ตอนที่ 219
บทที่ 219 แล้วฉันล่ะคะ?
October 28, 2026
"ถ้าหล่อนจับตามผู้ชายคนนั้นได้ ผมก็จะให้เงินรางวัลหนึ่งหมื่น แต่ตอนนี้ หล่อนไปเกือบจะครึ่งวันแล้ว ยังไม่กลับมาสักที แสดงว่า หล่อนจับไม่สำเร็จ ถ้าไม่อย่างนั้นมนุษย์ป้าคนนั้น คงวิ่งกลับมาเอาเงินที่ผมแล้ว"
เซี่ยเชียนเกอไม่ได้สนใจเรื่องพยาบาลพิเศษที่เย่หยิ่งพูดถึง เพราะตอนนี้เธอกำลังใช้ความคิดกับคำพูดของเย่หยิ่ง ที่บอกว่ากำลังดำเนินตามแผนมันหมายความว่าอะไร แล้วคืนนี้เกี่ยวข้องยังไง?
คืนนี้ จะมีเรื่องเกิดบางอย่างขึ้นงั้นเหรอ?
เซี่ยเชียนเกอที่คิดความน่าเป็นได้เช่นนี้ เธอรู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังถูกสะกดรอยตามอีกครั้ง แต่ช่วงนี้นอกจากจวินหลิงเสวี่ยแล้ว เธอก็ไม่ได้ผิดใจกับใครเลยนี่นา
หรือว่า คนที่จะไล่เฆ่าเธอในครั้งนี้ คือคนที่จวินหลิงเสวี่ยจ้างมา?
แต่พอลองคิดดูก็ไม่น่าจะใช่ เพราะคนที่ส่งมาครั้งนี้ค่อนข้างเก่ง ถ้าไม่ได้เย่หยิ่งที่กระตุ้นเธอ จากแผลที่เธอได้รับบาดเจ็บนั้น เธอคงจะสู้ไม่ไหว
เพราะฉะนั้นคนที่ไล่ฆ่าเธอในครั้งนี้ ไม่น่าจะเป็นคนที่จวินหลิงเสวี่ยจ้างมา อาจจะเป็นคนที่ใครบางคนจ้างมา
แล้วใครกันล่ะ?
ผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้ว คนที่ไล่ฆ่าเธอคงจะไม่ใช่ผู้หญิงที่หล่อนจ้างมาหรอกใช่ไหม? เซี่ยเชียนเกอคิดได้เช่นนี้ ก็เริ่มรู้สึกถึงลางร้าย
ผู้หญิงคนหนึ่งตายไป ตอนนี้กลับมีผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัว ทำไมเธอต้องมาเหนื่อยขนาดนี้ด้วย? เซี่ยเชียนเกอมองเย่หยิ่งที่อยู่ตรงหน้าละถามอย่างจริงจัง : "เมื่อกี้นายบอกว่า คนที่คุยโทรศัพท์เป็นผู้ชายใช่ไหม?"
เย่หยิ่งพยักหน้า : "ใช่ครับ!"
"ผู้ชายคนนั้นพูดอะไรออกมาบ้าง?"
เย่หยิ่งใช้ความคิดก่อนจะตอบ : "เขาบอกว่าให้ทำตามแผนของเขา แต่เขายังไม่ได้พูดออกมาว่าคืนนี้จะทำอะไร ผู้ชายคนนั้นก็กดวางสายแล้ววิ่งหนีไปเลย ผมไม่ทันเห็นว่าหน้าตาเขาเป็นยังไง แต่ว่า ผมจำเสียงผู้ชายคนนั้นได้ครับ!"
หลังจากที่ฝู้อวี้สิงฟังเย่หยิ่งจบ ก็ถามเขาว่า : "ใช่เหลิ่งหลินเย่ไหม?"
เย่หยิ่งส่ายหัว : "ไม่ใช่ครับ เพราะตอนเกิดเหตุ คุณหมอเหลิ่งอยู่กับผม เพราะฉะนั้นไม่น่าจะใช่เขา อีกอย่างเสียงของเขา ก็ไม่เหมือนผู้ชายคนนั้น"
แต่ทำไมฝู้อวี้สิงกลับคิดว่า ผู้ชายคนนั้นคือเหลิ่งหลินเย่กันนะ?
เพราะความรู้สึกของเขาที่มีต่อเหลิ่งหลินเย่นั้น แย่มากเลยไงล่ะ
ความรู้สึกที่ไม่สดใสแบบนั้น ทำให้เขาไม่สบายใจมากๆ
ฝู้อวี้สิงกล่าวว่า : "เย่หยิ่ง แกลองคิดดูดีๆ ผู้ชายคนนั้นใช่เหลิ่งหลินเย่หรือเปล่า?"
"ไม่ใช่นะครับ"
ไม่ใช่?
"งั้นแกลองตั้งใจนึกอีกครั้ง ว่าเห็นหลังของมันหรือเปล่า?"
เย่หยิ่งส่ายหัว : "ไม่เห็นครับ ผมไม่ทันเห็นอะไรเลยครับ"
ฝู้อวี้สิงขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ : "งั้นฉันจ้างแกให้มาทำอะไร?"
เย่หยิ่งทำท่าประมาณว่า เขาก็อยากจะมองคนนั้นให้ชัดเหมือนกัน แต่ว่า เขาไม่สามารถไม่ใช่หรือไง? ตอนเกิดเหตุ เขาไม่เห็นจริงๆ สักหน่อย เขาแทบจะตายแล้ว ผู้ชายคนนั้นยังวิ่งเร็วมากอีก นอกจากเสียงที่เขาได้ยิน ก็ไม่มีได้เห็นอะไรเลย
เย่หยิ่งนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย มองฝู้อวี้สิงแล้วถามว่า : "ท่านเก้าครับ เราควรเตรียมตัวรับมือยังไงครับ? คุณคิดว่า คืนนี้จะมีคนตามฆ่าคุณนายไหมครับ?"
"แกคิดว่าใครจะกล้า!"
สายตาของฝู้อวี้สิงเผยเจตนาฆ่าอย่างรุนแรง เย่หยิ่งกลัวจนต้องซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่ม : "งั้นท่านเก้าครับ คุณปกป้องคุณนายดีๆ นะครับ ตอนนี้ร่างกายผมยังไม่แข็งแรง อย่าเพิ่งรบกวนผมเลย ผมทนสู้ไม่ไหวแล้ว"
พูดจบ เย่หยิ่งก็เอนตัวลงนอน จากนั้น ก็ห่มผ้าแล้วหลับตาลง
ฝู้อวี้สิง: "......"
เซี่ยเชียนเกอ: "......"
"ฝู้อวี้สิง ให้เย่หยิ่งพักผ่อนเถอะ เราลงไปกันดีกว่า"
ฝู้อวี้สิงได้ยินสรรพนามที่เซี่ยเชียนเกอเรียกตัวเอง เขาก็ยื่นมือออกไปคว้าเซี่ยเชียนเกอเข้ามาในอ้อมกอด : "เมื่อกี้ตอนคุณละเมอ คุณยังเรียกว่าที่รักอยู่เลย ทำไมตอนนี้ กลับเรียกผมชื่อเต็มยศเลยล่ะ? เชียนเกอ ผมคิดว่าถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกผมแล้วนะ"
คำพูดของฝู้อวี้สิง ทำให้เซี่ยเชียนเกออึ้งเล็กน้อย เธอถามอย่างเขินอาย : "เมื่อกี้ ฉันละเมอเรียกคุณว่าที่รัก?"
"คุณคิดว่าผมโกหกคุณงั้นเหรอ?"
"คุณไม่ทำแบบนั้นหรอก"
ฝู้อวี้สิงยกมือขึ้นลูบหัวเซี่ยเชียนเกออย่างหลงใหล : "ถ้าอย่างนั้นเชียนเกอของผมจะเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกผมได้หรือยังนะ?"
เซี่ยเชียนเกอหลุบตาต่ำอย่างเขินอาย จากนั้นฝู้อวี้สิงที่คิดว่าเซี่ยเชียนเกอไม่ยอมเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกตัวเองนั้น เธอพูดออกมาว่า : "ที่รัก"
เซี่ยเชียนเกอกลัวฝู้อวี้สิงจะไม่ได้ยินจึงเรียกต่อ : "ที่รัก ที่รัก ที่รัก"
เย่หยิ่งแสดงตัวออกมาว่าตัวเองได้รับการจู่โจมอย่างแรง
คนโสดนี่มันใช้ชีวิตยากจริงๆ