ตอนที่ 13
บทที่ 13
October 6, 2026
จี้หมิงหันกลับมาพูดกับจี้สาม "ท่านพ่อ งานแต่งงานครั้งนี้ไม่ต้องแต่งแล้ว เอานางกลับส่งบ้านตระกูลซูเถอะ"
จี้สามมองไปที่ซูจ้าวตี้อยู่นานและถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ เขาไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจี้หมิงและนางอู๋จะพูดอย่างไร เขาก็ไม่เห็นด้วย ในเมื่อไม่มีทางออก ในท้ายที่สุดนางอู๋ก็นำเงินออมทั้งหมดของนางออกมาและขอให้จี้หมิงไปที่เขตตำบลจัดการเรื่องของ
ซูจ้าวตี้อยากไปด้วย แต่นางอู๋ไม่ให้ไปและให้นางอยู่ที่นี่เพื่อช่วยนึ่งวอวอโถว
นางทำงานแบบนี้เป็นซะที่ไหนกัน จนอีกนิดนางเกือบจะทำครัวบ้านของเขาไฟไหม้ไปแล้ว ในที่สุดนางอู๋ก็ไม่กล้าใช้นางอีกและขับไล่นางออกจากครัว
ซูจ้าวตี้เข้าเข้ามาในห้องเห็นจี้สามนั่งอยู่บนเตียงคนเดียวและหันหน้าไปทางหน้าต่าง หน้าต่างนั้นถูกปิดด้วยกระดาษสีขาวจึงมองไม่เห็นอะไรด้านนอก มันเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงและเริ่มเข้าสู่ต้นฤดูหนาว จึงไม่เหมาะที่จะเปิดหน้าตาง
ซูจ้าวตี้หยิบถ้วยและกาน้ำชาจากโต๊ะบนเตียงออกมาและเทน้ำร้อนให้เขา
“ท่านลุง ท่านดื่มน้ำสักหน่อยเถอะ ?”
เมื่อจี้สามได้ยินนางพูด เขาก็หันมามองนาง
“แม่หนูคนสาม หลังจากที่เจ้ากับจี้หมิงแต่งงานกันแล้วก็ไปอยู่ห้องฝั่งตะวันตกเถอะ ตอนแรกข้ากับแม่ของเขาคิดว่าเราจะทำความสะอาดให้พวกเจ้าเมื่อกำหนดวันที่แน่นอนได้แล้ว ไม่คาดคิดว่า...ขนาดวันแต่งงานก็ยังไม่ได้กำหนด แต่อย่างว่าการเลือกวันก็สู้วันที่เหมาะสมเองไม่ได้ วันนี้ก็ดีเหมือนกัน แต่ห้องนั้นอาจจะจัดการไม่ได้เป็นระเบียบขนาดนั้น คงทำให้เจ้าน้อยใจอยู่บ้างสินะ”
จี้สามมอบความประทับใจที่ไม่เลวต่อซูจ้าวตี้ คำพูด ณ เวลานี้ที่ได้พูดออกมาทำให้นางอบอุ่นหัวใจมาก นางไม่มีคนในครอบครัวแล้ว ที่ยังมีชีวิตอยู่ในจวนขุนนางอันหนิงก็คือนางและพี่สาว พี่สาวตอนนี้อยู่ตำหนักเย็นซึ่งก็ไม่รู้จะมีชีวิตรอดพ้นมาได้รึไม่
เมื่อนึกถึงพี่สาวที่ตอนนี้ต้องทนทุกข์ทรมาน ทันใดนั้นดวงตาของซูจ้าวตี้ก็ฉายแววอริร้าย แม้ว่ามันจะหายวับไปในทันที แต่จี้สามก็เคยเป็นนักล่าและรู้สึกไวต่อภัยอันตรายนั้น
เขามองไปที่ซูจ้าวตี้ด้วยความตกใจ หัวใจของเขาเต้นแรงเล็กน้อย เขาเอาผู้หญิงแบบไหนมาแต่งงานกับลูกชายของเขากันเนี่ย ? ถ้าไปทะเลาะกับผู้หญิงในหมู่บ้านแบบนี้จริง ๆ ขึ้นมา จะมีบรรยากาศเหตุการณ์แบบนี้อีกรึไม่ ? เมื่อสักครู่ที่ซูจ้าวตี้แผ่บรรยากาศออกมา เมื่อเทียบกับขุนนางที่ใหญ่ที่สุดที่จี้สามเคยพบมาอย่างหลี่เจิ้งแล้วยังแข็งแกร่งกว่ามาก