ตอนที่ 82
บทที่ 82
September 18, 2026
หลังจากที่นั่งฟังคุณหมอพูดได้ครู่หนึ่ง พิภพก็เริ่มจับใจความได้ แต่ประโยคที่บอกว่าลูกแท้ๆ มันยังคาใจเขาอยู่ คนที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ข้างนอกก็ลูกไม่ใช่เหรอ..
"อิงจะไม่ขอร้องให้พี่ช่วย แล้วแต่พี่จะช่วยหรือไม่ช่วยคุณลุง เพราะอิงเป็นคนนอก"
"แล้วพี่เป็นคนในหรือไง"
"ใช่ค่ะ พี่เป็นลูกชายของคุณลุง ตอนนี้เหลือแต่พี่คนเดียวที่จะช่วยชีวิตคุณลุงได้" น้ำอิงต้องทำใจยอมรับเรื่องนี้ให้ได้ก่อน ถึงแม้มันจะขัดแย้งกับความคิดของเธอมากก็ตามที
"พี่คนเดียว? คงไม่ใช่แล้วล่ะมั้ง"
"ผมไม่รู้ว่าพวกคุณกำลังมีปัญหาอะไรกันอยู่ แต่ผมเป็นหมอต้องช่วยคนไข้ไว้ก่อน เราตรวจของคุณแทนแล้ว ตับของทั้งสองเข้ากันไม่ได้ เพราะคุณแทนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข" เหมือนที่หมอบอกไว้ว่าการช่วยเหลือคนไข้คือหน้าที่ของหมออยู่แล้ว และเคสนี้ต้องช่วยเป็นการด่วน ถ้าพูดโน้มน้าวจิตใจของคนที่สามารถจะบริจาคอวัยวะได้หมอก็ต้องรีบทำ
"ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข?" ประโยคนี้พิภพหันมองไปที่น้ำอิง คิดว่าน้องสาวคงจะให้คำตอบได้
ที่ทางหมอต้องได้ตรวจ เพราะคนไข้บอกว่าเป็นลูกชายแท้ๆ และคะยั้นคะยอที่จะบริจาคให้พ่อให้ได้ พอตรวจแล้วมันเข้ากันไม่ได้ คุณหมอก็เลยหาสาเหตุว่าทำไมถึงเข้ากันไม่ได้ เพื่อที่จะมีคำตอบให้กับญาติคนไข้
"แล้วของผมจะเข้ากันได้เหรอครับ" ชายหนุ่มยังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉย ไม่แสดงอาการอะไรออกมามากนัก
"ก็ต้องลองตรวจดูก่อนครับ เพราะการปลูกถ่ายอวัยวะให้กับคนไข้ กฎหมายรองรับได้แค่ญาติในครอบครัว"
"ก็ลองตรวจดูสิครับ" พิภพยังคงพูดแบบไม่มีอารมณ์ร่วม แต่เขาก็ยอมให้ตรวจ
เวลาผ่านไป.. และแล้วผลตรวจก็ออกมา มันทำให้ทุกคนที่รอลุ้นอยู่มีหลากหลายอารมณ์มาก
"การบริจาคอวัยวะมีขั้นตอนดังนี้ครับ คุณลองศึกษาดูนะ" หมอยื่นเอกสารให้กับพิภพได้อ่าน
"คุณหมอแน่ใจแล้วหรือครับว่าของผมเข้ากับ..เขาได้จริง" ถ้าจะเรียกว่าพ่อมันก็กระดากปากมาก
"100% แล้วครับ อยู่ที่ว่าคุณจะบริจาคไหม ถ้าคุณไม่บริจาค เราคงต้องรออวัยวะจากผู้บริจาครายอื่น แต่ต้องเป็นคนที่เสียแล้วและมีความประสงค์จะบริจาคอวัยวะ" นั่นหมายถึงการบริจาคจากคนที่สมองไม่ทำงาน หรือแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคนคนนั้นได้ตายไปแล้ว..แต่อวัยวะยังคงใช้งานได้อยู่
ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นไม่เว้นแม้แต่แทนคุณต่างก็มองมาที่พิภพเป็นจุดเดียว เพราะอยากรู้ว่าเขาจะตอบยังไง
"ครับ" พิภพตอบไปโดยที่ไม่ได้หันมองดูใครในห้องเลย เขาแค่มองดูหน้าหมอ และเอกสารในมือที่เขาถืออยู่ยังไม่ได้อ่านเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ด้วยว่าผลข้างเคียงมันจะเป็นยังไง
"คุณจะไม่ลองอ่านเอกสารนี้ดูก่อนหรือครับ"
"ทำไมต้องอ่านด้วยล่ะครับ คุณหมอคงไม่ปล่อยให้ผมตายหรอกมั้ง" เขาเป็นคนที่พูดโผงผางแบบนี้อยู่แล้ว แต่ในใจใครจะไม่กลัวล่ะ เพิ่งจะเจอคนที่ใช่เข้ามาในชีวิตก็ต้องมีเหตุให้เสี่ยง แถมยังแม่อีกถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาแล้วแม่จะอยู่ยังไง
"เรื่องนั้นทีมแพทย์ช่วยคุณเต็มที่อยู่แล้ว แต่อยู่ที่คุณอีกแรงว่าจะรักษาตัวได้ตามที่เอกสารนี้ บอกไว้ไหม" เพราะการบริจาคอวัยวะภายในของตัวเอง ไม่ว่าจะบริจาคส่วนไหนก็เสี่ยงไม่ต่างจากคนที่รับเลย
"เรื่องนี้ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกันครับ" เขาไม่ได้มองไปที่เธอเลยด้วยซ้ำ ผิดกับเธอที่เอาแต่จ้องมองมาแบบเป็นห่วง ถึงแม้เธอจะไม่มีการศึกษา แต่ก็รู้แหละว่าถ้าตัดส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายออกไปมันต้องอันตรายมากแน่
แทนคุณที่นั่งแบบเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เขาจะขอบคุณได้ยังไง ในเมื่อลูกแท้ๆจะบริจาคอวัยวะให้กับพ่อ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยนี่ แต่ในใจก็แอบนึกขอบคุณพิภพในความใจกล้า