ตอนที่ 636
บทที่ 636 ขอโทษ ฉันรักคุณ
October 28, 2026
ต่อมาณิชาก็ก้มหน้าลง คล้องมือสองข้างเข้าที่คอและออกแรงจุมพิตริมฝีปากเขา
การเคลื่อนไหวที่ร้อนรนอยู่บ้างนั้นกระแทกริมฝีปากล่างของเขาเจ็บ
เวธัสประหลาดใจเล็กน้อย ณิชาไล้ไปตามไรฟันเขาด้วยความระมัดระวัง ทั้งยังเจือไปด้วยการเอาใจและกระสับกระส่าย
เวธัสหัวเราะไม่มีเสียงและพลิกกลับเป็นฝ่ายนำอย่างรวดเร็ว เขาล็อคเธอเอาไว้บนหน้าตัก มือข้างหนึ่งเชยคางเธอขึ้น ลิ้นร้อนแทรกเข้าไป เพิ่มความลึกซึ้งให้กับจูบนี้
เนื่องจากเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ทั้งยังกินยาอยู่ตลอด ริมฝีปากและไรฟันเธอจึงมีรสขมของยาอยู่เบาบาง แต่ยิ่งทำให้เขารู้สึกหวานหอมราวกับกินของหวาน
“ฉันรักคุณ” ระหว่างที่จูบกันอยู่ ณิชากัดริมฝีปากล่างของเขา พลางงึมงำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เวธัสร่างกายแข็งทื่อ “พูดอีกครั้งหนึ่งสิ?”
“ขอโทษ ฉันรักคุณ ขอโทษนะ…” ณิชาเอ่ยซ้ำสองประโยคด้วยกัน กระซิบข้างใบหูเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นิ้วหยาบกร้านของเวธัสสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อของเธอ แรงที่จับเอวเธอเอาไว้ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น ปล่อยวางเรื่องราวต่างๆท่ามกลางเสียงของโทษและการสารภาพรักของเธอ จูบลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ จูบจนกระทั่งตอนท้าย มือข้างหนึ่งที่ยันอยู่บนโซฟาของเขากำเป็นหมัด เส้นเอ็นใกล้จะปูดโปนขึ้นมาแล้ว…
“ผมไม่โทษคุณ” น้ำเสียงนั้นเบามาก
แสงอาทิตย์ในช่วงเย็นแดงก่ำส่องดวงหน้าแดงระเรื่อของเธอ
ป้ากฐินเดินเข้ามาจากห้องโถง เตรียมสมุนไพรจีนมาเล็กน้อย วางแผนจะเคี่ยวโจ๊กสมุนไพรในคืนนี้ เลยเห็นทั้งสองคนกอดจูบกันในห้องรับแขกโดยไม่ทันตั้งตัว จึงถอยออกไปเงียบๆ
…
แม้ว่าประเทศ F จะไม่ใหญ่ แต่ก็มีทารกที่เพิ่งเกิดหลายพันคนทุกวัน
ตามหาเด็กทารกเพศหญิงที่เพิ่งจะเกิดนั้นลำบากเกินไปจริงๆ
หลังจากวีรพงษ์กับภูมิภัทรจัดการอิทธิพลอำนาจในประเทศ F ให้วุ่นวายแล้ว ที่เหลือก็ทำได้แค่รอ
ตอนเย็น ตอนที่เวธัสได้รับโทรศัพท์จากเอก ก็เพิ่งจะอุ้มณิชามาถึงห้องนอน
กินข้าวเสร็จแล้ว พวกเขาก็นั่งดูคลิปกล้องวงจรปิดวันนั้นในโรงพยาบาลที่ห้องโถง
ถึงอย่างไรเรี่ยวแรงของณิชาก็ยังฟื้นฟูไม่เต็มที่ ฝืนได้ไม่นานก็คว่ำหน้าหลับบนโต๊ะไปแล้ว
เวธัสดึงผ้าห่มผืนบางมาห่มให้เธอแล้ว โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
เขารีบเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเป็นโหมดปิดเสียงทันที และมองณิชาแวบหนึ่ง ณิชานอนตะเเคงเล็กน้อย แก้มขาวอมชมพูนั้นสงบนิ่ง ไม่ได้มีร่องรอยของการถูกรบกวนให้ตื่น เขาถึงได้เดินไปยังห้องหนังสือข้างๆอย่างแผ่วเบา
เอกออกไปทำงานนอกบริษัท ดังนั้นจึงคอลวิดีโอ
“มีความคืบหน้าอะไร?” เวธัสรับสาย พลางถามเข้าประเด็น
เอก : ”วันนั้นคนที่ทำงานล่วงเวลาในโรงพยาบาล รวมไปถึงพนักงานเก็บขยะที่เรียกตัวมาชั่วคราว พนักงานทำความสะอาดทางเดิน เป็นต้น ล้วนตรวจสอบไปแล้วรอบหนึ่ง รวมถึงญาติพี่น้องของพวกเขาด้วย ภายในระยะเวลาอันสั้นไม่มีกระแสเงินสดที่ผิดปกติ น่าจะไม่ใช่เกลือเป็นหนอนครับ เมื่อรวมกับข้อมูลบางส่วนที่ ท่านประธานาธิบดีส่งมาให้ ก็แทบจะยืนยันได้เลยว่า ฝ่ายตรงข้ามลอบเข้าไปในโรงพยาบาลแต่เช้า และใช้ประโยชน์จากมุมอับของกล้องวงจรปิดในการขโมยเด็กไป”
เอกนิ่งไปครู่หนึ่ง และเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ว่าตอนนั้นคุณจะอยู่ประเทศ F หรือไม่ นี่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
ใบหน้าคมคายเย็นชาของเวธัสเคร่งขรึมลง แววตาเต็มไปด้วยประกายเย็นเยียบ
…
นอกประตู ณิชาที่เดิมนอนหลับอยู่ในห้องนอนก็ลืมตาขึ้นเมื่อเวธัสเดินออกไป
ความจริงแล้วตอนที่โทรศัพท์มือถือของเวธัสดังขึ้น เธอก็ตื่นแล้ว
เธอเห็นด้วยกับคำพูดของเวธัส
ถ้าหากว่าลูกสาวไม่ได้ถูกเขาอุ้มไปให้กณิศ เช่นนั้นคนที่ขโมยเด็กไป ไม่ใช่ศัตรูของคุณพ่อที่ประเทศ F ก็ต้องเป็นคนที่บงการอยู่เบื้องหลังสุขุม
เธอย่องลงจากเตียงเงียบๆ และเดินไปถึงหน้าประตูห้องหนังสือ…
อาจจะเป็นเพราะอากาศของประเทศ F ค่อนข้างร้อน เวธัสจึงไม่ได้ปิดประตู ณิชาไม่ต้องเข้าไปก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับเอก
“ภูมิภัทรล่ะ” เวธัสนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง และถามกลับไปกะทันหัน
ถ้าหากว่าเด็กหายในประเทศ F ณิชาก็จำเป็นต้องอยู่ที่ประเทศ F เป็นระยะเวลานาน
อีกอย่างการโยนความผิดเรื่องทำเด็กหายใส่เขา
ความรู้สึกระหว่างเขากับณิชาก็จะอยู่ในขั้นวิกฤติ ภูมิภัทรก็จะถือโอกาสแทรกตัวเข้ามาในช่วงที่เปราะบาง…
เพื่อช่วยชีวิตณิชาที่เมืองพร กระทั่งชีวิตก็ยังยอมทุ่มสุดตัว