ตอนที่ 624
บทที่ 624 อ้าปากสิ ฉันจะป้อนให้คุณเอง
October 28, 2026
“ฉัน……”ณิชาอ้าปาก รู้สึกพูดไม่ออกอีกแล้ว
“คุณไม่ต้องประหม่า แล้วก็ไม่ต้องเป็นกังวล ผมไม่ใช่คนเลวอะไร แล้วก็ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีด้วย”วีรพงษ์ฟังออกว่าณิชารู้สึกสับสน จึงรีบเปลี่ยนเป็นพูดปลอบประโลมอย่างรวดเร็ว แล้วก็พูดขึ้นมาอีก“หรือไม่ก็คุณดูแล้วกันว่าว่างเวลาไหน ผมอยากจะเจอคุณสักครั้ง”
ประโยคสุดท้ายก็บ่งชี้ให้เห็นถึงจุดประสงค์ของเขา
“ท่านไม่โทษที่ฉันไปกระตุ้นอารมณ์ของคุณหญิงวิว แล้วเหรอคะ?”เสียงของณิชาแข็งกระด้างขึ้นมาไม่น้อยทันที
ผู้ชายคนนี้ บางทีอาจจะเป็นพ่อแท้ๆของเธอก็ได้?
ภายในทำเนียบประธานาธิบดี ในมือของวีรพงษ์ถือภาพของณิชาเอาไว้ สายตาจ้องมองภาพนั้น พร้อมกับพูดขึ้นอย่างอ่อนโยน“บางครั้งโชคชะตาก็น่าอัศจรรย์ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะวิวอาการกำเริบ ผมก็อาจจะไม่มีทางได้รู้จักคุณเลย”
ความหมายโดยนัยของประโยคนี้ของเขา กำลังบอกว่าเขารู้เรื่องอะไรบางอย่างแล้วสินะ?
ณิชาเปลี่ยนเป็นตื่นตัวและประหม่าขึ้นมาทันที
“ช่วงบ่ายสามโมงฉันว่างค่ะ ท่านนัดสถานที่มาเลยค่ะ ฉันจะไปพบท่าน”ณิชาพยายามระงับอารมณ์เอาไว้ จากนั้นก็พูดขึ้น
วีรพงษ์เห็นได้ชัดว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก บอกสถานที่กับณิชาไปหนึ่งแห่ง สุดท้ายก็พูดเสริมขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค“ผมตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้พบคุณนะครับ”
“รู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ”
ณิชาวางสายลง รู้สึกตัวเบาเหมือนกับกำลังเหยียบอยู่บนปุยฝ้าย
เธอหยิกแก้มตัวเอง รู้สึกเจ็บจริงๆ
ดูท่าคงจะไม่ใช่กำลังฝันไปสินะ!
ท่านประธานาธิบดีของประเทศ F ถูกเรียกว่าท่านประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติของประเทศ F วีรพงษ์อยากจะพบกับเธอ!
การพบกันอย่างเป็นทางการ ไม่เหมือนกับที่เจอกันเมื่อวาน ทั้งรีบร้อนลนลาน แถมยังไม่น่ารื่นรมย์อีกด้วย
ในทางกลับกันณิชาก็นึกถึงเรื่องที่เวธัสเป็นกังวลขึ้นมา เธอก็ขมวดคิ้วทันที
สายตามองผ่านหน้าต่าง เห็นเวธัสกับเอกกำลังพูดคุยปรึกษาเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ที่ระเบียง สีหน้าท่าทางดูจริงจัง
ถ้าเกิดให้เขารู้ว่าตัวเองไปพบกับประธานาธิบดีล่ะก็ เขาจะต้องเป็นกังวลใจขึ้นมาอีกแน่นอนเลยสินะ?
ณิชาจึงปิดบังเรื่องที่นัดพบกับวีรพงษ์ต่อไปชั่วคราว
ส่วนอีกทางด้านหนึ่ง หลังจากที่วีรพงษ์วางสายแล้ว ภายในใจก็ไม่สงบนิ่งอยู่นานสองนาน เหมือนกับมีคลื่นซัดสาดไปมาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน
นิ้วลูบใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนของณิชาที่อยู่ในรูปเอกสารรับรอง
พลาดโอกาสที่ได้ทำความรู้จักกับเธอ ได้ทำความคุ้นเคยกับเธอไปอย่างเสียเปล่า!
ก๊อกๆๆ
ตรงประตูก็มีเสียงที่หนักแน่นและเป็นจังหวะดังขึ้นมา……
วีรพงษ์สีหน้าจริงจัง“เข้ามา”
ประตูถูกเปิดออก มีผู้หญิงที่สวมเครื่องแบบทหารสีเขียวทหารในมือถือเอกสารเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนนั้นใบหน้าดูคล้ายวีรพงษ์มาก ดูทรงพลังอย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกันก็ดูเย่อหยิ่งและไม่พอใจอยู่เล็กน้อยเหมือนกัน พอเปิดปากก็พูดถามขึ้นมาทันที“ท่านประธานาธิบดี ไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไรที่ให้กระทรวงความมั่นคงเปลี่ยนคำสั่งโอนย้ายฉัน?”
วีรพงษ์เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารรับรอง รอยยิ้มหุบลงด้วยความไม่สบอารมณ์“นี่เป็นคำพูดที่ลูกควรจะพูดกับพ่อเหรอ?”
เปรมายกมุมปากอย่างเยาะเย้ย“หนูนึกว่าพ่อจะฆ่าตัวตายไปพร้อมกันกับแม่ตั้งแต่เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนแล้วเสียอีก ที่แท้เขาก็ยังมีชีวิตอยู่เหรอเนี่ย?”
“บังอาจนัก!”วีรพงษ์ตบโต๊ะอย่างแรง ลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห
“กองกำลังพิเศษ หนูจะต้องไปให้ได้แน่นอน แม้ว่าพ่อไปออกคำสั่งให้เปลี่ยนคำสั่งโอนย้ายของหนูกับกระทรวงความมั่นคง ต่อให้หนูต้องปีน หนูก็จะปีนเข้าไปให้ได้!”เปรมาเชิดคางอย่างยโสโอหัง ชำเลืองมองวีรพงษ์อย่างเย็นชาด้วยสายตาที่ดูถูกดูแคลนสุดๆ
วีรพงษ์กับเธอถลึงตาใส่กัน จ้องมองกันสักพัก วีรพงษ์ก็เกิดรู้สึกผิดภายในใจ สุดท้ายก็ยอมแพ้ พูดขึ้นอย่างหมดหนทาง“เปรน์ กองทัพไม่ใช่ที่ที่ผู้หญิงควรจะอยู่หรอกนะ สิ่งที่ลูกต้องทำในตอนนี้ก็คือถอนตัวออกจากกองทัพ จากนั้นพ่อจะหางานราชการให้กับลูกเอง ไปมีความรักอย่างสบายจิตสบายใจ หาแฟนสักคนใช้ชีวิตอีกครึ่งที่เหลือซะ”
“แม่ของหนูยังมายุ่งกับหนูไมได้เลย พ่อมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับหนูโดยที่อ้างว่าหวังดีกับหนูไม่ทราบ?”เปรมายังคงเยาะเย้ยไม่หยุด