ตอนที่ 242
บทที่ 242 เฝิงเจว๋เฉินโง่หรือเปล่า?
October 28, 2026
เฝิงเจว๋เฉินบ้าไปแล้วหรือไง? เธอบอกให้เขามาขโมยโลงศพ แต่เขากลับแต่ตัวเหมือนกับขโมย นี่เขากลัวคนอื่นดูไม่ออกหรือไงว่าเขาเป็นขโมย?
เซี่ยเชียนเกอเลื่อนกระจกรถลง ก่อนจะถามเฝิงเจว๋เฉินด้วยสายตารังเกียจว่า "นายกินยาผิดมาหรือไง? พวกเรามาที่นี่วันนี้เพื่อจะมาขโมยโลงศพนะ ยิ่งพิรุธน้อยที่สุดก็จะยิ่งดี แต่นายลองดูสภาพของนายตอนนี้สิ ฉันขอถามหน่อยว่านางคิดว่าตัวเองทำตัวให้มีพิรุธน้อยอยู่ไหม?"
เฝิงเจว๋เฉินตอบอย่างเก้อเขิน "ฉันก็แค่อยากจะปลอมตัวสักหน่อยจะได้ไม่ถูกคนอื่นจับได้ง่าย ๆ ไง"
"แบบนี้นายยังกล้าเรียกว่าปลอมตัวอีกเหรอ?"
เซี่ยเชียนเกอเหลือบมองถุงน่องสีดำในมือของเฝิงเจว๋เฉิน ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะยิ่งเก้อเขินมายิ่งกว่าเดิมเสียอีก "พูดไปเธออาจจะไม่เชื่อ ทีแรกฉันคิดว่าจะใส่หน้ากากด้วยซ้ำ แต่ว่าหาซื้อไม่ได้ ก็เลยซื้อถุงน่องสีดำมา ฉันคิดแค่ว่าแค่เอาถุงน่องสวมไว้บนหัวก็คงจะไม่เป็นไรแล้ว"
กับแค่ถุงน่องสีดำเธอคิดว่าเฝิงเจว๋เฉินไม่มีทางที่จะไม่เป็นไรเลยอยู่แล้ว!
พอยิ่งมองท่าทางเขินอายของเขาก็ยิ่งทำให้รู้สึกขยะแขยง
เมื่อเซี่ยเชียนเกอคิดได้ดังนั้นเธอจึงปลดล็อกประตูรถ "นายขึ้นรถมาก่อน"
เฝิงเจว๋เฉินเปิดประตูหลังแล้วขึ้นมานั่ง เมื่อไม่เห็นเหลิ่งเยว่ เซี่ยเชียนเกอจึงถามขึ้นมาว่า "เหลิ่งเยว่ล่ะ?"
"เธอเข้าไปข้างในสถาบันวิจัยพร้อมกับรถขนโลงศพแล้ว เซี่ยเชียนเกอ ก่อนที่เธอจะมา ฉันได้วางแผนเอาไว้แล้ว แผนที่ฉันวางเอาไว้ก็คือว่าเธอบุกเข้าไปแล้วจัดการคนข้างในทั้งหมดก่อน จากนั้นหลังจากที่คนทั้งสถาบันวิจัยถูกตีจนสลบไปแล้วฉันจะเข้าไปขนโลงศพออกมา"
เฝิงเจว๋เฉินโง่หรือเปล่าเนี่ย?
โลงศพหนักขนาดนี้เขาคิดว่าแค่กำลังของเขาคนเดียวจะสามารถเคลื่อนมันได้เหรอ? อีกอย่างโลงศพไม่ได้สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือคนที่นอนอยู่ในโลง
แค่พาคนออกมาก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ?
เขาจะเอาโลงศพไปทำอะไร? หรือว่าอยากจะเอาไปใส่ตัวเขาเองหรือไง?
เซี่ยเชียนเกอไม่อยากจะสนใจเฝิงเจว๋เฉิน เธอมองฝู้อวี้สิงที่อยู่ตรงหน้าของเธอแล้วพูดว่า "อีกเดี๋ยวคุณคุ้มกันฉัน ฉันจะเข้าไปเปิดโลงศพดูว่าข้างในนั้นมีผู้หญิงคนนั้นอยู่หรือเปล่า ถ้ามีพวกเราก็พาตัวเธอไป แต่ถ้าไม่มีฉันจะส่งสัญญาณให้คุณถอย"
"อืม เธอระวังตัวด้วยนะ"
เซี่ยเชียนเกอพยักหน้า หลังจากเปลี่ยนชุดเตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว เธอก็ลงรถไปพร้อมกับฝู้อวี้สิงเข้าไปในสถาบันวิจัย ชื่อเสียงของฝู้อวี้สิงในจิงตูนั้นโด่งดังมาก ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็จะมีคนรู้จักเขา
ยังไม่ทันที่ฝู้อวี้สิงจะได้เข้าไปในสถาบันวิจัยก็ถูกคนจำได้ซะแล้ว ผู้อำนวยการสถาบันมองฝู้อวี้สิงแล้วเดินเข้ามาทักทายฝู้อวี้สิงอย่างกระตือรือร้น "ท่านเก้าฝู้ คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?"
ฝู้อวี้สิงพูดตอบด้วยสีหน้าเหมือนเดิม "เมื่อเช้าวันนี้ผมเห็นข่าวว่าสถาบันวิจัยของพวกคุณนำโลงศพกลับมาหลายโลง พอดีผมค่อนข้างสนใจโลงศพพวกนั้นพาผมไปดูหน่อยได้ไหม?"
ผู้อำนวยการค่อนข้างลำบากใจ "ท่านเก้าฝู้ โลงศพพวกนี้ถูกฝังมานานหลายพันปี ข้างในมีอะไรพวกเราก็ยังไม่รู้เลย ดังนั้นถ้าคุณเข้าไปดู เกิดเป็นอันตรายอะไรขึ้นมา คุณจะให้พวกเราอธิบายกับคุณท่านว่ายังไงล่ะครับ?"
แน่นอนว่าคุณท่านก็คือคุณท่านฝู้
เนื่องจากคุณท่านฝู้ชื่นชอบสิ่งของล้าสมัยพวกนี้มาก ฉะนั้นสถาบันวิจัยแห่งนี้คุณท่านก็ลงทุนเงินไปมากพอสมควร ด้วยเหตุนี้ฝู้อวี้สิงจึงสามารถเดินเข้าออกสถาบันวิจัยแห่งนี้ได้อย่างอิสระเป็นธรรมดา
ฝู้อวี้สิงพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "พวกคุณไม่ต้องอธิบายอะไรกับคุณปู่ของผมหรอก ชีวิตของผม ผมรับผิดชอบเอง อีกอย่างผมสนใจโลงศพสมัยโบราณมาก ตามข่าวรายงานว่าตอนนี้พวกคุณยังไม่สามารถเปิดมันได้ แต่คนที่อยู่ข้างผมท่านนี้ เธอเชี่ยวชาญในการวิจัยโลงศพ บางทีอาจให้เธอลองดูว่าโลงศพจะสามารถเปิดได้ไหม"
เซี่ยเชียนเกอโน้มศีรษะลงต่ำ แม้แต่ใบหน้าของเธอผู้อำนวยการก็มองไม่ชัด
ผู้อำนวยการพยายามที่จะมองเซี่ยเชียนเกออยู่นาน แต่เซี่ยเชียนเกอก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้น ผู้อำนวยการมองเซี่ยเชียนเกอที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตัวเองด้วยความสงสัย "คุณผู้หญิงช่วยเงยหน้าขึ้นให้ผมมองหน่อยได้ไหม? เพราะคนที่สามารถเปิดโลงได้ก็มีไม่มาก แถมเป็นผู้หญิงที่สามารถเปิดโลงได้ยิ่งหายากเลย บางทีคุณเงยหน้าขึ้นให้ผมดู ไม่แน่ผมอาจจะรู้จักคุณก็ได้"
ใช่สิ ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้น ผู้อำนวยการคนนี้ต้องรู้จักเธอแน่
เพราะระดับชื่อเสียงของเธอก็ดังมากไม่แพ้กัน
ฉะนั้นผู้อำนวยการคนนี้บอกให้เธอเงยหน้า? ไม่ ๆ ๆ ไม่ได้!
ผู้อำนวยการพูดพลางขยับเข้าใกล้เซี่ยเชียนเกอ ขณะที่ผู้อำนวยการกำลังจะมองเห็นหน้าเซี่ยเชียนเกอชัด ๆ นั้นเอง มือของฝู้อวี้สิงก็วางลงบนไหล่ของผู้อำนวยการ "คุณอยากเห็นหน้าเธอเพราะสงสัยในตัวผมกลัวว่าผมต้องการทำอะไรกับสิ่งที่อยู่ข้างในโลงศพ?
สถาบันวิจัยคนเยอะขนาดนี้ แถมโลงศพก็ใหญ่ขนาดนั้น ถึงแม้ว่าผมจะสนใจโลงศพพวกนั้นมากแค่ไหนแต่ก็เอาไปไม่ได้อยู่ดี อีกอย่างคุณคิดว่าคนอย่างฝู้อวี้สิงเป็นคนประเภทที่คิดจะขโมยโลงศพอย่างนั้นเหรอ?"
ผู้อำนวยการถูกคำถามของฝู้อวี้สิงทำเอาหน้าเขาเริ่มลำบากใจและยิ้มออกมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แต่สุภาพ
"พฤติกรรมของท่านเก้าผมย่อมรู้ดีอยู่แล้ว แต่ว่าโลงศพนี้อันตรายมากจริง ๆ ฉะนั้นก็เลยต้องระมัดระวังผมถึงอยากดูหน้าของคุณผู้หญิง แต่ถ้าท่านเก้าไม่สะดวกผมไม่ดูก็ได้ แต่ก่อนที่ท่านเก้ากับคุณผู้หญิงท่านนี้จะเข้าไปดูโลงศพ ผมคิดว่าพวกคุณสองคนคงต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยนะครับ"