ตอนที่ 606
บทที่ 606 หกเดือนหลังจากนั้น
October 28, 2026
ตอนนั้นเวธัสตั้งใจจะมอบห้องให้เด็กชายสองคนคนละห้อง
แต่ณิชาบอกว่าพวกเขาสองพี่น้องไม่ได้พบกันนานหลายปี ดังนั้นล้วนพักอยู่ในห้องเดียวกัน รอพวกเขาโตอีกหน่อย ความสัมพันธ์ดีขึ้นอีกนิดค่อยแยกห้องกัน ดูเหมือนว่าในบ้านหลังนี้จะเต็มไปด้วยความทรงจำของคนในครอบครัวทั้งสี่คน
ตอนนี้ปัณณ์พาดตัวอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือของเขา ดวงตาแดงระเรื่อ หยิบดินสอขึ้นมาสเกตช์ภาพคร่าวๆไปพลาง
ในไม่ช้าโครงร่างแข็งแรงของเพศชายก็ปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษ
ใบหน้านั้นค่อยๆเปลี่ยนเป็นชัดเจนขึ้น
เขานำภาพที่สเกตเสร็จ พร้อมทั้งหยิบภาพถ่ายอีกหนึ่งใบออกมาจากกระเป๋าหนังสือ วางภาพที่สเกตกับภาพถ่ายซ้อนกัน จากนั้นก็ใช้หมุดติดกระดานตรึงเอาไว้บนกำแพง
อรัลอึกอัก เสี้ยวพริบตาก็เห็นปัณณ์หยิบลูกดอกปาเป้าออกมา มือเล็กๆปาได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง ปักลงบนใบหน้าหล่อเหลาของเวธัสอย่างเป็นระเบียบ ปักจนกระทั่งไม่เหลือเค้าเดิม
มีความรู้สึกโศกเศร้าที่ไร้คำพูดแผ่ขยายอยู่ระหว่างเด็กชายสองคน
แม้ว่าจะปักไปมากเท่าใด หม่ามี๊ก็ไม่มีวันกลับมาแล้ว
ปัณณ์ก้มหน้าลง ตั้งปณิธานกับอรัลว่าจะจับฆาตกรในคดีระเบิดนี้ออกมาด้วยกัน
ในเวลาเดียวกันนั้น ประตูห้องนอนเด็กๆก็ถูกคนเคาะเสียงดังจากข้างนอก
ปัณณ์นึกว่าเป็นลุงชัย “ลุงชัยครับ พวกเราไม่หิว”
“…” ความเงียบงันแผ่ขยายนอกห้องนอน
หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที…
“พ่อเอง” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเวธัสดังขึ้นมาติดๆ
ปัณณ์มือสั่น ลูกดอกปาเป้าที่อยู่ในมือจึงบินไปไกลเล็กน้อย ไม่ได้ปักลงบนใบหน้าของเวธัส แต่กลับปักลงบนจุดอ่อนไหวที่สุดในร่างกายส่วนล่างของเขาแทน อรัลรีบวิ่งไปฉีกรูปเวธัสที่อนาถจนไม่อาจทนมองได้ลงมาทันที
แกร๊ก เวธัสผลักประตูเปิดเข้ามาแล้ว…
ภาพอรัลถือรูปที่เขามีรอยแผลเป็นมากมายเอาไว้ และในมือของ อาทิตย์ก็ถือลูกดอกปาเป้าที่ส่วนหางมีไหมสีแดงเอาไว้หลายดอก
หน้าของเวธัสเคร่งขรึมทันที
ในตอนที่ปัณณ์กับอรัลนึกว่าเวธัสจะเกรี้ยวกราดด้วยความโมโห เวธัสกลับหยุดเพลิงโทสะอย่างคาดไม่ถึง และเดินมาตรงหน้าพวกเขาสองคน สายตาก็กวาดมองรูปภาพใบนั้น
“อยากต่อยพ่อมาก? พ่อจะยืนอยู่ตรงนี้”
ปัณณ์จ้องเขาด้วยสีหน้าราวกับเห็นผี
“มีอะไรไม่พอใจในตัวพ่อ พ่อให้โอกาสพวกลูกครั้งหนึ่ง สามารถลงมือกับพ่อได้เลย พ่อจะไม่สวนกลับ” เวธัสเอ่ยกับเด็กชายทั้งสองคน เนื่องจากบริเวณคางมีหนวดเคราที่เพิ่งขึ้นมารอบๆ มองดูแล้วไม่ได้มีชีวิตชีวามากนัก
ปัณณ์เเค่นเสียงใส่อย่างโอหัง “รอพวกเราลงมือเสร็จแล้ว คุณก็จะหาโอกาสแก้แค้นพวกผมใช่มั้ย พวกผมไม่ได้โง่ขนาดนั้น! ปีศาจยักษ์! คุณออกไปเลย! ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ!”
อรัลยัดรูปที่ทนมองไม่ได้ใบนั้นลงถังขยะ “คุณพ่อ คุณพ่อมาขอโทษหรอครับ”
บนใบหน้าของเวธัสมีประกายแปลกๆพาดผ่าน
ให้ขอโทษลูกชาย ไม่ใช่สไตล์ของเขาเลยจริงๆ
“…หม่ามี๊ของพวกลูกอาจจะยังไม่ตาย” เวธัสเปลี่ยนหัวข้อสนทนาหน้าตาเฉย
ปัณณ์กับอรัลนัยน์ตาเบิกโตทันที นี่หมายความว่าหม่ามี๊จะกลับมาใช่มั้ย
ปัณณ์ทิ้งอคติไปทันที กระโดดไปรอบตัวเวธัส “หมายความว่าอะไร ตอนนี้หม่ามี๊อยู่ที่ไหน ทำไมเธอไม่ติดต่อพวกเรา”
เวธัสฟังเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กชาย สายตาก็กวาดมองไปทางห้องนอกเด็กที่โล่งกว้างโดยไม่รู้ตัว…
ณิชาเคยยืนอยู่ในห้องนั้น บรรยายคร่าวๆด้วยท่าทางจริงจังว่าจะวางเฟอร์นิเจอร์ยังไง ออกแบบยังไง ทำอย่างไรให้สภาพแวดล้อมในห้องนอนดีกว่านี้ จะปลูกดอกไม้ใบหญ้าเลี้ยงสัตว์เพื่อให้ที่นี่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาอย่างไร…
พริบตาเดียวสิ่งที่ธรรมดาสามัญพวกนั้น เขายากที่จะสัมผัสถึงมัน
ในใจเกิดความรู้สึกขมเฝื่อน จู่ๆเสียงโวยวายของปัณณ์ก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกรำคาญขนาดนั้นอีกแล้ว แต่กลับเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่า