ตอนที่ 187
บทที่ 187 ผู้สมรู้ร่วมคิด
October 28, 2026
นี่มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน
ผู้กำกับชำเลืองมองดูคฤหาสน์หลังเก่าที่อยู่ตรงหน้าของตนเองตอนนี้ ก่อนจะรีบหันไปกำชับช่างแต่งหน้าที่อยู่ด้านข้างทันทีว่า "รีบพาเซี่ยเชียนเกอไปแต่งหน้าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวถ่ายทำ!"
เขาจะต้องรีบถ่ายทำ มิฉะนั้นอีกประเดี๋ยวหากว่าเรื่องที่เซี่ยเชียนเกอเป็นคนในกองถ่ายของเขาเผยแพร่ออกไปละก็ คฤหาสน์หลังนี้ก็คงจะใช้ไม่ได้แล้ว
เนื่องจากเซี่ยเชียนเกอตบตีสั่งสอนไปไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นจวินหลิงเสวี่ย คุณหนูรองของตระกูลจวิน แม่หนูคนนี้แต่ละวันหากไม่หาเรื่องมาให้เขาดูเหมือนเธอจะไม่สบายใจเลยหรือไง
ผู้กำกับแทบจะถูกเซี่ยเชียนเกอทำให้โมโหจนแทบระเบิด
ไม่ได้การละ เขาจะต้องนิ่งเอาไว้ เพราะว่าเซี่ยเชียนเกอไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่สร้างปัญหาให้กับเขา แต่ท้ายที่สุดแล้วฝู้อวี้สิงเขาจะเข้ามาจัดการปัญหาให้กับเธอไม่ใช่หรือไง เขาจะกลัวอะไรล่ะ
จะกังวลอะไรกัน?
หลังจากที่ผู้กำกับเข้าใจในเหตุผลนี้ เขาก็ไปทำการถ่ายทำต่ออย่างมีความสุข
เวลาถ่ายทำผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในตอนกลางวันเมื่อเซี่ยเชียนเกอถ่ายทำจบแล้วก็ได้นั่งทานข้าวกับเจ้าสาม เจ้าใหญ่แล้วก็เจ้าสอง ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่เมืองซู เมื่อเจ้าสามเห็นว่าเซี่ยเชียนเกอสุขสบายดี กระโดดโลดเต้นได้ตามปกติและยังมีศีรษะอยู่บนคอ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วพูดไปต่างๆ นานาต่อหน้าเซี่ยเชียนเกออย่างไม่หยุดหย่อน
และเซี่ยเชียนเกอก็ไม่ได้สนใจ
เธอนั่งกินข้าวอยู่ด้านข้างเงียบๆ เมื่อกินไปได้สองคำ เจ้าสามก็แย่งตะเกียบของเซี่ยเชียนเกอไป "คุณหนูครับ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณหนูได้รับอันตรายใดแม้แต่น้อย ผมตัดสินใจแล้วว่าจะช่วยคุณหนูชิมอาหารเหล่านี้ก่อนทุกอย่าง"
เมื่อกล่าวจบ เจ้าสามก็กินข้าวเข้าไปเต็มปากเต็มคำ
ผ่านไปไม่นาน อาหารกลางวันของเซี่ยเชียนเกอก็ถูกเจ้าสามกินจนแทบไม่เหลือ
เซี่ยเชียนเกอ "......"
เธออยากจะตบเจ้าสามจริงเชียว แต่ท้ายที่สุดแล้วเธอก็อดทนเอาไว้
เธอหมดอารมณ์จะกินข้าว เซี่ยเชียนเกอเดินชมในคฤหาสน์หลังเก่าของตระกูลจวินอยู่ตามลำพัง
ขึ้นมาในห้องหนังสือ เซี่ยเชียนเกอเห็นรูปภาพที่มีตัวอักษรกำกับไว้ด้านข้างติดอยู่บนฝาผนัง จากนั้นเธอก็หันไปเหลือบเห็นอุปกรณ์วาดรูปวางอยู่บนโต๊ะ เธอเดินตรงเข้าไปหยิบพู่กันขึ้นมาแล้วลงมือเขียนตัวอักษรลงไป
ตัวหนังสือที่เซี่ยเชียนเกอเขียนนั้นดูงามมาก ไม่ต่างอะไรกับเขียนพู่กันที่มีชื่อเสียงเลย เปรียบเทียบกันแล้วดูเหมือนลายมือของเธอจะงดงามกว่าเสียด้วยซ้ำ
เซี่ยเชียนเกอใช้พู่กันจีนเขียนตัวหนังสือลงไปอย่างรวดเร็วแล้ววางมันไว้ด้านข้าง ต่อจากนั้นเซี่ยเชียนเกอก็หยิบพู่กันขึ้นมาอีก แล้ววาดรูปลงไป ทันใดนั้นเองมีชายชราคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาจากที่ทางประตูเธอเขาเห็นเซี่ยเชียนเกอกำลังวาดรูปอยู่ที่นั่นก็เดินตรงเข้าไปดูด้วยความประหลาดใจ แต่เพียงแค่เหลือบมองครั้งเดียวเท่านั้น ชายชราก็หลงใหลในภาพวาดของเซี่ยเชียนเกอที่ดูลึกซึ้ง
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เมื่อภาพวาดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ความตกตะลึงในดวงตาของชายชราก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นความโศกเศร้า เนื่องจากภาพที่เซี่ยเชียนเกอวาดนั้นคือภาพที่นางเคยอยู่ในการต่อสู้เมื่อหนึ่งพันปีก่อน
เป็นภาพกองทัพสองฝ่ายต่อสู้กัน
สงครามกำลังโหมกระหน่ำ
ท่ามกลางบรรดาทหาร มีสตรีชุดเกราะสีขาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหน้า แล้วใช้ดาบชี้ไปที่ชายซึ่งอยู่หลังม้าศึก
การวาดภาพสิ้นสุดลง
เซี่ยเชียนเกอวางพู่กันในมือลงไป
ชายชราที่ยืนอยู่ด้านข้างแววตาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
"ภาพนี้ให้ความรู้สึกหดหู่แก่ผม แม่ทัพหญิงที่อยู่ในภาพนี้มองดูผู้ที่อยู่ข้างกายของเธอค่อยๆ ตายไปทีละคน ส่วนเธอทำได้เพียงยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายตรงนั้น เธอใช้ดาบชี้ไปยังชายที่นั่งอยู่บนมาม้าศึก คาดว่าจุดจบของเธอก็คงมีเพียงสิ้นชีวิตทางเดียวเท่านั้น"
เซี่ยเชียนเกอ "......"
ก็เพียงแค่ภาพวาด เหตุใดจึงทำให้ชายชราร้องไห้ออกมาได้
เซี่ยเชียนเกอเอ่ยถามขึ้นว่า "คุณชอบภาพวาดนี้เหรอคะ"
"ชอบครับ"
"ถ้าอย่างนั้นฉันขอมอบมันให้คุณ"
ชายชราสีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ เมื่อสักครู่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะจ่ายเงินเพื่อซื้อภาพนี้ของแม่หนูคนนี้มา แต่สรุปว่าแม่หนูคนนี้กลับมอบภาพวาดให้แก่เขาฟรีๆ
หญิงสาวตอนนี้ใจกว้างทุกคนเลยหรือ?