ตอนที่ 609
บทที่ 609 การมาถึงอย่างกะทันหันของเวธัส
October 28, 2026
ณิชาไม่ได้เก็บวาจาล้อเล่นของส่องแสงมาใส่ใจ
ในสายตาของเธอ การกระทำของภูมิภัทรล้วนหยุดในจุดที่สมควร ไม่ได้มีการกระทำที่เกินขอบเขตและความรู้สึกระหว่างชายหญิงแม้แต่น้อย
แม้ว่าการพักอยู่ในบ้านของภูมิภัทรจะน่ากระอักกระอ่วนมาก แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
...
วันรุ่งขึ้น
เกาะเมฆาเป็นหมู่เกาะส่วนตัวที่ครอบครองพื้นที่ขนาดเล็กมากแห่งหนึ่ง ในฤดูร้อนและช่วงสิ้นปีจะเปิดให้คนทั่วไปเข้ามา รอบด้านล้อมรอบไปด้วยน้ำ จำเป็นต้องโดยสารเรือถึงจะเข้าออกได้
ณิชามาที่นี่เป็นครั้งแรกก็ชอบที่นี่เข้าแล้ว ว่ากันว่ายังมีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ที่มีคุณสมบัติพิเศษแห่งหนึ่งด้วย
แต่ว่าเธอเป็นหญิงตั้งครรภ์ อีกอย่างก็เป็นการตั้งครรภ์ไตรมาสสุดท้ายด้วย จึงไม่แนะนำให้แช่น้ำพุร้อน
มาพักร้อนที่นี่สองวัน รับลมทะเลสักหน่อยก็ไม่เลวเช่นกัน
แต่ทว่าฟ้าฝนไม่เป็นใจ ทั้งสองคนพักอยู่ที่เกาะเมฆาสองวัน และตอนที่กำลังจะจากไปในวันที่สาม สภาพอากาศก็ย่ำแย่มาก พายุฝนกระหน่ำรุนแรง ฟ้าอึมครึมมืดสนิท เพื่อความปลอดภัย เรือที่พาไปสู่สถานที่ต่างถิ่นจึงหยุดเดินเรือ
เพื่อความปลอดภัยของณิชา ภูมิภัทรก็กลัวว่าจะมีคนตามหาที่อยู่ของเธอพบ ดังนั้นจึงเหมาเกาะครึ่งหนึ่งในส่วนที่พวกเขาพักอย่างไม่นับว่าถ่อมตนนัก
คืนนั้น เกาะก็เริ่มหยุดจ่ายไฟ สัญญาณโทรศัพท์เริ่มอ่อนลงเล็กน้อย
ที่สำคัญที่สุดก็คือ เพื่อรับประกันประสบการณ์เดินทางของนักท่องเที่ยว อาหารของทุกวันล้วนจัดส่งในวันเดียวกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ บนเกาะจะเกิดปัญหาการขาดแคลนอาหาร...
ภูมิภัทรขมวดคิ้ว “ผมให้คนรับใช้ใช้เฮลิคอปเตอร์มาส่ง”
“ไม่ได้ค่ะ” ณิชาขัดเขาอย่างไม่ต้องคิด “สภาพอากาศแย่ขนาดนี้ เรือยังไม่กล้าขับ นับประสาอะไรกับเฮลิคอปเตอร์”
“ใช้เครื่องที่ทหารใช้กัน น่าจะดีหน่อย”
“นั่นก็ไม่ได้ค่ะ จะไม่สนใจชีวิตของคนอื่นเพื่อของกินไม่ได้ ฉันดูแล้ว อาหารน่าจะยังกินได้วันสองวัน เราก็ได้แต่หวังว่าพายุฝนกระหน่ำนี่จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว”
ทว่าเรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่ใจหวัง พายุฝนไม่เพียงแต่จะไม่หยุด แต่ยังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าแต่ก่อน
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานมากมายบนเกาะล้วนถูกลมที่โหมพัดทำให้เสียหาย...
เรียกได้ว่าเป็นพายุฝนกระหน่ำที่รุนแรงมากที่สุดในเจ็ดสิบปีมานี้ได้เลย
นักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่บนเกาะโมโหมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ยินมาว่าเกิดเรื่องชกต่อยกันด้วย
ตอนเย็น ณิชายืนมองด้านนอกอยู่หน้ากระจก ท้องฟ้ายังคงปกคลุมไปด้วยหมอกดำมืดชั้นหนึ่ง ราวกับจะกดทับลงมาได้ทุกเมื่อ
ก๊อกๆๆ
ในตอนนี้เองที่ประตูไม้ถูกคนเคาะจากด้านนอก มีจังหวะเป็นอย่างมาก ทั้งยังเจือไปด้วยความแข็งกร้าวและอันตรายเล็กน้อย
ณิชาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ภูมิภัทรเพิ่งจะออกไปไม่นาน ไม่ควรจะกลับมาเร็วขนาดนี้
บอดี้การ์ดก็อยู่ในโรงแรม
ใครที่วิ่งมาเคาะประตูกะทันหันกัน?
บอดี้การ์ดที่อยู่เป็นเพื่อนณิชาภายในห้องได้ยินเสียงก็ระแวดระวังขึ้นมาทันที
บอดี้การ์ดหยิบปืนสีดำกระบอกหนึ่งมาจากเข็มขัดข้างกาย พลางมองณิชาแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปที่หน้าประตูอย่างเงียบๆ วางมือลงบนลูกบิดประตู ถามเสียงเข้มว่า “ใคร?”
เสียงเคาะประตูค่อยๆหยุดลง
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น น้ำเสียงแหบพร่ามีเสน่ห์ทั้งยังคุ้นหูของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมา “ผมมาหาณิชา”
บอดี้การ์ดฟังไม่ออกว่านี่เป็นใคร กำลังคิดจะไล่เขาไป แต่ณิชากลับฟังผู้เป็นเจ้าของน้ำเสียงนี้ออก!
เป็น...เวธัส!
เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ตัวเองกำลังฝันไปหรอ หรือว่าเธอฟังผิด?
“ให้เขาเข้ามา!” ก่อนที่บอดี้การ์ดจะข่มขู่ ณิชาก็เอ่ยปากขึ้นทันควัน
บอดี้การ์ดกังวลว่าจะอันตราย ตัดสินใจไม่ได้ จึงมองไปทางณิชาอย่างไม่มั่นใจ “คุณณิชา?”
“ให้เขาเข้ามาเถอะ คนคนนี้ฉันน่าจะรู้จัก” ณิชาสูดลมหายใจลึก จ้องไปทางหน้าประตูทันที
บอดี้การ์ดเห็นณิชาตอบแบบนี้ ก็ทำได้เพียงแค่เปิดประตูเงียบๆ จากนั้น เงาร่างอันคุ้นตาที่ยืนย้อนแสงก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าณิชา ยังคงสูงใหญ่หล่อเหลาดั่งเช่นวันวาน
เขาถือร่มคันใหญ่สีดำด้วยมือข้างเดียว สายฝนตกกระสบไหล่เขาจนเปียกชื้น