ตอนที่ 129
บทที่ 129 แขกมาเยือนบ้าน
October 28, 2026
“เรื่องอะไรงั้นเหรอ? พูดกับพี่มาได้เลย ไม่ต้องอ้อมค้อมขนาดนี้” เจียงเฉิงเอ่ย
“ก็คือ พรุ่งนี้เราออกไปด้วยกัน ชวนพี่สะใภ้ออกมาด้วยได้ไหม?” เจียงหลายถามเสียงเบา
ก็จริง เจียงหลายอยากเจอสวี่ฉิงมาโดยตลอด เพียงแต่ไม่มีโอกาสสักที ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เจอกัน
เจียงเฉิงมองไปที่สวี่ฉิงทันที ก่อนจะลังเลครู่หนึ่ง เอ่ยว่า “ได้สิ เดี๋ยวฉันบอกพี่สะใภ้เธอเอง”
“ดีจัง งั้นพรุ่งนี้ฉันต้องเตรียมตัวดีๆแล้ว พวกพี่เที่ยวกันให้สนุกนะ หนูไม่รบกวนพวกพี่แล้ว” เจียงหลายพูดจบก็วางสายทันที
เจียงเฉิงได้ยินสายโทรศัพท์ถูกวางไป ก็ยกยิ้มส่ายหัวเบาๆแล้วเก็บโทรศัพท์ เขาสูดหายใจเข้าลึก แล้วค่อยๆถอนหายใจออกมา อดนึกย้อนถึงความทรงจำในอดีตไม่ได้
“พี่ ตกลงพี่จะหาแฟนเมื่อไหร่น่ะ นี่หนูเริ่มใจร้อนแทนพี่แล้วนะ”
ครั้งหนึ่ง เจียงเฉิงกำลังเขียนบันทึกการฝึกงานประจำวันอยู่ในบ้าน เจียงหลายกอดเขาจากด้านหลัง แล้วถามเขาเสียงออดอ้อน
“อย่าเล่นสิ ตอนนี้พี่มีเวลาไปหาแฟนสักที่ไหนกัน รอฉันทำให้พ่อกับแม่และเธอได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่เมื่อไหร่ ฉันก็จะรีบหาแฟนแน่นอน ออกไปเล่นเถอะ”
เจียงเฉิงรีบพูดกับเจียงหลาย
ตอนนี้เจียงเฉิงเปลี่ยนเป็นอีกตัวตนหนึ่งแล้ว อีกทั้งยังทำให้พ่อกับแม่และน้องสาวตัวเองได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่แล้วด้วย ก็ควรจะพาเจียงหลายเจอกับพี่สะใภ้แล้วจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกเธอเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเขาได้
“ใครโทรมาเหรอ?” สวี่ฉิงมองเจียงเฉิงแล้วถาม
“น้องสาวฉันเอง ก็คือน้องสาวของแพทย์ฝึกหัดเจียงเฉิงคนเดิมที่เคยเป็นนักเรียนของเธอ พี่ชายเขาจากไปแล้ว ฉันก็เลยต้องดูแลเธอน่ะ” เจียงเฉิงตอบเสียงเบา
“พรุ่งนี้เธอมีแพลนอะไรหรือเปล่า? เราออกไปเที่ยวด้วยกันไหม?” เจียงเฉิงเอ่ยต่อ
“เอาสิ ฉันว่างตลอด” แต่ก่อนสวี่ฉิงเองก็ได้ยินนักเรียนตัวเองพูดถึงน้องสาวของเขาอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ยังไม่เคยเจอกันมาก่อน
เจียงเฉิงเห็นสวี่ฉิงตอบตกลง ในใจเองก็รู้สึกดีใจ เอ่ยว่า “เอาล่ะ เราไปกินข้าวกันก่อนเถอะ ชดเชยเมื่อกี้นี้ที่ถูกรบกวน”
สวี่ฉิงพยักหน้า ทั้งคู่ก็ไปหาร้านอาหารฝรั่งร้านอื่น เมื่อทานอาหารเสร็จ ก็จึงจะกลับมาที่บ้าน
“แม่สาวน้อย กลับมาแล้วเหรอ คนคนนี้คือผู้กองมู่หรง” สวี่จื้อจุนเห็นสวี่ฉิงกับเจียงเฉิงเดินเข้ามา ก็พลันยิ้มแนะนำตัวมู่หรงเสวี่ยทันที
“ผู้กอง?” สวี่ฉิงถามอย่างประหลาดใจเล็กน้อย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
“เธอเองงั้นเหรอ?” เจียงเฉิงคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกับมู่หรงเสวี่ยอีกแล้ว ก่อนหน้านี้เคยเจอกันครั้งหนึ่งที่ธนาคาร หลังจากนั้นก็ได้เจอกันอีกตอนที่ช่วยหญิงชราตรงข้างทาง คิดไม่ถึงเลยว่าครั้งนี้เธอจะมาปรากฏตัวที่บ้านเขาทีเดียว
“ทำไม? เหนือความคาดหมายมากเลยหรือไง?” มู่หรงเสวี่ยเลิกคิ้วขึ้น พลางพูดกับเจียงเฉิงอย่างได้ใจเล็กน้อย
“อ้อ ผู้กองมู่หรงรู้จักกับลูกเขยผมงั้นเหรอ” สวี่จื้อจุนพูดยิ้มๆ
“ไม่ถือว่ารู้จักกัน แค่เคยเจอกันไม่กี่ครั้งน่ะ” มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้มเสียงเย็นแล้วตอบ
“สวี่ฉิงสินะ ขอรบกวนเวลาคุณไม่กี่นาทีได้ไหม?” มู่หรงเสวี่ยเดินมาที่หน้าสวี่ฉิง
“ได้ค่ะ”
แม้สวี่ฉิงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าก็ยังคงพามู่หรงเสวี่ยเข้าไปที่ห้องนอนตัวเอง
“พ่อ เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นเหรอครับ?” เจียงเฉิงถามอย่างกังวลใจเล็กน้อย
“ไม่มีอะไร ก็แค่มาสอบถามนิดหน่อนน่ะ” สวี่จื้อจุนเข้าไปใกล้เจียงเฉิง ถามเสียงเบาว่า “เป็นไง? คืนนี้นายสองคนออกไปโรแมนติกกัน คืบหน้าอะไรกันบ้างไหม?”
เจียงเฉิงรู้สึกหมดคำพูด ตาแก่คนนี้ก็ยึดติดแต่กับเรื่องนี้จริงๆ
ภายในห้องนอนของสวี่ฉิง