ตอนที่ 146
บทที่ 146 ผลกรรมอะไร?
October 28, 2026
"ดังนั้น ถ้าคุณไม่อยากให้ฝู้อวี้สิงได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ทางที่ดีสุดคุณควรไปให้ตรงเวลานัด เพราะว่า ฉันไม่ชอบคนไม่ตรงเวลาที่สุด"
หญิงสาวพูดจบ ก็กดวางสาย
เซี่ยเชียนเกอจับโทรศัพท์เอาไว้ ความง่วงในตอนแรกได้หายไป
ผู้หญิงคนนี้คือใครกันแน่? ทำไมหล่อนต้องอยากเจอเธอ? แล้วทำไมแม้แต่ฝู้อวี้สิงก็ไม่ใช่ศัตรูของเธอ? แล้วอีกอย่างเสียงของหล่อนคุ้นมาก เธอเคยได้ยินมันจากที่ไหนหรือเปล่านะ?
แต่ก็นึกไม่ออก นึกไม่ออกเลยสักนิด!
เซี่ยเชียนเกอปวดหัวจนต้องเคาะหัวของตัวเอง ฝู้อวี้สิงที่ออกมาจากห้องน้ำ เห็นเซี่ยเชียนเกอกำลังเคาะหัวตัวเองพอดี เขาเดินตรงมา แล้วจับมือของเซี่ยเชียนเกอเอาไว้ : "ทำไมถึงทำร้ายตัวเองล่ะ? ไม่เจ็บหรือไง?"
เซี่ยเชียนเกอที่เพิ่งได้สติ ก็ฉีกยิ้มกว้างให้ฝู้อวี้สิง : "เมื่อกี้เจ็บนิดหน่อย แต่พอเห็นคุณแล้ว ก็หายเจ็บทันทีเลย"
บางครั้งเซี่ยเชียนเกอก็ทำให้ฝู้อวี้สิงไปไม่ถูก เขายกมือขึ้นลูบบริเวณที่เซี่ยเชียนเกอเคาะเมื่อสักครู่ : "ครั้งหน้า ห้ามทำเรื่องที่มันทำร้ายร่างกายตัวเอง ผมเป็นห่วง รู้ไหม"
เซี่ยเชียนเกอพยักหน้าตอบรับโดยดี
หลังจากมื้อเช้า ฝู้อวี้สิงได้ส่งเซี่ยเชียนเกอไปยังกองละคร ระหว่างทางนั้น เซี่ยเชียนเกอถามฝู้อวี้สิงว่า : "ครั้งก่อนเย่หยิ่งบอกกับฉันว่า คุณโดนผู้หญิงคนหนึ่งลักพาตัวไป?"
"อื้ม"
เซี่ยเชียนเกอแนบตัวเข้าไปในอ้อมแขนของฝู้อวี้สิง แล้วไล่ถามต่อ : "ผู้หญิงคนนั้นเก่งไหม? เพราะว่ายังไงแล้วฝู้อวี้สิงของฉันก็เก่งที่สุดในใจของฉัน เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่แม้แต่คุณยังจัดการไม่ได้ แสดงว่า ผู้หญิงคนนั้นต้องเก่งมากเลยใช่ไหม?"
ฝู้อวี้สิงตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา : "ก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น"
"ถ้าอย่างนั้นคุณสู้เธอได้ไหม?"
ฝู้อวี้สิงโดนเซี่ยเชียนเกอแกล้งจนหัวเราะ : "ทำไมครับ? คุณกลัวว่าผมจะปกป้องคุณไม่ได้เหรอ?"
เซี่ยเชียนเกอส่ายหัว : "เปล่าสักหน่อย ฉันแค่กลัวว่า ถ้าผู้หญิงคนนั้นเก่งเกินไป คุณจะเจ็บตัว"
สิ่งที่กลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ แม้ว่าคืนนี้เธอจะไปตามนัด แต่ผู้หญิงคนนั้น ก็ยังคงจะทำร้ายฝู้อวี้สิงอยู่ดี แต่ถ้าฝู้อวี้สิงสามารถดูแลตัวเองได้ล่ะก็ เธอก็สบายใจขึ้นเล็กน้อย
อย่างน้อย เธอก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าฝู้อวี้สิงจะเจ็บตัว
ฝู้อวี้สิงรู้สึกว่าวันนี้เซี่ยเชียนเกอค่อนข้างแปลก เขาจึงเอ่ยปากถามว่า : "เชียนเกอครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?"
เซี่ยเชียนเกอส่ายหัว : "เปล่า ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ แต่มีอีกเรื่องที่ฉันอยากถามเป็นพิเศษเลยก็คือ ผู้หญิงคนนั้นสวยไหม?"
เซี่ยเชียนเกอเปลี่ยนเรื่องคุยได้สำเร็จ ฝู้อวี้สิงตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด : "ตอนนี้ในหัวผมมีแต่คุณเต็มไปหมด แล้วจะมีพื้นที่เหลือให้ผู้หญิงคนอื่นได้ยังไงครับ"
เซี่ยเชียนเกอ: "......"
"ปากคุณทำไมถึงได้หวานจังเลยครับ?"
ฝู้อวี้สิงยกมือขึ้นแล้วสัมผัสใบหน้าอันเนียนนุ่มของเซี่ยเชียนเกอ : "เพราะคุณหน้าหวาน พอผมเห็นหน้าคุณ ปากของผม ก็หวานเองอัตโนมัติ"
ฝู้อวี้สิงอ่อยเก่งขนาดนี้ ใครจะต้านรับไหว?
......
หลังจากที่ถึงกองถ่ายละคร เซี่ยเชียนเกอและฝู้อวี้สิงก็บอกลากันอย่างไม่เต็มใจ
พอมาถึงกองถ่ายละคร ผู้กำกับกำลังสั่งย้ายสถานที่ถ่ายทำพอดี
ดังนั้นเซี่ยเชียนเกอจึงมีเวลาพักผ่อนนิดหน่อย ในมือของโจงฉิงถืออาหารเช้าที่ทำเองเอาไว้ แล้วเคาะประตูห้องพักผ่อนของเซี่ยเชียนเกอ เซี่ยเชียนเกอและผู้ช่วยสามคนที่ฝู้อวี้สิงส่งมา มองไปทางโจงฉิงอย่างพร้อมเพรียงกัน
โจงฉิงรู้สึกอึดอัดแต่ก็ไม่กล้าเดินไปหาเซี่ยเชียนเกอ เธอยื่นอาหารเช้าที่เธอตื่นมาทำตั้งแต่เช้าตรู่ให้กับเซี่ยเชียนเกอ : "เชียนเกอ นี่คืออาหารเช้าที่ฉันตื่นมาทำให้เธอตั้งแต่เช้า คือว่า ถือว่าฉันตอบแทนบุญคุณ ที่เธอช่วยฉันไว้เมื่อคืนก็แล้วกัน แล้วก็ขอให้เธอรับมันไว้โดยไม่รังเกียจนะ"
โจงฉิงที่โดนคนสี่คนจ้อง แล้วสายตาของพวกเขาทั้งสี่คนยังเฉียบแหลมอีก แค่เธอสามารถควบคุมร่างกายตัวเองไม่ให้สั่น ก็ถือว่าเธอใจกล้ามากพอแล้ว
เซี่ยเชียนเกอกวาดตามองโจงฉิงแวบหนึ่ง เธอกำลังจะยื่นมือไปรับอาหารเช้าที่โจงฉิงทำให้ แต่เจ้าสามกลับเร็วกว่าตัวเอง เขายื่นมือหยิบอาหารเช้าในมือของโจงฉิง แล้วพูดว่า : "คุณนายของ......"
เจ้าสามยังไม่ทันที่จะได้พูดจบ เจ้าใหญ่ก็สะกิดข้อศอกของเจ้าสาม
เจ้าสามรีบเปลี่ยนคำพูด : "ทุกอย่างที่คุณหนูของพวกผมทาน ผมที่เป็นผู้ช่วยของเธอ ต้องทานก่อนครับ เพราะช่วงนี้ มีไอ้พวกชั่วที่จ้องจะลอบทำร้ายคุณหนูของพวกเราอยู่ไม่น้อย เรื่องวางยาในอาหารก็คงจะหนีไม่พ้น เพราะฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูพวกผม ผมตัดสินใจที่จะเสียสละตัวเอง ในการทานก่อนเพื่อเป็นการแน่ใจว่าไม่มีพิษในอาหาร"
เจ้าสามพูดอย่างน่าเกรงขาม
เขาเปิดปิ่นโตเก็บอุณหภูมิ ต่อหน้าของโจงฉิงและเซี่ยเชียนเกอ ในนั้นมีเกี๊ยวน้ำ เจียนปิ่ง แล้วก็หมูย่างและโจ๊ก เพียงแค่ได้เห็นอาหารเช้าที่จัดเต็มขนาดนี้ เซี่ยเชียนเกอก็รู้เลยว่า โจงฉิงตั้งใจเตรียมขนาดไหน
เจ้าสามหยิบตะเกียบจากด้านข้างขึ้นมา แล้วเริ่มกินอย่างคำโตๆ ตอนที่กินคำแรกเข้าไปนั้น เจ้าสามก็เบิกตากว้างทันที : "ถือว่าอร่อยเลยครับ"
ตามด้วย คำที่สอง คำที่สาม คำที่สี่
จากนั้น ก็หมดแล้ว