ตอนที่ 605
บทที่ 605 ผมเกลียดคุณ!
October 28, 2026
อรัลพยักหน้า
เด็กชายสองคนพูดว่าจะทำก็ลงมือทำเลย ปัณณ์เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางจากระเบียงห้องนอนข้างๆที่อยู่ติดกับห้องของห้องเวธัส พวกเขาปีนไปตามแนวกำแพง บนร่างมีเชือกยาวเส้นหนึ่งแขวนเอาไว้
ปลายเชือกอีกด้านหนึ่งแขวนอยู่บนรั้วชั้นบน มีหน้าที่ป้องกัน...
อรัลตามติดอยู่ด้านหลังปัณณ์
เด็กชายสองคนสิ้นเปลืองกำลังในการปีนไปจนถึงหน้าระเบียงห้องเวธัส ร่างเล็กๆกระโดดลงไปทันที ตามด้วยเสียงของร่างกายขนาดเล็กกระแทกเข้ากับพื้น เด็กน้อยสองคนวิ่งเข้าไปในห้องนอนหลักของเวธัสในที่สุด
ทั้งสองคนนึกว่าจะได้เห็นเวธัสที่มีสภาพอ่อนล้าย่ำแย่ แต่กลับคิดไม่ถึงว่า...
ข้าวของภายในห้องถูกวางกระจัดกระจาย เนื่องจากไม่ได้ระบายอากาศอย่างสม่ำเสมอ อากาศจึงเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นจางๆเป็นระยะ ส่วนเวธัสกลับนั่งอยู่หน้ากล้องวงจรปิดโดยใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหกเครื่องคนเดียว และจับจ้องภาพที่แสดงอยู่บนหน้าจอแสดงผลโดยไม่กะพริบตา
ภาพพวกนี้ล้วนเป็นกล้องวงจรปิดบนถนนใกล้ๆโรงแรมที่เกิดเรื่องในระยะสามกิโลเมตร...
เวลาผ่านไปสองสามวันแล้ว
เขาตรวจสอบรอบแล้วรอบเล่า นัยน์ตาอาบย้อมไปด้วยเส้นเลือดสีแดงฉาน
ปัณณ์กับอรัลถูกสภาพเช่นนี้ของเวธัสทำให้ตกใจสะดุ้ง
ปัณณ์วิ่งเตาะแตะเข้าไปผลักเวธัสครั้งหนึ่ง “ปีศาจยักษ์ ทำไมคุณถึงไม่เปิดประตู ไม่กินข้าว ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ลงไปข้างล่าง?”
“ไสหัวไป” เวธัสเค้นเสียงออกมาจากส่วนลึกสุดในลำคอ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเหมือนกับเครื่องบด โดยไม่หันหน้ามาแม้แต่น้อย
แม้ว่าน้ำเสียงจะไม่ได้เน้นหนัก แต่พลังของมันกลับสะเทือนจนทำให้ร่างเล็กๆของเด็กชายโงนเงนเล็กน้อย
คิ้วได้รูปของปัณณ์ขมวดเป็นปมทันที
อรัลหลุบตาลง เดินไปถึงด้านขวามือของเวธัส เอ่ยโน้มน้าวดีๆว่า “คุณพ่อครับ คนเราต้องมีหลักการ และต้องมีความสามารถพลิกแพลงในการใช้หลักการนั้นยิ่งกว่า นี่คือสิ่งที่คุณพ่อสอนผม รวมถึงลุงชัยด้วย พวกเราไม่เห็นคุณพ่อ จึงนึกว่าคุณพ่อหมดสติอยู่ในห้องไปแล้ว...”
อรัลพูดแล้วก็ยื่นมือไปอย่างคิดจะดึงเวธัสให้ลุกขึ้น
สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเขานั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหน และดูกล้องวงจรปิดนานเท่าใด...
“พ่อบอกให้พวกลูกไสหัวออกไป!” ทันใดนั้น เวธัสก็ง้างมือขึ้นสะบัดอรัลออกไป แรงเยอะมากจึงทำให้ร่างเล็กๆของอรัลเซล้มลงไปกองกับพื้นอย่างเสียการควบคุม
อรัลส่งเสียงคราง ล้มก้นกระแทกจนเจ็บ
ปัณณ์มองเหตุการณ์ตรงหน้า และอ้าปากเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“อย่าให้พ่อพูดเป็นรอบที่สาม พ่อไม่ต้องการความห่วงใยของพวกลูก ออกไป!” นัยน์ตาสีนิลที่อยู่ภายในห้องที่ปิดม่านสนิทของเวธัสแผ่กลิ่นอายเย็นยะเยือกอย่างน่าประหลาด สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอแสดงผลเขม็ง
เขาหาเบาะแสเจอแล้ว ขาดเพียงนิดเดียวเท่านั้น จุดสุดท้าย...
ปัณณ์วิ่งไปประคองอรัลขึ้นมา ริมฝีปากอมชมพูเอ่ยอย่างขลาดกลัวว่า “คุณทำเกินไปแล้ว!”
“...” อรัลลุกขึ้นมาด้วยความผิดหวัง ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไร
ปัณณ์หอบหายใจพองลมที่แก้ม โมโหจนพุ่งตัวเดินอ้อมไปด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ของเวธัสแล้วดึงสายตา สายเนต และสายสีดำเส้นหนาของหน้าจอแสดงผลที่เชื่อมต่อเหล่านั้นออกโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
พรึบ!
หน้าจอแสดงผลที่เดิมสว่างจ้ามืดสนิทในทันที
เส้นเลือดบนหน้าผากเวธัสปูดโปนขึ้นมา เขาตบโต๊ะ ถลึงตาใส่เด็กชายอย่างโหดเหี้ยม คว้าหมับเข้าที่ปกคอเสื้อของเด็กชาย และหิ้วเขาขึ้นมา “อาทิตย์ ลูกอยากตายหรอ”
ร่างของเด็กชายห้อยอยู่กลางอากาศ มือเล็กกำหมัดแน่น ชกไปทางใบหน้าตรงหน้าเขาสะเปะสะปะ ดวงตากลมโตแดงระเรื่อ “ตีสิ คุณตีผมตายไปก็จบแล้ว! ถึงอย่างไรหม่ามี๊ก็ไม่กลับมาอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าอรัลเป็นห่วงว่าคุณจะหมดสติอยู่ในห้องแล้วไม่มีใครสนใจ ผมไม่มีทางมาหาคุณหรอก!”
“...” การกระทำที่ดึงปกคอเสื้อเด็กชายของเวธัสชะงักในทันที
ปัณณ์ถือโอกาสถืบเท้าเข้าที่ใบหน้าเวธัส “ปีศาจยักษ์ ผมเกลียดคุณ!”
ใบหน้าของเวธัสปรากฏรอยรองเท้าเล็กๆข้างหนึ่งขึ้นมาทันที เขาแค่นเสียงต่ำ ปัณณ์ถือโอกาสกระโดดลงไปที่พื้นอย่างว่องไว ข่มกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ราวกับเขื่อนแตก น้อยใจเสียจนตาแดง