ตอนที่ 633
บทที่ 633 ชันสูตรฐานะของทารกที่ตายหลังจากคลอด
October 28, 2026
แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ว่าศัตรูของวีรพงษ์เป็นคนขโมยเด็กไป แต่ผู้ต้องสงสัยหลักยังคงเป็นเวธัส!
ทางด้านเวธัสก็ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนไปชั่วขณะ ประจวบเหมาะกับที่โทนี่เอ่ยเตือนเขา “คุณเวธัส ถึงหน้าประตูเรือนจำแล้วครับ”
เวธัสชะงัก ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรกับณิชามากเกินไป เพียงแค่ปลอบใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ดูแลตัวเองให้ดี อย่าคิดเพ้อเจ้อ ผมกับคุณรักลูกสาวของพวกเราเหมือนกัน รอผมไปหาคุณพรุ่งนี้อย่างว่าง่ายนะ”
เอ่ยจบ เขาก็ตัดสายโทรศัพท์ กำชับด้วยความอ่อนโยนเป็นอย่างมาก หวานชื่นเหมือนก่อนหน้าที่พวกเขาไม่ได้ทะเลาะกัน
นี่ทำให้ณิชารู้สึกว่าเขายังอยู่ข้างกายเธออย่างเลือนราง
ถ้าหากว่าเขาไม่ได้เป็นคนขโมยเด็กไปแล้วจะเป็นใครกันแน่?
ลูกของเธอยังเล็กขนาดนั้น...
เพิ่งจะเกิดมาเอง!
กณิศยังไม่ได้ตรวจสุขภาพให้เธอเลยว่าในร่างกายเธอมีไวรัสรึเปล่า ถ้าหากว่ากลางค่ำกลางคืนร้องไห้ ถ้าหากว่าคิดถึงแม่ จะทำยังไงกัน? ยิ่งคิดต่อไป หัวเธอก็ใกล้จะระเบิดแล้ว ร่างกายก็สั่นระริกไม่หยุด จะล้มแหล่มิล้มแหล่
...
เมืองพร เรือนจำหมายเลขหนึ่ง
ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี เวธัสที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายโหดเหี้ยมเดินผ่านระเบียงทางเดินแต่ละส่วนไปยังห้องสอบสวน
ในเวลาเดียวกันนั้น สุขุมก็ถูกพาตัวมาถึงห้องสืบสวนเช่นกัน
ผ่านการทรมานมาครึ่งปี สุขุมดูแก่ชราไปหลายปี เอวค้อมลงต่ำ เส้นผมบริเวณจอนหูล้วนถูกย้อมด้วยสีขาวทั้งหมด หลังโก่งเล็กน้อย หนวดเครารุงรัง บนร่างยังมีกลิ่นเหม็นรุนแรง
ใบหน้าบวมช้ำ มองดูแล้วเผชิญหน้ากับการทรมานมามาก
“คุณเวธัส นำตัวคนมาถึงแล้วครับ” บอดี้การ์ดผลักสุขุมเข้าไปในห้องสืบสวน
เวธัสยืนอยู่หน้าบานหน้าต่างเหล็ก การหมุนเวียนของอากาศชะล้างกลิ่นเหม็นอับภายในห้อง
เมื่อได้ยินเสียงของบอดี้การ์ด ชายหนุ่มก็ค่อยๆหันกลับมา
สุขุมอยู่ในเรือนจำมาครึ่งปีแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับเวธัสอีก ครึ่งปีมานี้ เวธัสไม่ได้จัดการเขาถึงตาย แต่กลับไม่ได้ปล่อยเขาไป
มีคนไม่ซ้ำหน้ามาเรียกพบเขาบ่อยครั้ง
เป้าหมายก็คือต้องการล้วงข้อมูลคนลึกลับที่อยู่เบื้องหลังออกมา
แต่สุขุมก็รู้ว่าขอเพียงแค่ไม่เผยไต๋คนลึกลับวันหนึ่ง ก็จะไม่ตายวันหนึ่ง เบาะแสเหล่านี้ก็คือเครื่องรางของเขา
เพราะเวธัสเดาฐานะของคนลึกลับไม่ออก และไม่รู้ว่าคนลึกลับพุ่งเป้าไปที่ใคร คิดจะทำอะไรกันแน่...
“คุณเวธัส ไม่พบกันนานเลยนะ” สุขุมสลัดบอดี้การ์ดออก พลางลากฝีเท้าหนักอึ้งไปนั่งบนเก้าอี้สอบสวนอย่างอ่อนแรง
ดูเหมือนเท้าจะได้รับบาดเจ็บ กะโผลกกะเผลกเล็กน้อย
เวธัสก็ไม่พูดจาไร้สาระกับเขา ก้าวเท้าไปตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว และกระชากปกคอเสื้อเขาขึ้นมา “คิดเรียบร้อยรึยังว่าวันนี้จะพูดอะไรกับผม?”
สุขุมถูกบังคับให้เงยหน้ามองเวธัส เขายิ้ม “สิ่งที่ผมต้องการจะพูดก็พูดไปหมดตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วไม่ใช่หรอ คนลึกลับติดต่อกับผมฝ่ายเดียว นอกจากเขามาหาผม ไม่อย่างนั้นผมก็หาเขาไม่เจอ”
“สุขุม คุณปากแข็งให้น้อยๆหน่อย!” บอดี้การ์ดเห็นสุขุมปากแข็ง ก็ด่าขึ้นอย่างอดไม่อยู่ “คุณชายถามคำถามคุณอยู่!”
สุขุมหัวเราะเสียงเย็น มองดูแล้วน่าขนลุกมาก
บอดี้การ์ดรู้สึกเสียความมั่นใจขึ้นมาทันที
เวธัสก็คิดไม่ถึงว่าสุขุมที่อยู่ในเรือนจำมาครึ่งปีจะยังหยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนี้
เขาค่อยๆปล่อยสุขุม ทั้งยังยื่นมือไปจัดการเครื่องแบบเรือนจำบริเวณหน้าอกที่ถูกทำให้เป็นรอยยับอย่างเบามือ
“วางใจเถอะ ผมไม่ฆ่าคุณหรอก ที่ผมมาวันนี้ ก็แค่อยากจะบอกเรื่องน่ายินดีเรื่องหนึ่งกับคุณ”
สุขุมถูกท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเวธัสทำให้มึนงงอยู่บ้าง เขาถามกลับว่า “ณิชาคลอดแล้วสินะ? คำนวณเวลาดูแล้ว ก็เป็นช่วงนี้ เป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง?”
“เธอหาแม่ยายเจอแล้ว” เวธัสตอบคำถามอย่างไม่ใส่ใจ
สุขุมหัวใจกระตุก ขนาดนัยน์ตายังหดวูบครู่หนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ และมองเวธัสอย่างตะลึง
“นาย...นายพูดว่าอะไรนะ?”
“ณิชาได้รู้จักกับพ่อแม่ของเธอแล้ว คุณว่า ตอนนั้นคุณทำร้ายแม่ยายเสียขนาดนั้น ถ้าหากว่าผมส่งคุณให้กับพ่อตา เขาจะจัดการคุณอย่างไร น่าจะลงมือหนักกว่าผมนิดหน่อย ถึงอย่างไรผมก็ละเว้นชีวิตสุนัขของคุณเอาไว้โดยไม่ปรึกษาใครมาโดยตลอด คิดๆดูแล้ว ในเมื่อถามข้อมูลอะไรจากปากคุณไม่ได้ เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นการเอาใจพ่อตาสักหน่อย ถือโอกาสแสดงน้ำใจโดยการส่งคุณให้กับเขา คุณก็เตรียมตัวสักหน่อยแล้วกัน”
เวธัสยังคงเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
แผ่นหลังของสุขุมขนลุกขึ้นมาทันที!