ตอนที่ 3
บทที่ 3: สินสอดแรกของว่าที่ภรรยา... คือเบาะแสคดีทุจริต!
September 18, 2026
บทที่ 3: สินสอดแรกของว่าที่ภรรยา... คือเบาะแสคดีทุจริต!
ยามเซิน ณ โรงเตี๊ยมชิงเฟิง
บรรยากาศในห้องรับรองพิเศษชั้นสองเงียบสงัดจนน่าอึดอัด ลู่หวูเหยียนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างเหนื่อยล้า นัยน์ตาหลับพริ้มลงชั่วครู่เพื่อพักสายตาจากกองเอกสารคดีที่สุมหัวมาตลอดสามวันสามคืน
คดีทุจริตเสบียงกองทัพของ 'ราชเลขาจาง' กำลังมาถึงทางตัน แม้เขาจะส่งสายลับพลิกจวนตระกูลจางค้นหาแทบทุกซอกทุกมุม แต่ก็หา 'บัญชีลับ' ที่เป็นหลักฐานมัดตัวไม่พบ หากภายในสามวันยังหาไม่เจอ รัชทายาทที่คอยหนุนหลังราชเลขาจางอยู่เบื้องหลัง จะต้องหาข้ออ้างเข้าแทรกแซงและปัดตกคดีนี้ไปอย่างแน่นอน
“ใต้เท้าขอรับ ชาร้อนๆ มาแล้วขอรับ” อาสือผลักประตูเข้ามาพร้อมถาดน้ำชา
แต่ยังไม่ทันที่องครักษ์หนุ่มจะวางป้านชาลงบนโต๊ะ ร่างระหงที่ดูคุ้นตาก็พรวดพราดแทรกตัวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับรอยยิ้ม
“บังเอิญเสียจริงใต้เท้าลู่! สวรรค์ช่างมีเมตตา ขีดเส้นวาสนาให้เราสองมาพบกันเช่นนี้!”
เสิ่นเจียวเจียวแอบหัวเราะร่วนอยู่ในใจ สวรรค์ลิขิตบ้าบออะไรล่ะ หนังสือนิยายในมือข้าต่างหากที่ลิขิต! นางอ่านสปอยล์มาหมดแล้วว่าเวลานี้ยมทูตหน้าน้ำแข็งผู้นี้จะมาสิงอยู่ที่นี่เพื่อพักสมอง!
เสิ่นเจียวเจียวก้าวเข้ามานั่งแหมะลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามลู่หวูเหยียนอย่างเป็นธรรมชาติราวกับนั่งอยู่ในเรือนนอนตัวเอง ท่ามกลางความตกตะลึงของอาสือที่อ้าปากค้างจนทำถ้วยชาแทบหลุดมือ
ลู่หวูเหยียนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยสงบนิ่งแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด เขามองสตรีหน้าหนาตรงหน้าด้วยความเย็นชา “องครักษ์หน่วยผู้ตรวจการที่เฝ้าอยู่หน้าประตูตาบอดไปหมดแล้วหรือ ถึงปล่อยให้สตรีวิปลาสเข้ามารบกวนการพักผ่อนของข้าได้?”
“โธ่... ใต้เท้าอย่าไปตำหนิพวกเขาเลยนะเจ้าคะ ใครๆ เขาก็รู้กันทั่วเมืองหลวงแล้วว่าพวกเราสองคนเป็นอะไรกัน” เสิ่นเจียวเจียวยกมือขึ้นเท้าคาง ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้ม นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์อ่อยบันลือโลกเมื่อวันก่อน “ก็ท่านเล่นริบ ของแทนใจ ของข้าไปซุกไว้แนบอกซะขนาดนั้น ลูกน้องท่านย่อมต้องเปิดทางให้ว่าที่ฮูหยินอยู่แล้ว”
“เสิ่น-เจียว-เจียว...” เสียงทุ้มต่ำกดลึก บ่งบอกถึงขีดจำกัดของความอดทนที่กำลังจะขาดผึง ลู่หวูเหยียนขยับตัวเพียงนิดเดียว รังสีสังหารก็แผ่กระจายจนอาสือต้องลอบกลืนน้ำลาย “หากเจ้ายังไม่ไสหัวออกไปภายในสามลมหายใจ ข้าจะโยนเจ้าลงไปจากหน้าต่างบานนั้นด้วยตัวข้าเอง”
ให้ตายเถอะ! พ่อพระรองคนนี้ใจดีแค่อ่อนโยนกับนางเอก(ต้นฉบับ)คนเดียวจริงๆ ในนิยายบรรยายเอาไว้ไม่ตรงปกเลยสักนิด! แต่เสิ่นเจียวเจียวมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับไปรอความตายที่ลานประหารแล้ว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าขี้เล่นหยอกเย้าให้กลายเป็นจริงจัง ก่อนจะโน้มตัวข้ามโต๊ะน้ำชาเข้าไปใกล้เขา ลดระดับเสียงลงให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“โยนข้าทิ้งน่ะทำได้ง่ายดายนัก... แต่หากข้าตกลงไปคอหักตาย ใครเล่าจะบอกท่านได้ว่า สมุดบัญชีลับ ของราชเลขาจางซ่อนอยู่ที่ใด?”
กึก!
บรรยากาศในห้องเงียบสงัด ลู่หวูเหยียนชะงักงัน นัยน์ตาดุดันหรี่แคบลงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง มือแกร่งที่เคยวางพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ พริบตาเดียวก็พุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ลำคอระหงของนางอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
“โอ๊ย!”
“เจ้าไปรู้เรื่องคดีของหน่วยผู้ตรวจการลับมาจากที่ใด!” ลู่หวูเหยียนบีบลำคอขาวผ่องนั้นไว้ ไม่ได้ออกแรงจนถึงตาย แต่ก็แน่นพอที่จะทำให้นางรู้ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น “ใครส่งเจ้ามา? รัชทายาทงั้นรึ!”
เสิ่นเจียวเจียวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไอ้บ้าเอ๊ย! พระรองเรื่องนี้มันไม่อ่อนโยนเหมือนเรื่องอื่นเลยโว้ย! แต่นางกัดฟันฝืนยิ้ม ไม่แสดงความหวาดกลัวออกมา มือเรียวเล็กเอื้อมไปวางทาบทับบนหลังมือใหญ่ที่กำลังบีบคอนางอยู่ พร้อมกับลูบไล้เบาๆ อย่างฉวยโอกาส!
“ท่านชอบความรุนแรงแบบนี้หรือเจ้าคะ...” นางส่งสายตายั่วยวนผ่านดวงตา
ลู่หวูเหยียนเบิกตากว้างเล็กน้อยกับความหน้าด้านไร้ขีดจำกัดของนาง ราวกับถูกของร้อนลวกมือ เขารีบสะบัดมือออกจากลำคอของนางทันทีด้วยความรังเกียจ