ตอนที่ 573
บทที่ 573 ไปถามสุขุมให้รู้เรื่อง
October 28, 2026
แสงอาทิตย์สุดท้ายลาลับขอบฟ้า รถยนต์ขับเข้าโค้งสุดท้ายมา และขับเข้าไปยังถนนสู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลสถานนท์
คืนนี้ สุขุมมีนัดคุยเจรจาธุรกิจ จึงคิดว่าจะกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน……
เขาเพิ่งลงรถมา และยังไม่ทันได้เดินเข้าบ้าน ก็มีรถซีดานสีดำคันหนึ่งขับตามมาติด ๆ แสงจากดวงไฟหน้ารถอันสว่างไสวสาดส่องไปที่เขา ทำให้เขาแสบตาจนแทบมองอะไรไม่เห็น สุขุมยกมือขึ้นมาบังแสงจากไฟหน้ารถ พลางหรี่ตาลง
จากนั้นเขาเห็นว่ารถซีดานจอดลง ณิชาลงมาจากรถ เธอยังคงสวมชุดเสื้อขนเป็ดตัวเดิมเหมือนกับตอนเช้า แต่ใบหน้าซีดเซียวกว่าเมื่อเช้ามาก เบ้าตาก็แดงมากด้วย เหมือนว่าเพิ่งได้ร้องไห้อย่างหนักมา
“ณิชาเหรอ?” สุขุมพบว่าคนที่มาคือณิชา จึงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความเซอร์ไพรส์ “ลูกจะกลับมา ทำไมไม่โทรบอกพ่อสักหน่อยล่ะ……”
ณิชามองสุขุมที่ยืนต้อนรับเธอราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในใจของเธอจึงรู้สึกหนักหน่วงขึ้นทุกที “หนูมีเรื่องอยากคุยกับพ่อค่ะ”
“พอดีเลย พ่อเองก็มีเรื่องอยากคุยกับลูกอยู่เหมือนกัน เราเข้าไปคุยด้านในดีกว่า”
สุขุมพาณิชาเดินเข้าไปข้างใน พลางสั่งคนรับใช้ให้ไปเตรียมอาหารที่คนท้องทานได้มาหน่อย
คฤหาสน์สถานนท์เปิดไฟสว่างจ้าในค่ำคืน ซึ่งความอับจนของเมื่อหลายปีก่อนก็หายไปหมดแล้ว ตอนนี้มีของตกแต่งอันหรูหรา ที่กำลังประกาศความรวยและอำนาจอยู่
นิ้วอันเรียวยาวของณิชาหยิบรูปปั้นคุณแม่กวนอิมพันหัตถ์ที่ทำจากหยกขาวอันเก่าแก่จากบนชั้นวางมาถือไว้ และพูดว่า “ของมากมายในห้องคฤหาสน์นี้ ล้วนเป็นของที่เวธัสซื้อมาฝากพ่อ ซึ่งราคาไม่ธรรมดาเลย พ่อคะ เวธัสถือว่าเป็นคนที่กตัญญูต่อพ่อได้ใช่ไหมคะ?”
สุขุมแอบทำสีหน้าภาคภูมิใจอย่างเก็บทรงไม่อยู่ “เขาดีกับพ่อเพราะว่าเห็นแก่ลูกน่ะ ถ้าจะพูดให้ถูก ก็คือพ่อมีลูกสาวดีต่างหาก”
จู่ ๆ ณิชาก็หยุดเดิน แล้วค่อย ๆ หันตัวกลับมามองสุขุม ด้วยสายตาอันแหลมคม “แล้วพ่อไปลงมือกับคนที่เขาเคารพที่สุดอย่างน้าเล็กได้อย่างไรคะ?”
สุขุมเหมือนถูกคนเอามีดมาผ่าที่หน้าตัวเอง เขาขยับถอยหลังไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากค่อย ๆ จางลง เปลี่ยนเป็นสีหน้าเคร่งเครียดและเจ็บปวดแทน “ลูกสงสัยว่าพ่อเป็นคนร้ายเหรอ? ณิชา จะพูดหรือทำอะไรก็ต้องมีหลักฐานนะ!”
“พ่อเลิกเสแสร้งได้แล้ว ตอนที่พ่อหนีออกจากที่เกิดเหตุ หนูเห็นว่าพ่อเป็นคนผลักน้าเล็กตกบันได! เวธัสก็ไปเช็กดูกล้องวงจรปิดแล้ว ภาพจากกล้องเห็นชัดเจนว่าพ่อวิ่งหนีอย่างตื่นกลัวที่บันไดหนีไฟ ทั้งเวลาและสถานที่ล้วนตรงกันหมด พ่อจะหลอกหนูไปจนถึงเมื่อไรคะ?”
สิ่งที่น่าขำก็คือ เมื่อคืนตอนที่เธอโทรมาแล้วคนรับใช้เป็นคนรับสาย คนรับใช้บอกกับเธอว่าสุขุมทำตัวปกติดีทุกอย่าง
เพราะเขามั่นใจว่าจะไม่มีใครสืบมาถึงตัวเขาได้ ก็เลยไม่กลัวเลยล่ะสิ?
จงกลตายแล้ว!
ตอนนี้เขาเป็นคนร้ายฆ่าคนตาย!
เขายังคงนิ่งและใจเย็นอยู่แบบนี้ได้อย่างไร?
ณิชารู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง เพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
สุขุมทำสายตาไม่เชื่ออย่างที่สุด จากนั้นก็หัวเราะอย่างเย็นชา “ลูกอย่ามาหลอกพ่อเลยน่า ที่บันไดหนีไฟไม่มีกล้องวงจรปิด ลูกสาวที่แต่งงานออกไป สุดท้ายก็ไปเป็นใจคนอื่น ตอนนี้ลูกกลายเป็นคุณนายตระกูลสนธิไชยแล้ว ลูกทำทุกอย่างเพื่อช่วยเวธัสหาคนร้ายให้ได้ แม้แต่พ่อของตัวเองก็ไม่เว้น! พ่อไม่เคยเจอจงกลมาก่อน แล้วจะไปผลักเธอตกบันไดได้อย่างไร?”
ยิ่งณิชามีความสุขมากแค่ไหนตอนที่ได้รู้ว่าสุขุมยังมีชีวิตอยู่และเวธัสพาตัวเขากลับมา ตอนนี้ณิชาก็ยิ่งใจสลายมากเท่านั้น……
เธอทั้งหัวเราะและทั้งร้องไห้ น้ำตาคลอจนมองอะไรไม่ชัด หัวใจก็แตกสลายอยู่ที่พื้น!
“พ่อคะ พ่ออาจจะยังไม่รู้ว่า เพื่อที่จะได้เก็บภาพวันงานอย่างครบถ้วนมากขึ้น เวธัสจึงแอบเพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิดบนเกาะอีกหลายจุด ซึ่งจับภาพตอนที่พ่อวิ่งหนีทางบันไดไว้อย่างชัดเจน รวมถึงเสื้อสูทที่พ่อถอดทิ้งก็หาเจอแล้วด้วย บนนั้นมีเศษผิวหนังของน้าเล็กอยู่! พ่อบอกว่าพ่อไม่เคยเจอน้าเล็ก แล้วทำไมที่ปลายแขนเสื้อถึงมี DNA ของน้าเล็กได้ล่ะคะ?”
สุขุมอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก เขานิ่งอยู่นานกว่าจะส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ
“……ไม่มีทาง ถ้าเวธัสสืบเจอแล้วว่าเป็นพ่อ แล้วทำไมเขายังไม่มาจับตัวพ่อล่ะ?”
เมื่อเช้าสุขุมได้รับแจ้งข่าวว่า จงกลได้จากไปแล้ว
เวธัสอุ้มร่างของจงกลไปที่แกรนด์วิวล์ และนั่งอยู่ตรงนั้นเป็นครึ่งค่อนวันแล้ว เขาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ นั่นหมายความว่า ตามสภาพของเวธัสในตอนนี้ เขาไม่มีกะจิตกะใจไปสืบหาตัวคนร้ายแน่ ถ้าเขาหาเบาะแสอยู่จริง ๆ ก็น่าจะเจอตั้งแต่เมื่อวานแล้ว……
แต่เวธัสไม่ได้มาหาเขา
“นี่พ่อยอมรับแล้วใช่ไหม? เป็นพ่อจริง ๆ!” หัวของณิชาร้อนจนจะระเบิดแล้ว ดวงตาที่รู้ผิดชอบชั่วดีเผยความเจ็บปวดออกมา “พ่อทำแบบนี้ ไม่เพียงทำร้ายน้าเล็ก แต่พ่อทำร้ายหนูด้วย ตอนนี้พ่อจะให้หนูไปสู้หน้าเวธัสได้ยังไง? นั่นน้าแท้ ๆ ของเขาเลยนะคะ น้าที่เขาเคารพเหมือนแม่น่ะ……”