ตอนที่ 647
บทที่ 647 โลกมนุษย์ช่างน่าขยะแขยง
October 28, 2026
ในคืนนั้นมีบุคคลนิรนามแจ้งความว่าธนนท์ลูกชายของรองประธานาธิบดีเสพสารเสพติดใน KTV เกินขนาด พอตำรวจมาถึงสถานการณ์ที่นั่นวุ่นวายมาก
ธนนท์ขนาดสติเพราะเสพสารเสพติดมากเกินขนาด ทำให้เกิดอาหารประสาทหลอน ในมือของเขาถือมีดและกำลังไล่ฟันคนไปทั่วห้อง VIP
โดยเส้นเอ็นที่มือข้างหนึ่งของตนก็ถูกแทงจนเลือดไหลหยดเป็นทาง
ลูกค้าที่อยู่ด้านนอกห้อง VIP ต่างก็มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านในนั้นทั้งหมด และพวกเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายภาพ พร้อมกับถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ตด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นหัวข้อที่สุดยอดไม่แพ้ไปกว่าข่าวที่ประธานาธิบดีมีเมียลับเลย
ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทั่วทั้งประเทศ F ก็เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับลูกชายของรองประธานาธิบดี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นภายในบ้านของรองประธานาธิบดี และพบว่าในห้องใต้ดินมีหีบที่เต็มไปด้วยเงินเต็มหีบมากถึงห้าหีบด้วยกัน ที่แรกคิดว่าเป็นเงินที่ลูกชายของรองประธานาธิบดีใช้ประโยชน์ทางอำนาจไปรับสินบนมา แต่หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าทั้งหมดเป็นธนบัตรปลอมมากถึงนับสิบล้าน!
หินเพียงก้อนเดียวแต่สั่นสะเทือนไปทั้งบาง ในฐานะรองประธานาธิบดีของประเทศ F การที่มีธนบัตรปลอมซ่อนอยู่ภายในบ้านก็เท่ากับเป็นการผลักตัวเองไปยืนตรงปากเหว
ประชาชนออกมาโวยวาย...
และในเวลาเดียวกัน ผู้บัญชาการจอมก็ออกมาแถลงการณ์ด้วยการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิด ว่าบัตรธนาคารของสาธิตที่สูญหายไปมีเงินอยู่จำนวนมหาศาล และธนนท์ได้ทำการโอนเงินก้อนนั้นไปยังบัตรธนาคารของตัวเอง...
ท่านประธานาธิบดีลุกขึ้นมาสั่งให้สอบสวนคดีอาญาของลูกชายรองประธานาธิบดีด้วยตัวเองทั้งคดีรับสินบน ซ่อนธนบัตรปลอม และสังหารพลเรือน
ชื่อเสียงของรองประธานาธิบดีฉาวโฉ่ภายในคืนเดียว โดยเขาบอกว่าไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นและบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะความโลภของลูกชาย
“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น...”
“น่าเสียใจที่ฉันอุตส่าห์คิดว่ารองประธานาธิบดีเป็นคนดี! แถมฉันยังตั้งใจไว้ด้วยว่าจะเลือกเขา มองคนผิดไปจริง ๆ!”
“ธนนท์เป็นแค่ทายาทรุ่นที่สองเขาจะไปเอาความกล้าจากไหนมาทำธนบัตรปลอม? ยังไงก็ต้องเป็นรองประธานาธิบดีพ่อเขานั่นแหละที่แอบสั่งการอยู่”
“มิน่าถึงได้บอกว่าไม่ควรเป็นเพื่อนกับนักการเมือง รองประธานาธิบดีปากก็บอกว่าเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมและศีลธรรม แต่ลับหลังกลับทุจริตติดสินบนเป็นการส่วนตัว บางทีคลิปวิดีโอที่ท่านประธานาธิบดีไปเยี่ยมลูกสาวก็อาจจะเป็นฝีมือเขาเป็นคนเปิดเผยก็ได้...”
“โลกมนุษย์ช่างน่าขยะแขยง ฉันอยากจะอ้วก”
…
เมื่อเสาหลักล้มคนก็จ้องจะซ้ำเติม ธนนท์เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลทางชายภูมิ
เหล่านายทหารผู้ช่วยในกองบัญชาการของตระกูลทางชายภูมิต่างพากันเกลี้ยกล่อมให้รองประธานาธิบดีทอดทิ้งธนนท์ และสร้างความบริสุทธิ์ให้ตัวเอง ครั้งนี้พวกเขาไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีได้แล้ว และให้ถ่อมตัวปกปิดความผิดเอาไว้ก่อน แล้วรออีกไม่กี่ปีค่อยลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในครั้งต่อไป!
และการไม่สั่งสอนลูกนับเป็นความผิดพลาดของพ่อแม่ แต่รองประธานาธิบดียังไม่ได้สติฟั่นเฟือนถึงขึ้นที่จะตัดใจทิ้งลูกชายคนเดียวของตัวเองได้...
…
สามวันต่อมา เวลาเที่ยงวัน
เรือสำราญสุดหรูสามชั้นจอดอยู่เทียบท่าเรือ ทั้งสองด้านของดาดฟ้ามีกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำยืนคุ้มกันอย่างแน่นหนาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ตึงเครียด ไม่ยิ้มแย้ม ซึ่งมันบ่งบอกถึงว่ากำลังจะมีบางอย่างเกิดขึ้น
เบนท์ลีย์สีดำหลายคันขับเข้ามาอย่างช้า ๆ
ประตูรถถูกผลักเปิดออก เวธัสอุ้มณิชาลงจากรถ รองเท้าหนังแวววาวของเขาเหยียบลงบนพื้น รอบกายแผ่ซ่านไปด้วยไอสังหารอันชั่วร้าย
พอณิชาถูกอุ้มในที่สาธารณะแบบนี้ก็อดรู้สึกเก้อเขินไม่ได้ “คุณวางฉันลงเถอะ เดี๋ยวฉันเดินเอง”
“ไม่ได้ ลมทะเลแรงเกินไป แค่ปล่อยให้เธอตามมาด้วยก็นับว่าใจดีมากพอแล้ว!” เวธัสเหลือบมองณิชาก่อนจะอุ้มเธอไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม แล้วเดินตรงไปที่เรือสำราญโดยไม่ให้เท้าของเธอแตะพื้นเลยแม้แต่นิดเดียว
เมื่อมีลมพัดผ่าน ณิชาก็ซุกตัวแนบชิดกับอ้อมแขนของเขาไว้แน่น ความอบอุ่นจากหน้าอกของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาทำให้เธอต้องกระตุกยิ้มหวาน...
“คุณเวธัส คุณณิชา รองประธานาธิบดีรออยู่บนชั้นสามแล้วครับ” เมื่อพนักงานคนหนึ่งเห็นทั้งสองคนขึ้นเรือแล้วก็รีบเข้าไปโค้งตัวกล่าวทักทายด้วยความเคารพ
ร่างกายของณิชาถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมตัวหนา ในระหว่างทางที่ทั้งสองเดินไปดาดฟ้าถึงได้รู้ว่าภายในเรือสำราญยังมีโลกอีกหนึ่งใบ