ตอนที่ 635
บทที่ 635 ทำไมคืนวันนั้นคุณไม่อยู่
October 28, 2026
เวธัสรู้ว่าตอนนี้ณิชากำลังสงสัยว่าเขาขโมยเด็กไปหรือไม่
ถึงอย่างไรช่วงเวลาทั้งหมดมันก็ดูบังเอิญเกินไป
เปลี่ยนเป็นเขา เขาก็ไม่มีทางเชื่อคำอธิบายนี้ง่ายๆเช่นกัน
เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ต่อสายเข้าโทรศัพท์ส่วนตัวของกณิศโดยตรง
ช่วงนี้กณิศยุ่งมาก โทรศัพท์มือถือล้วนมีผู้ช่วยเป็นคนดูแลรักษาเอาไว้ เพื่อคัดกรองคนไม่สำคัญออกไป มีเพียงคนสำคัญที่สุดเท่านั้นเขาถึงจะรับสาย
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเวธัสและประเสริฐ ผู้ช่วยย่อมไม่กล้าละเลย
ดังนั้น ในที่สุดณิชาก็ได้พบกับกณิศผ่านการคอลวิดีโอหลังจากผ่านไปเนิ่นนานหลายวัน!
ตอนนี้กณิศสวมชุดห้องผ่าตัดสีฟ้ากึ่งโปร่งใส สวมหมวกคลุมผมในห้องผ่าตัด ในมือก็ถือมีดผ่าตัดคมกริบไว้เล่มหนึ่ง เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาราวกับตรวจสอบดูว่าคมพอหรือไม่
เมื่อณิชามองไปก็เห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ สมองจึงเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์เลือดไหลนองจากชำแหละท้องสิ่งมีชีวิต
เธอรีบแย่งโทรศัพท์มือถือมาจากมือเวธัสทันที สังเกตฉากหลังกณิศอย่างละเอียด “คุณอยู่ที่ไหน คุณตั้งใจจะผ่าตัดใคร ลูกสาวฉันอยู่ในมือคุณมั้ย”
กณิศถูกคำถามที่ณิชาโพล่งขึ้นมาถามจนมึน
“...พี่สะใภ้ ผมไม่เคยได้พบหน้าหลานสาวตัวน้อยเลยนะ” เงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาถึงได้เอ่ยประโยคนี้ออกมา ในใจก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจณิชา และเป็นกังวลมากในเวลาเดียวกัน
เวธัสบอกว่านั่นเป็นเด็กผู้หญิง เกิดมาปุ๊บก็ถูกคนขโมยไป
“นายหมุนกล้องหน่อย” ณิชายังคงเอ่ยกับกณิศอย่างไม่ยอมแพ้
กณิศเห็นสีหน้าอึมครึมของเวธัสที่อยู่ในหน้าจอแล้ว ก็คล้ายกับเดาอะไรออกทันที จึงถือโทรศัพท์เดินไปรอบห้องผ่าตัดรอบหนึ่งอย่างว่าง่าย ทั้งยังถ่ายทุกมุมห้องอย่างชัดเจน
“ดูสิ ห้องทดลองของผมไม่มีเด็กทารก และไม่มีเสียงร้องไห้ของเด็กทารก พี่สะใภ้ ผมกับสามีของพี่ไม่ได้ขโมยเด็กไปจริงๆ พวกเราไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น...”
ณิชาแยกไม่ออกว่าสภาพจิตใจในตอนนี้หดหู่หรือว่ายินดีกันแน่ เธอส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้เวธัส
“ตอนนี้เชื่อแล้วสินะว่าลูกไม่ได้อยู่ในมือผม” นิ้วเรียวยาวของเวธัสเชยคางแหลมของณิชา เห็นอยู่ชัดๆว่าตอนท้องไตรมาสสุดท้ายแก้มของเธอยังนุ่มนิ่ม
แต่เมื่อลูกเกิดออกมา เธอก็เนื้อหายไปรอบหนึ่งจนผอมภายในระยะเวลาสั้นๆไม่กี่วัน
“ฉันไม่รู้ สมองฉันยุ่งเหยิงมาก ตอนที่ฉันคลอดลูกอาการกำเริบกะทันหัน ช่วงเวลาที่มาโรงพยาบาลก็บังเอิญมาก นอกจากคุณ ฉันก็คิดไม่ออกว่าจะมีใครขโมยลูกสาวฉันอีก”
ทั้งหมดนี้เหมือนกับฝันตื่นหนึ่งจนกระทั่งตอนนี้เธอก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมง ลูกสาวของเธอก็ถูกคนขโมยไปแล้ว!
หน้าต่างปิดไม่สนิท ผ้าม่านสีอ่อนปลิวไปมาตามลม
“ตอนที่ฉันเพิ่งจะคลอดเสร็จ คุณหมออุ้มให้ฉันดูแวบหนึ่ง เธอน่ารักมาก ใบหน้ายังไม่ขยาย ยับยู่ยี่เป็นก้อน แต่ว่าเสียงร้องไห้ดังมาก ท่าทางแข็งแรงมาก ดูไม่เหมือนป่วยแม้แต่น้อย...”
เวธัสจ้องเธอเงียบๆ เสียใจที่ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนพวกเธอแม่ลูกในเวลานั้น
พลาดช่วงเวลาที่ลูกชายทั้งสองคนเกิดออกมา
ตอนนี้ก็พลาดช่วงเวลาที่ลูกสาวเกิดเช่นกัน
แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็โมโหอยู่บ้าง!
เวลาบังเอิญอย่างไร เธอก็ไม่สามารถคิดว่าเขาจัดฉากขโมยลูกไป ทั้งยังตั้งใจจะจัดการ “ทารกที่ตายแล้ว” ด้วย!
“ณิชา พอได้แล้ว!” เวธัสกดศีรษะเธอเข้ากับอ้อมกอดตัวเอง ลมหายใจไม่มั่นคง แต่น้ำเสียงกลับแน่วแน่มาก “ลูกหายไปนั้นเป็นความจริง คุณรับไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้ ผมให้เวลาคุณเป็นวันสุดท้าย นับตั้งแต่พรุ่งนี้อยู่เดือนให้ดี ผมจะหาลูกสาวของพวกเรากลับมา”
ณิชาซุกหน้าอยู่ที่แผงอกเขา สูดดมกลิ่นอายของเขา ไม่รู้ว่าทำไม ความน้อยใจ ความกังวล และความโมโหทั้งหมดถึงได้ระเบิดออกมาตามๆกัน น้ำตารินไหลราวกับเขื่อนแตก ร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวดอย่างอดไม่อยู่
หมัดเล็กทุบลงบนแผงอกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า....
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน”
“ทำไมไม่ตอบข้อความฉัน”
“ทำไมคืนนั้นคุณถึงไม่อยู่ คุณไม่ทันจะได้เห็นเธอสักครั้ง ฉันกลัวมาก กลัวว่าจะเหมือนฉันกับคุณแม่ที่ต้องแยกจากกันยี่สิบปีเต็ม รอถึงตอนที่หาเธอพบจะยังจำฉันได้มั้ย”
เผชิญหน้ากับณิชาที่อ่อนแอและน้อยใจเช่นนี้ คำพูดที่จะคิดบัญชีย้อนหลังของเวธัสก็พูดไม่ออกเช่นกัน
กลิ่นอายเย็นเยียบรอบกายเลือนหายไป เขากอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนแน่น...
ผ่านไปครู่หนึ่ง รอจนณิชาสงบลงแล้ว เขาถึงได้หาเสียงของตัวเองเจอ จุมพิตแผ่วเบาลงบนหน้าผากเธอ “ผมไม่ใช่พ่อตา คุณก็ไม่ใช่แม่ยาย ผมสาบานว่าจะไม่ให้พวกเราผิดพลาดซ้ำเหมือนกับพวกเขา”