ตอนที่ 610
บทที่ 610 ไม่ได้ล่าช้าเพียงแค่ครึ่งปี
October 28, 2026
“ใครบอกว่าผมจะไล่พวกคุณไป” เวธัสเอียงกายเล็กน้อย เผยให้เห็นรถกระบะสีดำคันหนึ่ง ภายในรถมีอาหารเยอะมาก
เอกอธิบายอย่างจริงใจว่า “พวกเรามาได้สองสามวันแล้วครับ และพักอยู่อีกด้านหนึ่งของเกาะมาตลอด ตอนนี้ประสบกับพายุฝนกระหน่ำ สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานถูกทำลายหนักมาก เครื่องปั่นไฟก็ไม่สามารถทำงานได้ปกติ แต่พวกเรามีอาหารเยอะมาก”
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อยากจะแลกเปลี่ยนทรัพยากร
ถึงอย่างไรทางพวกเขาก็ไม่มีอาหาร แต่ว่าสามารถผลิตไฟได้
เมื่อพิจารณาดูแล้ว สุดท้ายก็ยังคงให้เวธัสเข้ามา
ด้านนอกพายุฝนยังคงโหมกระหน่ำ เขายืนอยู่อย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง
เวธัสให้เอกขนย้ายอาหารเข้ามา ล้วนมีอาหารชนิดต่างๆ รวมถึงสัตว์ปีกบางอย่างและรังนก เออเจียวซึ่งเป็นสมุนไพรที่ทำจากหนังลา และของบำรุงต่างๆ ซึ่งเหมาะสมกับสตรีมีครรภ์มาก
รอจนขนย้ายอาหารทั้งหมดเรียบร้อย ภายในห้องโถงก็ไร้ร่องรอยของณิชาแล้ว
เวธัสมองไปยังทิศทางบันไดชั้นสองแวบหนึ่ง บอดี้การ์ดสองคนยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ราวกับตัดขาดจากสิ่งมีชีวิตที่มาจากภายนอกทั้งหมด
เขายิ้มเยาะอย่างอดไม่อยู่
ถ้าหากว่าเขาคิดจะขึ้นไป พวกเขาจะหยุดได้หรอ?
...
อาหารมื้อเย็นย่อมใช้อาหารที่เวธัสนำมา
แม้ว่าจะมีคนรับใช้ แต่ถูกขังอยู่ภายในตัวบ้าน ไม่มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมอิสระ ณิชาจึงไปทำอาหารกับแม่ครัวด้วยกัน
ภูมิภัทรหยิบกะละมังพลาสติกสีฟ้าใบใหญ่มาใบหนึ่ง เติมน้ำในห้องรับแขกจนเต็มแล้ว ก็นำผักที่เตรียมเอาไว้ในตอนกลางวันมาช่วยล้างให้สะอาด
ชุดสูทถูกถอดออกไปแล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกม้วนถึงข้อศอก เขานั่งอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ยด้วยท่าทางสง่างาม แม้ว่าจะทำเรื่องจิปาถะพวกนี้ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหงุดหงิดอะไร กลับมองดูแล้วเป็นสิ่งที่เพลิดเพลินทางสายตาอย่างหนึ่งเสียด้วยซ้ำไป
“ภูมิภัทร พอแล้วค่ะ อาหารในคืนนี้เตรียมไปได้พอสมควรแล้ว คุณไม่ต้องล้างแล้วล่ะ ทำให้เสื้อผ้าคุณเปื้อนหมดแล้ว...”
เนื่องจากยังมีบอดี้การ์ด บวกกับจำนวนผู้มาเยือนที่ไม่น้อย ดังนั้นทุกครั้งที่ทำอาหารล้วนต้องเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารเยอะมาก
แต่ก่อนล้วนมีบอดี้การ์ดเป็นคนล้าง ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้จู่ๆภูมิภัทรถึงได้ลงมือเอง
“เสื้อผ้าสกปรกก็เปลี่ยนชุดใหม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือคุณกินได้อย่างสบาย” ภูมิภัทรค่อยๆเทน้ำสกปรกในกะละมังทิ้ง หยิบทิชชู่เปียกมาเช็ดน้ำสกปรกที่อยู่บนหลังมือ ตอนที่ผ่านไปทางโซฟา ก็เหลือบมองเวธัสที่นั่งพิงอยู่บนโซฟาแวบหนึ่ง
เวธัสไม่ได้มีส่วนร่วมตลอดระยะเวลาการทำอาหาร เพียงแค่เม้มปากแน่น มองเขากับณิชาที่คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับ และไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่
เอกที่สนิทกับเวธัสกลับรู้สึกผวาตลอดเวลา
เขามักจะรู้สึกว่าอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนอันเงียบงัน ระเบิดลูกหนึ่งก็สามารถระเบิดที่นี่ทิ้งทั้งหมดได้แบบนั้น
“กินข้าวได้แล้วค่ะ” แม่ครัวยกอาหารออกมา วางลงบนโต๊ะทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ด้วยความระมัดระวัง
ณิชาถอดผ้ากันเปื้อนออก ยกโถข้าวเดินเข้ามา
โถข้าวใหญ่กว่าใบหน้าเธอสองเท่าเต็มๆ ด้านในใส่ข้าวสวยที่เพิ่งหุงเสร็จ
ด้านบนของข้าวสวยมีต้นหอมซอยที่ถือโอกาสโรยไปเมื่อครู่เล็กน้อย ยังคงมีไอร้อนปรากฏขึ้นเป็นชั้นๆ...
“ให้ผมช่วยคุณ คุณที่เป็นสตรีตั้งครรภ์คนหนึ่ง อย่าแย่งทำอะไรไปด้วยตัวเองเสียหมด แม้จะไม่คิดเพื่อตัวเอง ก็ต้องคิดเพื่อเด็กที่อยู่ในท้อง” ภูมิภัทรตำหนิณิชา มือกว้างหนารับโถข้าวไปจากมือเธออย่างมั่นคง และยกขึ้นมาอย่างสบายๆ
ณิชายิ้มหวาน พลางเอ่ยว่า “คุณเห็นฉันเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่เอาไว้บูชาหรอ”
เอี๊ยด...
จู่ๆขาเก้าอี้ก็ขูดไปกับพื้นจนเกิดเสียงแหลมแสบแก้วหูขึ้นมา
ณิชาถูกทำให้สะดุ้งตกใจ สารอะดรีนาลีนพุ่งสูงจนทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น
เธอมองไปตามที่มาของเสียง เวธัสกำลังดึงเก้าอี้ออกด้วยสีหน้าเขียวปั้ด ใบหน้าเคลือบไปด้วยหมอกทะมึน คล้ายกับมีคนติดหนี้เขาหลายสิบล้าน
ณิชานึกถึงการเยาะเย้ยเมื่อครู่ของเขาเลยเกิดความรู้สึกน้อยใจขึ้นมา จึงจงใจเอ่ยว่า “ถ้าหากว่าคุณไม่พอใจฝีมือการทำอาหารของพวกเรา จะไม่กินก็ได้ อาหารพวกนี้พวกเราจะคิดเป็นเงินให้คุณ”