ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 เปลี่ยนน้ำเสียงเร็วจริงนะ
September 30, 2026
ฟริดาใจหายวาบเพราะรังสีอันน่าเกรงขามของเกวนโดลิน
นี่มันยังใช่นังลูกสะใภ้เชื่องๆ ของฉันอยู่เหรอ
“อ้อ ตอนนี้ฉันเข้าใจล่ะ! ที่ผ่านมาเธอก็แค่เล่นละครตบตาสินะ!”
ขณะที่เธอครุ่นคิดถึงการเปลี่ยนไปของฝ่ายหลังความโกรธก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ฟริดากัดฟันและขู่ว่า “ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เรื่องในวันนี้ผ่านไปเฉยๆ แน่ ฉันจะบอกมาเวอริคแล้วให้เขาหย่ากับเธอซะ คราวนี้ฉันจะเตะเธอออกจากตระกูลต่อให้เธอคุกเข่าขอร้องก็ช่าง”
แต่เกวนโดลินแค่ยิ้มหยันพร้อมกับอาการดูแคลนบนใบหน้าของเธอ
“อ๋อ ก่อนหน้านี้ฉันลืมบอกคุณไป เมื่อสิบนาทีก่อนฉันเพิ่งไปหย่ากับมาเวอริคมาค่ะ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปฉันจะไม่มีวันเหยียบเข้าบ้านไรท์อีกแม้แต่ก้าวเดียวต่อให้คุณคุกเข่าขอร้องฉันก็ตาม”
หย่าเหรอ เมื่อตะกี้นี้เองด้วยเหรอ เป็นอย่างนั้นไปได้ยังไง เมื่อก่อนนังบ้านนอกนี่เอาแต่เกาะครอบครัวไรท์แบบหน้าไม่อายนี่นา ในที่สุดหล่อนก็ยอมแพ้แล้วเหรอ
ขณะจ้องมองด้านหลังของเธอจากไปอย่างคลางแคลงใจ ฟริดาก็โทรหามาเวอริคตอนนั้นและตรงนั้นเลยเพื่อตรวจสอบข่าวที่เพิ่งได้ยินมา
“นี่ลูกหย่าแล้วจริงๆ เหรอมาเวอริค”
มาเวอริคส่งเสียงฮึมฮัมเป็นการยืนยันแต่จากนั้นรอยย่นที่หว่างคิ้วก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “ใครเป็นคนบอกแม่ครับในเมื่อเพิ่งจะเสร็จเรื่องเมื่อสักครู่นี่เอง”
“จะใครซะอีกล่ะ แม่บังเอิญมาเจอเกวนโดลิน แล้วนังนั่นก็บังอาจขึ้นเสียงใส่แม่ด้วย”
ความโกรธกริ้วยังคงค้างอยู่บนใบหน้าของฟริดา แต่เธอพลันฉีกยิ้มกว้างออกมาทันทีที่นึกถึงว่าคู่สมรสได้หย่าร้างกันแล้วจริงๆ เธอถึงกับเริ่มส่งเสียงอย่างร่าเริง “นี่มันยอดไปเลย ในที่สุดลูกก็ได้หย่าเสียที แค่ผู้หญิงไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าจะคู่ควรกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่ได้ยังไงกัน หล่อนน่าจะถูกเฉดหัวไปตั้งนานแล้ว...”
มาเวอริคเม้มริมฝีปากของเขาจนเป็นเส้นบางๆ อารมณ์ของเขาแตกต่างจากความรู้สึกตื่นเต้นของฟริดาอย่างสิ้นเชิง
อันที่จริงมีร่องรอยของความหงุดหงิดและความรู้สึกผิดที่อธิบายไม่ถูกท่วมท้นอยู่ในใจเขา
ก่อนหน้านี้เขานึกว่าเกวนโดลินคงไม่ยอมหย่าง่ายๆ เขาถึงกับจัดเตรียมเงินสามล้านกับคฤหาสน์หนึ่งหลังไว้ล่วงหน้า แต่เธอกลับเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาเอง ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังไม่ได้ร้องขอค่าชดเชยแม้แต่สตางค์แดงเดียวอีกด้วย
ตอนนี้ในเมื่อเธอหย่าแล้วโดยไม่มีเงินและครอบครัวอยู่เคียงข้าง แล้วเธอจะเอาตัวรอดในภายภาคหน้าได้ยังไง เอาเถอะ เธอคงจะมาหาฉันเองแหละเมื่อเธอถึงทางตันแล้ว
ขณะเดียวกันเกวนโดลินก็ขึ้นแท็กซี่กลับไปยังคฤหาสน์หลังน้อยที่เป็นของเธอกับมาเวอริค ที่ซึ่งรวมความขมขื่นและทุกข์ทรมานของเธอไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมา
ความทรงจำเหล่านั้นหนักหนาสาหัสมากเกินไป มากเสียจนเธอไม่อยากจะระลึกถึงมันอีกต่อไป
เธอเดินผ่านสวนตรงลานหน้าบ้านแล้วมุ่งตรงขึ้นชั้นบนทันทีเพื่อเก็บข้าวของสัมภาระของเธอ พอเสร็จแล้วเธอก็ไม่อยากจะอ้อยอิ่งอยู่ในคฤหาสน์นั้นต่อแม้สักวินาทีเดียว
อนิจจา เงาร่างงดงามในห้องนั่งเล่นหันกลับมาและมองดูเธอขณะลงมาชั้นล่างไม่นานนัก
นั่นคือนาตาชาในชุดสีขาวราวหิมะกำลังยิ้มอย่างใสซื่อไร้เดียงสา “ไม่เจอกันนานเลยนะเกวนโดลิน”