเราส่งสินค้าใหม่ของเราเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆ มอบให้บรรดาฮูหยินขุนนาง ขุนนางเล็กๆที่ถูกมองข้าม เราทำดีกับพวกเขาไว้สักหน่อย วันข้างหน้าอาจได้ผูกมิตรกัน
“เป็นความคิดที่ดี ปกติพี่ก็ให้คนส่งของขวัญให้บรรดาฮูหยินขุนนาง แต่เราเข้าไม่ถึงพวกเขา”
“สินค้าของเราเป็นของดีมีคุณภาพ แต่การส่งให้พร่ำเพรื่ออาจถูกมองไม่ดี เอาอย่างนี้ เรื่องนี้ให้หว่านวานช่วยพี่ใหญ่เองเจ้าค่ะ หว่านวานรู้ว่าฮูหยินของตระกูลใหญ่ชอบสิ่งใด”
“เจ้ารู้?”
“ก็พอมีความรู้บ้าง” หญิงสาวยิ้มอ่อนหวาน “พี่ใหญ่ไม่เชื่อใจหว่านวานหรือเจ้าคะ”
ถูกน้องสาวออดอ้อนเช่นนี้ หัวใจเจียงเจิ้งเหวินแทบละลายกลายเป็นน้ำ เอาเถิด ถ้านางทำสิ่งใดไม่ถูกไม่ควร เขาคอยหาทางไปขอขมาทีหลังก็ไม่เสียหาย
“ตามใจเจ้าเถิด”
“หว่านวานรักพี่ใหญ่ที่สุดเลย” ชิงหว่านที่นั่งข้างเจียงเจิ้งเหวินเอนตัวพิงต้นแขนกำยำ เขาเป็นพ่อค้าใหญ่แต่ทุกเช้าก็เห็นฝึกเพลงยุทธ์ แม้บอกว่าไม่ได้ฝึกเพื่อไปประมือกับผู้ใด เพียงแค่ให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่จากที่นางสัมผัส กล้ามเนื้อแขนกำยำเต็มไปด้วยพละกำลัง สมกับที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลเจียง
“เจ้านี่นะ” เจียงเจิ้งเหวินไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่เห็นน้องสาวเป็นเช่นนี้เขาก็พอใจที่เห็นนางเติบโตขึ้น ตอนที่นางยังล้มป่วยอยู่นั้น เขากลัวเหลือเกินว่าน้องสาวผู้ไร้เดียงสาจะแบกความทุกข์นี้ไว้ไม่ไหว หากเป็นเช่นนั้นจริง ท่านพ่อท่านแม่ก็พร้อมใจจะย้ายไปอยู่เมืองอื่นเพื่อหลบเลี่ยงคำติชินนินทาต่างๆ แต่ตอนนี้...เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว
เมื่อนางรบเร้าอยากไปที่ร้านขายผ้าไหมและตรงกับวันที่เขาต้องไปตรวจร้านพอดี วันนี้คุณชายใหญ่สกุลเจียงจึงนั่งรถม้ามาพร้อมกับน้องสาวสุดที่รัก รถม้าจอดนิ่งดีแล้ว เจียงเจิ้งเหวินลงจากรถม้าแล้วจึงยื่นมือไปประคองน้องสาวลงจากรถ ปกติเขาเห็นเจียงชิงหว่านสวมเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดแต่ก็เข้าใจได้ว่าดรุณีน้อยมักชอบสีสันสดใส แต่ครั้งนี้นางสวมอาภรณ์สีอ่อนรวมกับกิริยาที่เรียบร้อยสุขุมซ่อนความซุกซ่อนในดวงตาพราวระยับ
หลงจู๊ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าข้างกายเจียงเจิ้งเหวินมีดรุณีน้อยมาด้วยสีหน้าก็มีแววประหลาดใจ
“คาวระคุณชายใหญ่เจียง คุณหนูเจียง”
ชิงหว่านหลุบตาลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นกวาดตามองไปโดยรอบ ร้านผ้าไหมสูจิ่นแม้ไม่ใช่ร้านใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองหลวง แต่นางที่เป็นคณิกาไป๋ลู่เคยได้อยู่บ้าง เป็นร้านค้าที่สุจริตซื่อตรง ผ้าไหมนับว่ามีคุณภาพ แต่ที่ร้านขาดช่างเย็บปักมีฝีมือ ที่มีอยู่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีแต่ไม่พอ จึงไม่มีเสื้อผ้าสำเร็จจำหน่าย
“พี่ใหญ่ หลงจู๊ ข้าอยากเดินดูในร้านสักหน่อยได้หรือไม่”
“ตามใจเจ้า พี่มีเรื่องต้องคุยกับหลงจู๊”