ตอนที่ 632
บทที่ 632 ภรรยาฉันคลอดลูก แต่ลูกสาวกลับหายไป
October 28, 2026
ทีมแพทย์ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเมื่อครู่นี้หุบปากทันที
มีเพียงแค่กณิศที่เดินมาถึงข้างกายเวธัสโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน “ฉันมีวิธีที่บ้าบิ่นวิธีหนึ่ง แต่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากนาย”
เวธัสมองทีมเเพทย์ที่อยู่ด้านหลั กณิศ คนเหล่านี้ล้วนเป็นแพทย์ที่รับผิดชอบดูแลสุขภาพของประเสริฐมาโดยตลอด
“พวกคุณออกไปก่อนเถอะ”
เหล่าแพทย์มองหน้ากันไปมา สุดท้ายก็ออกไปอย่างไม่เต็มใจ
กณิศเอ่ยเสริมว่า “ฉันอ่านรายงานการตรวจของแพทย์ประจำตระกูลแล้ว ผลการสแกนDTIพื้นฐานพบว่า พอนส์ที่อยู่ติดกับสมองส่วนกลางของท่านมีการแบ่งตัวอย่างผิดปกติของเซลล์จนกลายเป็นเนื้องอก นี่เป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงที่สุด ถ้าหากปล่อยเอาไว้โดยไม่สนใจ ชีวิตของท่านอาจจะเหลือแค่หนึ่งถึงสองเดือนแล้ว”
เวธัสนั่งฟังเงียบๆ พลางลูบกล่องบุหรี่ในกระเป๋า
“ความจริงฉันก็เข้าใจว่าทำไมแพทย์ประจำตระกูลของปู่ถึงได้คัดค้านการรักษาเขาแบบหวังให้หายขาดจากโรค การผ่าตัดก็ไม่แน่ว่าจะสำเร็จ แต่ไม่รักษาน่ะตายแน่นอน”
คิ้วเวธัสขมวดเป็นรอยย่นลึกขึ้น ชะงักท่าทางที่เตรียมจะจุดบุหรี่ “นายพูดว่านายมีวิธี วิธีอะไร”
“อ้างอิงจากรายงาน มะเร็งสมองของท่านประเสริฐอยู่ที่กะโหลกศีรษะส่วนล่าง การเปิดกะโหลกเพื่อเก็บเนื้อเยื่อไปตรวจจะช่วยให้พวกเราเข้าใจอาการ แต่ที่ตึงมือก็คือท่านมีอาการหลอดเลือดอุดตัน การเก็บเนื้อเยื่อไปตรวจจะทำให้หลอดเลือดโป่งพองหรือเลือดออกได้ แต่ถ้าพวกเราทิ้งวิธีรักษาแบบดั้งเดิมไปแล้วใช้อุปกรณ์สอดเข้าทางจมูก ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงสมองน้อยทางด้านข้างกับหลอดเลือดทั้งหมดได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เก็บเนื้อเยื่อไปตรวจผ่านทางจมูกครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยันว่าสรุปแล้วจำเป็นต้องผ่าตัดหรือทำเคมีบำบัดหรือไม่”
“นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป นายไม่ต้องสนใจว่าทีมแพทย์นั่นจะพูดอะไร ขอเพียงแค่นายคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ก็ทำไปเลย” เสียงของเวธัสแหบพร่าเล็กน้อย “ฉันมีเงื่อนไขแค่ข้อเดียว ช่วยให้เขามีชีวิต!”
กณิศรู้ว่าเวธัสถูกประเสริฐเลี้ยงดูจนเติบใหญ่
แม้ว่าปากจะแข็งกร้าวแค่ไหน แต่ในใจจะต้องมีความอาลัยอาวรณ์ต่อเขาแน่นอน
“ฉันจะพยายามสุดความสามารถ เพียงแต่ทางด้านณิชา…” เดิมรับปากเธอไว้ว่าจะไปช่วยทำการรักษาคุณแม่ของเธอ แต่ตอนนี้กลับคำระหว่างทาง
“ฉันจะอธิบายเอง นายดูแลทางด้านนี้ให้ดีเถอะ” เวธัสเอ่ย และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า
เขาเพิ่งจะค้นพบว่าโทรศัพท์มือถือส่วนตัวปิดเครื่องอัตโนมัติเพราะแบตหมด
เพราะกลับเมืองพร โทรศัพท์มือถือที่ใช้ทำงานจึงมีข้อมูลกองพะเนิน แต่เขาก็ไม่มีเวลาจะไปอ่าน
เวธัสหยิบสายชาร์จออกมาจากลิ้นชัก เสียบเข้ากับขั้วของโทรศัพท์มือถือ ในไม่ช้าข้อความแต่ละข้อความก็เด้งเข้าสู่สายตา ในเวลาเดียวกันก็มีสายโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับจากเอกนับไม่ถ้วน
เวธัสคิ้วกระตุกทันที ขมับก็เต้นตุบๆตามมา
กณิศเห็นเหตุการณ์ ก็ถามอย่างเป็นห่วงว่า “ไหงมีสีหน้าแบบนี้ล่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“ณิชาคลอดแล้ว” เวธัสลุกพรวด สั่งเลขาให้จองตั๋วเครื่องบินวันพรุ่งนี้ เขาต้องรีบไปประเทศ F เดี๋ยวนี้
“ณิชาคลอดแล้ว? นี่เป็นเรื่องน่ายินดีนะ!” กณิศหยอกล้อยิ้มๆ
แต่ประโยคถัดไปของเวธัสทำให้รอยยิ้มของเขาแข็งค้างในเสี้ยวพริบตา
“แต่ลูกสาวฉันไม่อยู่แล้ว”
กณิศใช้เวลาครู่ใหญ่ในการย่อยความจริงนี้ เขากลืนน้ำลาย “ที่นายพูดว่าไม่อยู่แล้ว เป็นความหมายเดียวกับที่ฉันเข้าใจสินะ?”
“เรื่องของปู่มอบให้นายจัดการ เกิดอะไรก็ติดต่อฉันได้ตลอด” จิตใจเวธัสสับสนวุ่นวาย สมองเต็มไปด้วยเนื้อหาในข้อความ ณิชานึกว่าเขาขโมยลูกกลับมาที่เมืองพร เพื่อใช้เหตุนี้ในการบีบบังคับเธอ?
เวธัสไปห้องน้ำ
กวักน้ำเย็นยะเยือกใส่ใบหน้า ความเย็นทำให้เขาฝืนประคองสติเอาไว้ได้
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ประดังประเดเข้ามาแล้ว เขาก็ทุบหมัดลงบนกระจกที่อยู่ตรงข้ามอย่างแรงทันที
บานกระจกเกิดรอยร้าวจากกึ่งกลาง ต่อมาก็ร่วงลงมาทีละชิ้นจนหมด…