ตอนที่ 9
ตอนที่9 เจียงเจิ้งหย่วน1
September 18, 2026
เจียงเจิ้งหย่วนรีบร้อนเข้ามาในห้องของน้องสาวจนแทบจะสะดุดขาตัวเองหกล้ม ยังดีที่ใช้มือยันโต๊ะกลมไว้ได้ทันก่อนหน้าจะคว่ำคะมำลงไป หญิงสาวที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงส่งเสียงหัวเราะคิกคักแล้วเอ่ยหยอกล้อที่พี่ชายของตน
“หว่านวานไม่ได้เป็นอันใด พี่สามไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก”
“ได้ยินว่าเจ้าเจอเรื่องร้าย พี่รีบกลับมาแล้วจริงๆ” ใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเจียงเจิ้งหย่วนยืนยันได้อย่างดี คนที่บ้านไปส่งข่าวให้เขารู้ทำให้เขารีบร้อนกลับมา ในห้องของน้องเล็กนั้นมีทั้งบิดามารดา พี่ใหญ่และพี่รองที่กำลังป้อนยาให้น้องเล็กอยู่ ย้ำชัดว่าเขาเป็นคนสุดท้ายที่มาถึง
“ดื่มยาก่อน” เจียงเจิ้งฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ชิงหว่านทำหน้าแหยทันทีที่ได้กลิ่นยา
“พี่รอง...ข้าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ไม่ดื่มยาได้หรือไม่ ครั้งก่อนต้องทนทรมานดื่มยาทุกวันถึงเจ็ดวันจนตัวเองแทบจะกลายเป็นถังยาแล้ว ท่านแม่...ท่านช่วยพูดกับพี่รองให้เขาเลิกป้อนยาลูกเสียที”
มารดาเห็นท่าทีแสนงอนของลูกแล้วก็ส่ายหน้าไปมา “ไม่ได้ เจ้าต้องเชื่อฟังพี่รองของเจ้า”
“ถ้าเจ้าไม่ดื่มยา ครั้งหน้าพี่ใหญ่ไม่พาเจ้าไปไหนแล้ว”
ชิงหว่านมองแววตาจริงจังของเจียงเจิ้งเหวินแล้วก็จำใจรับถ้วยยามาดื่มด้วยตนเอง พี่ใหญ่เป็นเสมือนบิดาคนที่สอง หากเขาเอ่ยปากไม่อนุญาตต่อให้มารดาขอร้องก็ไม่วันที่นางจะได้ตามที่ต้องการอย่างแน่นอน จะว่าไปพี่ใหญ่ดุกว่าบิดาด้วยซ้ำ
เจียงเจิ้งฮ่าวรับถ้วยยามาจากมือเรียวเล็กดุจหยกใสแล้วก็ส่งผลไม้เชื่อมให้น้องสาว เจียงเจิ้งหย่วนเห็นแล้วก็หัวเราะร่าไม่ไว้หน้าน้องสาว
“ได้ยินว่าเจ้าอยากกินถังหูลู่จึงเดินข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือจนเกิดเรื่อง แล้วอย่างไรตอนนี้เจ้าก็ต้องมานั่งดื่มยาขมๆกับผลไม้เชื่อมจนได้”
“พี่สาม!” ชิงหว่านค้อนขวับเข้าให้แล้วเกาะแขนออดอ้อนมารดาผู้แสนอ่อนโยน “ท่านแม่ พี่สามรังแกหว่านวาน!”
“ใครรังแกใครกันแน่” เจียงเจิ้งหย่วนสบายใจขึ้นมากที่เห็นน้องเล็กปลอดภัยดี เขาแค่ตั้งใจหยอกล้อให้นางคลายความกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่ฟังจากบ่าวรับใช้รายงานแล้วก็อดอกสั่นขวัญหายไม่ได้
“เอาล่ะๆ เจ้าสามก็อย่ารบกวนหว่านวาน วันนี้เจอเรื่องสะเทือนใจมาพอแล้ว” มารดาเอ่ยปากปรามลูกชาย แล้วหันมาคุยกับบุตรสาว “เจ้าดื่มยาสงบใจแล้วก็พักผ่อนเถิด ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะอยู่เฝ้าเจ้าเอง”
ชิงหว่านได้ยินแล้วก็ตื้นตันใจยิ่งนัก
บิดามารดาเดินออกจากห้องเพื่อให้บุตรสาวได้พักผ่อน พี่ชายทั้งสาวพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ ชาติก่อนเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกส่งตัวเข้ามาที่หอนางโลม ไม่เคยสัมผัสความรักจากครอบครัวเช่นนี้ ยิ่งทำให้นางปรารถนาจะถนอมสิ่งที่ได้รับมานี้ให้ดีที่สุด
“พี่ใหญ่” หญิงสาวเรียกเสียงแผ่วก้มหน้าลงแสร้งหลบซ่อนความเขินอาย “ใต้เท้าซ่งช่วยชีวิตข้าไว้ เราควรมอบของขวัญตอบแทนเขาดีหรือไม่เจ้าคะ”